แผลเก่า The Scar (2557/2014) ความรักระหว่าง ขวัญ หนุ่มลูกทุ่งและ เรียม สาวบ้านนาที่กลายเป็นรักต้องห้าม เมื่อครอบครัวแต่ละฝ่ายต่างเป็นศัตรูกัน กาลเวลาและโชคชะตาพรากพวกเขาออกจากกัน เมื่อสาวเรียมจำต้องถูกขายขัดดอกให้กับคุณหญิงทองคำเปลว ผู้รักเรียมประดุจลูกสาวของตนเอง คุณหญิงได้ชุบเลี้ยงเรียมจนกลายเป็นสาวชาวกรุงผู้มีการศึกษา สุดท้ายเป็นเพราะโชคชะตาอีกครั้งที่นำพวกเขามาพบกันอีกครั้งท่ามกลางความแตกต่างราวฟ้ากับเหวของทั้งสอง
The Melody รักทำนองนี้ (2555/2012) เพลงรักนับล้านที่มีมากมายอยู่บนโลก แต่มีแค่เพลงเดียวที่มันเป็นของเราสองคน “The Melody รักทำนองนี้” เมื่อดนตรีนำพาทั้งคู่ให้เจอกัน เนื้อเพลงและความหมายที่มีอยู่ต่อจากนี้ จึงเต็มไปด้วยความรู้สึกและความรัก…ที่มีอยู่จริง เมื่อเส้นทางชีวิตของ “วิน” (แดน วรเวช) นักร้องและนักแต่งเพลงยอดนิยมผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง กำลังเข้าสู่ช่วงขาลงแบบสุดๆ ความเปลี่ยนแปลงที่ยากจะยอมรับทำให้วินหนีไปซ่อนตัวที่แม่ฮ่องสอน เมืองเล็กๆ บนภูสูง ที่ที่ทำให้เขาบังเอิญพบกับ “หมอก” (ฉัตร ปริยฉัตร) นักเปียโนฝีมือดี สาวจอมตื๊อที่มักชอบบังคับให้เขาทำในสิ่งที่เกลียดอยู่เสมอ และแล้วเธอก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดและดนตรีทำให้วินได้เรียนรู้ว่า ทำนองเพลงที่บรรเลงได้ไพเราะที่เขาค้นหามาตลอดชั่วชีวิต คือเสียงหัวใจของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขานี่เอง แต่กว่าวินจะรู้ตัว โชคชะตาก็นำพาอุปสรรคสำคัญเข้ามา สิ่งที่จะทำให้วินและหมอกเรียนรู้ที่จะเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน บททดสอบที่จะทำให้คู่รักทุกคู่รู้จักไขว่คว้าความสุข แม้ว่าจะอยู่ในมุมมืดมิดของความทุกข์ที่กำลังก่อตัวขึ้นมา เพลงที่เธอแต่งทำนองและเขาช่วยแต่งคำร้องที่บริสุทธิ์ที่สุดที่บทเพลงทั้งหมดเคยบรรเลงมา ร่วมซึ้งไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกในเมืองแห่งสายหมอก กับบทเพลงอันไพเราะด้วยฝีมือการแต่งเพลงจากนักแสดงนำ “แดน วรเวช” และนักร้องเสียงอบอุ่นอย่าง “บอย ตรัย” ที่จะมาเปลี่ยนแปลงฤดูหนาวของใครหลายคน ให้กลายเป็นฤดูที่หัวใจเต้นเป็นทำนองใหม่ที่อบอุ่นที่สุด
ฟ้าใส ใจชื่นบาน (2552/2009) เรื่องราวเกี่ยวกับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 และหลบหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ทราย (ร่มฉัตร ขำศิริ) นักศึกษาสาวที่ต้องการเข้าไปช่วยเพื่อนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกกันตัวออกมา เธอได้พบกับ ก้อง (พิชญะ วัชจิตพันธ์) กับพรรคพวก ได้แก่ จอบ (ค่อม ชวนชื่น) เสียม (อ่าง เถิดเทิง) และ คิด (ฝันดี จรรยาธนากร) ที่ปั๊มน้ำมัน วันหนึ่งก้องชวนเพื่อน ๆ เข้าป่าเพราะต้องการหนีจากชีวิตในเมือง หารู้ไม่เลยว่ากำลังเดินทางไปพร้อมกับพวกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ก้องได้พบกับทราย ซึ่งบัดนี้กลายเป็น "สหายเม็ดทราย" ไปแล้ว ก้องและพวกจึงจำเป็นต้องแสร้งใช้ชีวิตอยู่ในป่าไปก่อน สหายเม็ดทรายนั้นชื่นชอบ สหายเที่ยง (สุรสิทธิ์ เอี่ยมโอภาสวงศ์) คอมมิวนิสต์หนุ่มผู้มีอุดมการณ์ ซึ่งต่างจากก้องและพรรคพวก และวันหนึ่งที่จอบและเสียมเผลอไปตัดเอาต้นข้าวเพราะคิดว่าเป็นหญ้าจนเหี้ยนหมด ทั้งหมดจึงต้องออกเดินทางไปขอเสบียงจากชาวบ้าน และที่นั่น ทำให้สหายเม็ดทรายได้ล่วงรู้ถึงความจริงว่า ความสุขที่แท้ของคนอยู่ที่ใจ หาใช่อุดมการณ์อะไรไม่
