นี่แหละสิ่งที่ข้าต้องการ (2516)
นี่แหละสิ่งที่ข้าต้องการ (2516/1973) จักรกริช-อรัญญา ข้อความบนใบปิด หนุมานภาพยนตร์ นี่แหละสิ่งที่ข้าต้องการ 35 ม.ม.สโคป พ.ต.ต.ประชา พูนวิวัฒน์ ประพันธ์เรื่อง นำแสดงโดย จักรกริช เปสตันยี อรัญญา นามวงษ์ เมตตา รุ่งรัตน์ ดามพ์ ดัสกร พร้อมด้วย เชาว์ แคล่วคล่อง, สีเทา, ประณีต คุ้มเดช, จู๋จี๋, มานพ อัศวเทพ, เหย๋าฟ่ง และตัวประกอบอีกมากมาย สันต์ เปสตันยี อำนวยการสร้าง และ กำกับการแสดง สันต์-เอ๊ด เปสตันยี ถ่ายภาพ มงคลฟิล์ม จัดจำหน่าย
น้ำตาลไม่หวาน (2507)
น้ำตาลไม่หวาน (2507/1964) มนัส ทายาทมหาเศรษฐีชาวจีนเจ้าของบริษัทเกศาเจริญ ผู้ผลิตยาปลูกผมยาผุง ที่นำสูตรมาจากอินเดีย ได้แต่เที่ยวสำมะเลเทเมาไปวันๆ จนฝ่าย เจ้าคุณเจริญเกศา ผู้เป็นพ่อจึงคิดให้ลูกชายตัวดีแต่งงานกับ น้ำตาล ลูกสาวคนเดียวของเพื่อนชาวอินเดียเจ้าของสูตรยาผุง มนัสยินยอมแต่งงานกับ น้ำตาล เพื่อหวังมรดกเท่านั้น และทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอขอหย่ากับตน จะได้แต่งงานใหม่กับ วัชรี หญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจแทน
แพรดำ (2504)
แพรดำ (2504/1961) ทม คนคุมไนท์คลับผู้ปักใจรัก แพร หญิงหม้ายลูกติด ด้วยอยากจะฉุดให้เธอพ้นทุกข์เหลือเกิน เขาจึงไขว่คว้าหางานที่สร้างความร่ำรวยอย่างรวดเร็ว นั่นคือการร่วมมือกับ เสนีย์ เจ้าของไนท์คลับ เพื่อทำการฆาตกรรมหวังมรดกก้อนโตที่เสนีย์ควรได้ แต่แล้วการดึงเอาแพร เข้ามามีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ของเขาจบลง ซ้ำร้ายหลังเหตุการณ์นั้นทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างเผชิญทุกข์สาหัสด้วยผลกรรมตามติดทันตา จนยากจะมีชีวิตดั่งเดิมได้อีก
โรงแรมนรก (2500)
โรงแรมนรก (2500/1957) โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดที่ชื่อว่า โรงแรมสวรรค์ ที่มีลุงและหลานสองคนดูแลกิจการร่วมกัน ฝ่ายหลานชายนั้นนักแสวงโชคที่หวังจะหาเงินเล็กๆน้อยๆเข้ากระเป๋าจากการรับพนันงัดข้อกับ น้อย (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) หลานชายคนดูแลกิจการโรงแรมที่อ้างว่าเป็นนักเลงงัดข้อแชมเปี้ยนโลก นอกจากเป็นบริกรของโรงแรมแล้ว ห้องพักเพียงห้องเดียวของโรงแรมแห่งนี้ถูกจับจอง โดยชายหนุ่มที่ชื่อว่า ชนะ (ชนะ ศรีอุบล) ซึ่งไม่ยอมเปิดเผยว่า เขาเลือกแวะพัก ณ โรงแรมแห่งนี้ด้วยจุดประสงค์อันใด โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ เจ้าของห้องพักเพียงห้องเดียวในโรงแรมผู้ที่ไม่ยอมเปิดเผยวัตถุประสงค์ของการมาเยือนโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งมีพฤติกรรมแปลกๆของแขกมากหน้าหลายตา ที่มาเยือน แต่อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ เขาไม่ค่อยพอใจกับสภาพอันวุ่นวายโกลาหลภายในโรงแรม ซึ่งมีคนพลุกพล่านและส่งเสียงอึกทึกครึกโครมตลอดเวลา ส่วนหนึ่งเป็นพวกนักดนตรีที่มาขออาศัยห้องโถงของโรงแรมฝึกซ้อมเพลง, ศาสตราจารย์สมพงษ์ (สมพงษ์ พงษ์มิตร) พูดถึงวงการศิลปินเมืองไทยในเชิงเหยียดหยาม แต่ตัวเขากลับเบี้ยวไม่ยอมจ่ายค่าเหล้าที่ติดค้างโรงแรมเป็นเวลานาน ก็ดูเหมือนจะเป็นการเหน็บแนมบรรดาคนหัวสูงที่เห็นของนอกดีกว่าของไทย หรือในช่วงถัดมา โรงแรมสวรรค์ของน้อยก็