Macabre Case of Prompiram คืนบาป พรหมพิราม (2546/2003)  “พรหมพิราม” เป็นชื่ออำเภอเล็กๆ ในจังหวัดพิษณุโลก ศพของหญิงสาวคนหนึ่งถูกพบที่ริมทางรถไฟในอำเภอแห่งนี้ การตายของเธอคล้ายกับว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ท้ายที่สุดจากการสืบสวนของตำรวจถึงเหตุการณ์สืบเนืองอันน่าขยะแขยงที่ไปไกลเกินความคาดหมายก็ได้เปิดเผยออกมา พบว่าเธอชื่อ “สำเนียน” หญิงสาวชาวบ้าน ผู้ซึ่งตกเป็นเหยื่อของความหื่นของพวกผู้ชายเกือบทั้งตำบล ตอนมีชีวิตเธอเป็นคนมีสติไม่ค่อยสมประกอบ และได้ดั้นด้นออกจากภูมิลำเนาเพื่อไปหาสามีที่จังหวัดอุตรดิตถ์โดยรถไฟ แต่ถูกไล่ลงจากขบวนรถที่สถานีรถไฟ อ.พรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากไม่มีเงินตีตั๋วรถไฟ แต่ไม่รู้เลยว่าจะเป็นการลงรถไฟเที่ยวสุดท้ายในชีวิต เมื่อมีคนพบศพของหญิงสาวดังกล่าวเสียชีวิตโดยปริศนาที่รางรถไฟในเวลาต่อมา เรื่องราวในภาพยนตร์จับความในวันท้ายๆ ของ “สำเนียน” เปิดเผยการตกเป็นเหยื่อที่ถูกรุมโทรมอย่างโหดร้าย เหตุการณ์สืบเนื่องที่ทำให้เธอเหมือนตกลงไปหลุมขวาก ตลอดจนการตายของเธอสะท้อนให้เห็นถึงความความเลือดเย็นที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน ความเสื่อมทรามในก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ถูกตอกย้ำให้เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้จะรบกวนและแม้กระทั่งท้าทายผู้ชมให้ตระหนักถึงมหันตภัยที่ผู้หญิงถูกคุกคาม เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องหนัก แต่วิธีการนำเสนอในภาพยนตร์ได้ดำเนินไปโดยอาศัยกลเม็ดที่ชวนให้ติดตามอย่างเร้าใจ การเคลือบด้วยอารมณ์ขันทำให้การชมเป็นไปด้วยความราบรื่นโดยไม่เสียประเด็นนั้นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้กำกับ “มานพ อุดมเดช” เลือกใช้องค์ประกอบทางด้านเทคนิคพื้นฐานของภาพยนตร์ทั้งในด้านการตัดต่อ, เทคนิคทางด้านภาพ, ดนตรีประกอบ ฯลฯ บอกเล่าเหตุการณ์อย่างมีชั้นเชิงคล้ายกับการปลอกหัวหอมที่จะนำไปสู่ใจกลางของหัวหอม ภายใต้การโปรดิวซ์โดย “ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล” ยกทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์แห่งสยามประเทศอย่าง “สุริโยไท” มาผลิตเป็นผลงานที่น่าจับตา ซึ่งรวมถึง “ริชาร์ด ฮาร์วีย์” คอมโพสเซอร์ระดับโลก (Animal Farm, สุริโยไท) มาถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครและบรรยากาศที่น่าสะเทือนใจลงบนตัวโน้ตในภาพยนตร์แนวอาชญกรรมชีวิตระทึกขวัญเรื่องนี้ “สารวัตรหนุ่มใหญ่” (สมภพ เบญจาธิกุล) ที่มากด้วยไหวพริบ และ “ผู้หมวดหนุ่มหน้าใหม่” (กมล ศิริธรานนท์) ที่เพิ่งย้ายราชการมาใหม่ต้องรับผิดชอบคดีการเสียชีวิตของ “หญิงสาวไม่ทราบชื่อ” (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์) เมื่อเข้าไปรับผิดชอบคดีที่ดูเหมือนเป็นการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ แต่พอเข้าไปใกล้รูปคดีมากยิ่งขึ้นกลับพบเงื่อนงำบางอย่างที่บ่งบอกว่านี่คือคดีฆาตกรรมที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งดึงเอาผู้คนหลากอาชีพหลายวัยจากชนชั้นต่างๆ ในอำเภอนั้นถึง 30 ชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของหญิงสาวรายดังกล่าวภายใต้คดีฆาตกรรมข่มขืนกระทำชำเราหาใช่อุบัติเหตุอย่างที่บางคนคิด ภายใต้แรงกดดันที่ถูกเร่งเร้าจากทุกทิศทางทำให้สารวัตรต้องเร่งคลี่คลายประเด็นและสรุปรูปคดีให้เร็วที่สุด ภายใต้เส้นตายที่ถูกกำหนดและเร่งรัดจากเบื้องบน…
999-9999 ต่อ ติด ตาย (2545/2002) “ความอยากรู้อยากเห็น” คือ “ประตูสู่ความหายนะ” เคยมีคำกล่าวว่า “มนุษย์” มีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่ชอบให้ “ชีวิต” ตกอยู่ใน “ความคลุมเครือ” เมื่อใดที่ความคลุมเครือเข้าครอบงำชีวิต พวกเขาก็จะขจัดมันโดยไม่ค่อยคิดว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร แม้บางทีมันอาจต้องแลกด้วย “ชีวิต” “สหมงคลฟิล์ม” ภูมิใจเสนอ ภาพยนตร์ระทึกขวัญเหนือธรรมชาติที่สะท้อนด้านแห่งความต้องการที่ไม่เคยพอของมนุษย์ และผลลัพธ์ที่ตามมาที่สยดสยองอย่างคาดไม่ถึง “999-9999 ต่อ-ติด-ตาย” เรื่องราวทั้งหมดของ “999-9999 ต่อ-ติด-ตาย” เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งของ “เรนโบว์” หญิงสาวผู้กุมความลับบางอย่างจากโรงเรียนเก่าที่เธอเพิ่งย้ายจากมา เรื่องราวลึกลับและบุคลิกที่ไม่เหมือนใครของเธอสร้างความสนใจให้กับกลุ่มนักเรียนเกรดสิบสองสุดเฮี้ยว 5 คนซึ่งตั้งชื่อกลุ่มของตัวเองว่า “Dare Devil Club” เป็นอย่างมาก พวกเขาซึ่งประกอบด้วย “ซัน” หัวหน้ากลุ่มผู้นิ่งสงบ, “อาฉี” หนุ่มสำอางที่อยากเด่นดัง, “มีนา” สาวเซ็กซี่ประจำกลุ่ม, “วาวา” ผู้คลั่งเทคโนโลยี และ “ราจิต” จอมวิตกจริตประจำกลุ่ม พยายามทุกวิถีทางเพื่อเข้าถึงตัวเรนโบว์ และไม่นานนักความจริงที่น่ากลัวก็ถูกเปิดออก มันเกี่ยวพันกับหมายเลขโทรศัพท์มรณะ “999-9999” ที่ใครก็สามารถโทรไปขอสิ่งที่ตนปรารถนาได้ตามใจอยาก และเมื่อเขาโทรไปแล้วก็ได้รับสิ่งที่ใจต้องการ แต่ไม่นานเขาก็ต้องตายอย่างปริศนา อย่างไรก็ตาม แทนที่ทุกคนฟังแล้วจะเกิดความกลัวไม่อยากเข้าไปยุ่งกับมัน พวกเขากลับให้ความสนใจ อยากรู้และอยากทดลองว่ามันเป็นจริงหรือเปล่าในทันที และแล้วปฐมบทแห่งความน่ากลัวภายใต้หมายเลขมรณะ “999-9999” ก็เริ่มต้นขึ้น… “999-9999 ต่อ-ติด-ตาย” เป็นผลงานการกำกับของ “ปีเตอร์ มนัส” ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากบทภาพยนตร์ที่เขียนขึ้นโดย “ณัฐิยา ศิรกรวิไล” ภาพยนตร์เรื่องนี้ควบคุมการสร้างโดย “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ( รองต๊ะแล่บแปล๊บ, เกิดอีกทีต้องมีเธอ) ภายใต้การอำนวยการสร้างของ “สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ” ในด้านของนักแสดง “999-9999 ต่อ-ติด-ตาย” ระดมทีมนักแสดงวัยรุ่นที่มากด้วยฝีมือหลายคน นำโดย “จุลจักร จักรพงษ์” (รับบท ซัน), “ศรีริต้า เจนเซ่น” (เรนโบว์), “พอลล่า เทเลอร์ (มีนา), “รวิช พงษ์วานิช” ( หมูเปรี้ยว), “เทพฤทธิ์ ไรวินท์” (อาฉี), “ฐิตินันท์ เกียรติธนกร” (ราจิต) และ “วรจรรย์ แสงเงิน” (วาวา)
ขวัญ เรียม (2544/2001) ขวัญ (นินนาท สินไชย) และ เรียม (ภัครมัย โปตระนันทน์) หนุ่มสาวแห่งทุ่งบางกะปิที่มีความผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก แต่พ่อของทั้งสองไม่ถูกกันทำให้ความรักของทั้งสองยากจะบรรจบ ซ้ำร้ายเมื่อเรียมจำต้องไปแต่งงานกับชายอื่นตามคำสั่งของพ่อ ขวัญชายหนุ่มบ้านนาต้องพยายามสุดชีวิตเพื่อรักษาคนรักของเขาเอาไว้
คู่กรรม 2 (2539/1996) กลินท์ หรือ โยอิจิ เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของอังศุมาลินที่เกิดจากโกโบริ ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 อังศุมาลินพยายามเลี้ยงดูกลินท์ด้วยความเข้มแข็ง แม้ วนัส เสรีไทยที่ชอบอังศุมาลินอยู่นานจะเปิดเผยความในใจและไม่รังเกียจที่จะอยู่กินกับอังศุมาลิน แต่อังศุมาลินก็ยังคงคบกับวนัสเพียงเป็นเพื่อนที่ดีเท่านั้น เพราะยังมั่นในรักที่มีต่อโกโบริ อังศุมาลินพยายามปลูกฝังความเป็นโกโบริให้ในตัวกลินท์ แต่กลินท์ไม่ยอมรับและรังเกียจ เมื่อโตขึ้น กลินท์เข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังผันผวนเพราะเป็นยุคเผด็จการทหาร กลินท์เป็นคนหนุ่มหัวสมัยใหม่ เขาเป็นผู้นำนักศึกษาร่วมการประท้วงสินค้าญี่ปุ่น โดยที่ไม่มีใครรู้ถึงประวัติของกลินท์ มีแต่เพียง ชิตาภา อาจารย์สาวร่วมคณะเท่านั้นที่คอยเตือนให้ระวังความปลอดภัย หนึ่งในนักศึกษาที่ร่วมการประท้วงนั้น ศราวณี นักศึกษาสาวปีสามคณะรัฐศาสตร์ เป็นคนที่โดดเด่นมาก กลินท์ประทับใจในตัวเธอ ต่อมาศราวณีรู้ว่ากลินท์ที่แท้ก็เป็นญาติผู้พี่ของเธอ ที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นที่เกิดจากอังศุมาลิน ที่ทางครอบครัวของเธอรังเกียจ เพราะอังศุมาลินยอมแต่งงานกับทหารญี่ปุ่นอย่างโกโบริ ศราวณีเลยพลอยรังเกียจกลินท์ไปด้วยทั้งๆที่เธอก็รู้ว่าคนในครอบครัวเธอเกลียดครอบครัวกลินท์ และบอกกล่าวประวัติของกลินท์ให้ทุกคนได้รู้หรือเรียกว่า​"social bullying" ในสมัยโบราณ​ ทำให้ทุกคนเริ่มถอยห่างและไม่ไว้วางใจให้กลินท์นำอีกต่อไป ซึ่งมีแต่เพียงชิตาภาซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของศราวณีผู้โง่เขลาเท่านั้นที่เข้าใจกลินท์ ต่อมา ศราวณีถูกจับ กลินท์เข้าไปช่วยและได้รู้ถึงสาเหตุที่ทุกคนรังเกียจตน กลินท์พาศราวณีไปที่บ้านและได้พบกับอังศุมาลิน ศราวณีถึงได้รู้ว่าที่แท้อังศุมาลินรักในตัวโกโบริอย่างแท้จริง และไม่ใช่คนไม่ดีอย่างที่ครอบครัวเธอปลูกฝัง จึงเปลี่ยนทัศนคติและขอโทษ จากนั้นความผูกพันของทั้งคู่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ การที่ศราวณีกลับไปคืนดีกับกลินท์ ทำให้ กบ ป้าของศราวณีไม่พอใจ จึงมีปากเสียงกัน ศราวณีหนีออกจากบ้าน ชิตาภาร้อนใจไปหากลินท์ที่บ้าน ขณะเดียวกันนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์วันมหาวิปโยคขึ้น กลินท์คิดว่าศราวณีคงจะไปร่วมชุมนุมด้วย จึงออกตามหาในที่ชุมนุม แต่กลับเจอศราวณีผู้น่าสงสารในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสปางตายและเพ้อรำพันที่บ้านสวนอยู่ตลอดเวลาว่า ตนเป็นคนพาเพื่อน ๆ ไปตาย ชิตาภาโทรศัพท์ไปบอกอาการแก่กบ แต่กบไม่รับฟังและเอาแต่โทษชิตาภาต่าง ๆ นานา หลังจากนี้ รัฐบาลต้องทูลเกล้าลาออกเพราะมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมากมาย ชิตาภาต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศและพาศราวณีที่อาการปางตายไปรักษาอาการด้วย กลินท์เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองรักชิตาภาอย่างสุดหัวใจ แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเธอได้ เพราะชิตาภามีคู่หมั้นแล้วเป็นชาวต่างประเทศ ทั้งคู่ให้คำมั่นสัญญากันว่า จะเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน ต่อมา อังศุมาลินมีอาการป่วยและบ่นถึงชิตาภาอยู่บ่อย ๆ ว่าเมื่อไหร่จะกลับ เมื่ออาการของอังศุมาลินเจ็บหนัก อังศุมาลินขอให้กลินท์เล่นซามิเซ็งให้ฟัง กลินท์ก็เล่นโดยที่ไม่รู้ว่าโกโบริได้พาอังศุมาลินไปยังทางช้างเผือกแล้วตามสัญญาที่เคยให้ไว้ และกลินท์ต้องเล่นซามิเซ็งแต่เพียงลำพังคนเดียว
คู่กรรม (2538/1995) ความรักบนความขัดแย้งในเชื้อชาติ ระหว่างทหารญี่ปุ่นและหญิงสาวชาวไทย ในช่วงเวลาสงครามมหาบูรพาที่กองทัพญี่ปุ่นใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการทำสงคราม ด้วยความบังเอิญและความจำเป็นบางอย่างบีบบังคับให้ทั้งคู่ต้องแต่งงานกัน แม้จะเต็มไปด้วยความเกลียดชังทหารญี่ปุ่นของสาวไทยเพียงใด แต่สุดท้ายเธอก็ได้รับรู้หัวใจตนเอง ท่ามกลางความเข้มข้นของสภาพสงครามที่ดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ
รักอาลัย พุ่มพวง ดวงจันทร์ (2536/1993) ข้อความบนใบปิด จิตรหาญภาพยนตร์ สร้าง จากชีวประวัติ กว่าจะเป็นราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ บันทึกจริงของ แม่เล็ก จิตรหาญ รักอาลัย พุ่มพวง ดวงจันทร์ ทิพวรรณ จันทร์เกตุ รองมิสไทยแลนด์ปี 33 รับบท.. ยุ้ย ญาติเยอะ, ทศพร ธารินทร์ มานพ อัศวเทพ, เจริญ หงษ์ไทย, ไวท์ ผดุงการ, ดวงใจ ดวงจันทร์, ทาริกา บุญเกียรติ ก้องเกียรติ อัศวินิกุล ถ่ายภาพ วีระชัย เรืองสัมฤทธิ์ อำนวยการสร้าง เรืองสัมฤทธิ์ กำกับ มานพ น้อยวิจารณ์ บทภาพยนตร์ (ที่มา :Thai Movie Posters)
เขาชื่อกานต์ (2531/1988) กานต์ นายแพทย์ที่ยึดอุดมคติ เข้าฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขาคิดที่จะสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เตือนเขา ให้ทำงานตามที่เรียนมาอย่างเดียว วันหนึ่งเขาได้พบรักกับ หฤทัย แต่เธอมีแฟนอยู่แล้วชื่อโตมร โตมรได้มอบแหวนแทนรักก่อนเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ ในระหว่างนี้ หฤทัยป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบกะทันหัน เธอได้รับการรักษาจากหมอกานต์ และได้รับการดูแลด้วยใจของหมอกานต์จนเกิดเป็นความรัก หมอกานต์บอกหฤทัยว่าเขาไม่ใช่คนรวย หลังจากแม่ตาย พ่อก็ขายที่นาให้เขาเรียนต่อ จากนั้นพ่อก็บวช และตอนนี้เขาต้องไปเป็นหมอที่บ้านชนบท ในที่สุดทั้งสองก็หมั้นกัน และแต่งงานไปอยู่ที่ชนบทด้วยกัน เมื่อโตมรทราบก็โกรธอย่างมาก และได้บอกหฤทัยว่า หากหมอกานต์ไม่รักแล้วให้บอกเขา เขาจะไปรับทันที หมอกานต์ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ยึดมั่นอุดมการณ์ จนทำให้เป็นที่ขัดแย้งกับข้าราชการฉ้อราชบังหลวงหลายฝ่าย โดยเฉพาะนายอำเภอ วันหนึ่งหมอกานต์กับหฤทัยทะเลาะกันอย่างแรง ด้วยเรื่องที่ว่าหฤทัย ชวนกลับกรุงเทพฯด้วยเหตุผลที่ว่าปัญหาเกิดกับหมอมากมายเหลือเกิน หมอคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทั้งอำเภอได้ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ จากหมอกานต์ เพราะหมอทิ้งคนไข้ไปไม่ได้ สร้างความน้อยใจให้หฤทัยอย่างมาก เธอจึงหนีไปกรุงเทพฯ โดยที่โตมรได้ทราบข่าวจึงขอร้องให้หฤทัยไปทานข้าวด้วย จากนั้นก็เกิดการทะเลาะกันขึ้น เพราะหฤทัยไม่อยากยุ่งกับโตมร ทำให้โตมร ขับรถเสียหลัก หฤทัยหมดสติไป และจำความไม่ได้ จนหมอกานต์มาฟื้นความจำให้เธอ และทั้งสองก็กอดกันด้วยความอบอุ่น สร้างความอิจฉาให้โตมรอย่างมาก โตมรจึงให้ผู้อำนวยการ ภักดี ให้ทุนเรียนต่อต่างประเทศกับหมอกานต์ หวังเพื่อจะกำจัดหมอกานต์ไป แต่หมอกานต์ไม่ไป เช้าวันรุ่งขึ้นหมอกานต์ไปรับ กำลังจะลงเรือไปรับหฤทัยกลับ ขณะที่กำลังจะลงเรือ ผดุงครรภ์ให้คนมาตามหมอให้ไปทำคลอดคนไข้ หมอจึงขอให้คนเรือรอ จากนั้นเสียงปืนแผดก้องทั่วคุ้งน้ำ ลมหนาวกระโชกสะท้านหัวใจ ฝูงนกแตกฮือ เหมือนมีภัยเกิดขึ้น
คู่กรรม (2531/1988) อังศุมาลิน ใช้ชีวิตชาวสวนอย่างอบอุ่นอยู่กับแม่และยาย เพราะชาติตระกูลของ หลวงชลาสินธุราช ผู้บิดารังเกียจความเป็นสาวชาวสวนของแม่ และขอร้องให้ทั้งสองแยกทางกัน วนัสเป็นเพื่อนชายที่สนิทของอังศุมาลิน สอบชิงทุนไปเรียนต่ออังกฤษได้ ก่อนวันเดินทางวนัสมารำลาอังศุมาลิน และขอเธอแต่งงาน บอกว่าอีกห้าปีเขาจะกลับมายืนตรงนี้เพื่อฟังคำตอบจากอังศุมาลิน เมื่อเกิดสงครามเอเชียมหาบูรพาขึ้น อังศุมาลินจำเป็นต้องแต่งงานกับ โกโบริ หลานชายนายทหารญี่ปุ่น เนื่องจากหลวงชลาสินธุราช พ่อของเธออยู่ในข่ายสงสัยของญี่ปุ่นว่าจะเป็นพวกเสรีไทย คอยช่วยเหลือฝ่ายตรงข้าม จึงใช้วิธีทางการเมือง บังคับให้คนทั้งสองแต่งงานกัน เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีของทั้งสองชาติ
สะพานรักสารสิน (2530/1987) ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากโศกนาฏกรรมความรักของหนุ่มสาวชาวภูเก็ต โดยผู้สร้างนำพาภาพยนตร์ให้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจหรืออุทาหรณ์สอนให้สังคมได้เรียนรู้และเข้าใจปัญหาชีวิตที่นำไปสู่ความผิดพลาด เรื่องราวความรักระหว่าง "ธำรงค์" (รอน บรรจงสร้าง) หนุ่มขับรถสองแถวและรับจ้างกรีดยาง และ "อิ๋ว" (จินตหรา สุขพัฒน์) นักศึกษาสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวดโดย "โกฮวด" (สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์) พ่อของเธอ ความรักของทั้งคู่มาถึงทางตันเมื่อพ่อของอิ๋วบังคับให้เธอแต่งงานกับคนรวย อิ๋วกับธำรงค์จึงหนีไปด้วยกันที่เกาะชาวเลแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ธำรงค์ถูกจับข้อหาพรากผู้เยาว์ เมื่อเส้นทางของทั้งคู่ถูกขีดให้แยกจากกัน แต่ความรักของทั้งคู่กลับผลักดันให้เกิดโศกนาฏกรรมแห่งความรักที่ยังเล่าขานมาถึงปัจจุบัน ธำรงค์เป็นบุตรบุญธรรมของทอง ธำรงค์มีอาชีพขับรถสองแถวและรับจ้างกรีดยาง ธำรงค์มีเพื่อนสนิทชื่อไข่ ทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อให้ธำกับอิ๋ว อิ๋วเป็นนักศึกษาวิทยาลัยครู อาศัยอยู่กับพ่อและน้องชายชื่อเป้ง พ่อเลี้ยงอิ๋วแบบเผด็จการไม่ให้อิสระ พ่อต้องการให้อิ๋วแต่งงานกับคนมีฐานะ อิ๋วรู้และไม่ยอมจึงแอบหนีมาหาธำ แล้วหนีไปอยู่ที่เกาะชาวเล ธำถูกจับข้อหาพรากผู้เยาว์ ธำรงค์มาหาอิ๋วแล้วทั้งสองก็ออกมาด้วยกัน ทั้งสองเดินมาถึงสะพาน ตัดสินใจเอาผ้าขาวม้าผูกมัดตัวทั้งสองติดกัน แล้วร่างทั้งสองก็หลุดหล่นลงจากสะพานไปตามใจปรารถนา
วฟ้าดินสลาย (2523/1980) วิฑูรย์-ธิติมา *ใบปิดหนังรักอมตะสร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 *หนังเรื่องที่ 2 ของนางเอกธิติมา สังขพิทักษ์ ข้อความบนใบปิด จี.พี.โปรโมชั่น โดย โอภาส รางชัยกุล เสนอ “วรรณกรรมแห่งความรัก” นิยายรักที่ถูกกำหนดมาเพื่อครองความชนะเลิศ ชั่วฟ้าดินสลาย TILL THE END OF TIME ของ เรียมเอง มหกรรมแห่งชีวิต มหิทธาแห่งความรัก พระเจ้าให้ความรักเขาแล้ว ทำไมต้องให้เขาใส่กุญแจมือมาด้วย วิฑูรย์ กรุณา เป็น “ส่างหม่อง” ลาโง่ผู้อยากกินน้ำค้าง ธิติมา สังขพิทักษ์ เป็น “ยุพดี” น้ำค้างในขวดโพลารีส สมจินต์ ธรรมทัต เป็น “พะโป้” โพลารีสขวดเดียวในป่าลึก นิรุตติ์ ศิริจรรยา, ดวงใจ หทัยกาญจน์, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, ทาริกา ธิดาทิตย์, สมศักดิ์ ชัยสงคราม, สุพรรณี จิตเที่ยง, วิชา วัชระ, เชิงขวัญ ปิโยบล, เทวฤทธิ์, โขมพัสตร์ อรรถยา, ชาลี อินทรวิจิตร กำกับการแสดง ธนาชัย ชิโนทัย ผู้ช่วยผู้กำกับ รัตนะ ยาวะประภาษ สร้างบท พิพัฒน์ พยัคฆะ ถ่ายภาพ อุไร ศิริสมบัติ สร้างฉาก แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ สร้างเพลง (ที่มา :Thai Movie Posters)
แผลเก่า (2520/1977) เรื่องราวโศกนาฏกรรมของขวัญและเรียม คู่รักแห่งท้องทุ่งบางกะปิ ที่สาบานกับเจ้าพ่อไทรว่าจะซื่อสัตย์ต่อกัน แต่ตระกูลของทั้งคู่กลับเป็นศัตรูกัน พ่อของเรียมจึงกีดกันด้วยการขายเรียมให้ไปอยู่กับคุณนายทองคำที่บางกอก เมื่อเรียมกลับมาเยี่ยมบ้าน ขวัญก็พบว่าเธอดูสูงส่งจนไม่เหมือนเรียมคนเดิม "ขวัญ" กับ "เรียม" หนุ่มสาวแห่งทุ่งแสนแสบผู้สาบานรักต่อกันที่ศาลจ้าวพ่อไทร ต่อมาเรียนมีอันต้องพลัดพรากไปอยู่กรุงเทพฯ พบผู้ชายอื่นซึ่งมีฐานะดีกว่าขวัญ กรุงเทพฯและชีวิตใหม่ในเมืองหลวงเกือบทำให้เรียนลืมตัว ลืมคนรักเก่า แต่แล้วอำนาจของ "แผลเก่า" ทำให้เรียมเลือกกลับมาทุ่งแสนแสบ ทว่าด้วยชะตากรรมแห่งความรัก ทำให้คนทั้งสองต้องพิสูจน์ "รักแท้" ด้วยความตาย ที่สร้างชื่อ "ขวัญ-เรียม" เป็นอมตะ
แผลเก่า (2497)

แผลเก่า (2497/1954) ในปี พ.ศ. 2496 ณ คฤหาสน์โลจนะรัตน์กำลังจะมีพิธีวิวาห์ในวันรุ่งขึ้น ระหว่าง รังรอง โลจนะรัตน์ (พรทิพย์ โกศลมัชกิช) ลูกสาวสุดที่รักของเจ้าของคฤหาสน์ กับชายที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน รังรองได้แต่มองการ์ดแต่งงานด้วยความเจ็บช้ำ ก่อนจะฉีกมันทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางไปหลบที่ทุ่งวังทองหลางซึ่งเมื่อสมัยเด็กรังรองเคยมาเก็บค่าเช่าที่นากับแม่อยู่บ่อยๆ ค่ำแล้ว รังรองยังไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้จึงลงมาเดินเล่น และได้พบกับหนุ่มนั่งเป่าขลุ่ยอยู่ใต้ต้นไทรหญิงสาวเกิดความสนใจจึงเข้าไปคุยด้วย ก่อนจะตกใจจนสลบไปเมื่อรู้ว่าเขาเป็นวิญญาณ ผัวเมียเจ้าของบ้านจึงเล่าเรื่องราวในอดีตที่ทำให้วิญญาณของชายหนุ่มยังคงสถิตอยู่ที่ต้นไทร เขาชื่อว่า ขวัญ (ชีพ ชูพงษ์) ในอดีตเคยรักอยู่กับหญิงสาวชื่อ เรียม (พรทิพย์ โกศลมัชกิช) ทั้งสองให้สัตย์สาบานต่อศาลไทรว่าจะรักและซื่อตรงต่อกัน แม้นใครผิดคำสาบานขอให้มาตายอยู่ใต้ต้นไทรต้นนี้ แต่เพราะตระกูลของชายหนุ่มหญิงสาวเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน ขวัญจึงถูก เรือง พ่อของเรียมกีดขวางความรักโดยการจับเรียมไปกักขัง ก่อนจะขายเรียมให้คุณนายทองคำ และส่งตัวไปอยู่บางกอกด้วยความเห็นแก่เงิน ขวัญได้แต่นับวันรอคอยการกลับมาของเรียม คุณนายทองคำปฏิบัติต่อเรียมประหนึ่งลูกสาวเพราะคุณนายนั้นเคยเสียลูกสาวไป เมื่อถูกปรนเปรอด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพง เรียมก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน รวมทั้งหัวใจของเธอก็เอนเอียงไปให้ สมชาย (ทวนทอง วิมลรัตน์) อดีตว่าที่ลูกเขยของคุณนายทองคำที่มาชอบเรียม ครั้นมีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมแม่ที่กำลังป่วยหนัก ขวัญจึงหาโอกาสมาทวงถามความรักต่อเรียม หญิงสาวจึงได้ระลึกถึงความหลังครั้งเก่า และคำสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าเจ้าพ่อไทร แต่ในไม่ช้าสมชายก็กำลังจะพาเรียมกลับกรุงเทพ ความสับสนและความกลัวว่าสาวคนรักจะเปลี่ยนใจทำให้ขวัญบุ่มบ่ามทำลายเรือของสมชายพังยับเยิน สมชายแค้นจัดเป็นตัวตั้งตัวตีนำชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ขวัญ ขวัญพยายามตะเกียกตะกายไปที่ศาลไทรโดยมีเรียมว่ายน้ำตามมา เมื่อเห็นว่าขวัญกำลังจะสิ้นใจเรียมจึงใช้มีดปลิดชีพตนตายตามคนรัก ณ ที่ที่เคยสาบานรักกัน

แผลเก่า (2483)
แผลเก่า (2483/1940) เป็นเรื่องเก่าของชาวบางกะปิ ที่บรรยายความรักของหนุ่มลูกบ้านนั้น ซึ่งมีความรักที่คุระอุอยู่ในอกเหลืออดกลั้น มันว่า... "ยิ่งมืดก็จะยิ่งฝ่า ยิ่งหนาก็จะยิ่งบุก... เรียมเอ๋ย พี่จะตายให้อ้ายหนุ่มลูกบ้านนี้ มันรู้ทั่วกันว่า อ้ายขวัญ มันรักของมันยังไง.." ว่าด้วยเรื่องราวความรักที่ไม่ราบรื่นนักของหนุ่มสาวชาวบางกะปิ ขวัญกับเรียม เพราะญาติฝ่ายหญิงไม่เห็นด้วยจึงพยายามกีดกันทุกประการ ถึงกับจับเรียมล่ามโซ่เอาไว้แต่ขวัญก็แอบมาหาจนได้ ในที่สุดญาติฝ่ายหญิงเลยขายเรียมให้กับคนชาวกรุง ภายในระยะหนึ่งปีที่ผ่านไป เรียมเปลี่ยนสภาพจากสาวบ้านนอกเป็นสาวชาวกรุงอย่างทันสมัย ถึงกับมีหนุ่มๆมาติดพันอยู่หลายคน ต่อมาเรียมได้ข่าวว่าแม่ป่วยหนักเลยกลับไปยังบ้านเดิมเพื่อพยาบาลแม่ เป็นโอกาสให้ขวัญได้พบปะกับเรียมอีกครั้ง ความรักซึ่งมีอยู่แต่เดิมก็คุระอุยิ่งขึ้น เมื่อแม่ของเรียมถึงแก่กรรมลง ขวัญได้บุกเข้ามาทำการเคารพศพโดยไม่เกรงต่อญาติฝ่ายหญิงจึงถูกลอบทำร้าย ขวัญได้สังหารเสียหลายคนแต่ขวัญถูกยิงจึงตะเกียกตะกายไปที่ศาลเจ้าต้นไทร ณ ที่ที่เคยสาบานรักกัน เรียมวิ่งตามมาถึงพลางกระโดดลงน้ำว่ายเข้าไปหา เมื่อขวัญเห็นว่าชีวิตความรักของเขาและเธอหมดหวังเพียงแต่นี้เอง ขวัญเลยเอามีดจ้วงแทงเรียมจนจมหายตายไปด้วยกัน

กำลังแสดงผลลัพธ์ทั้งหมด 16 รายการ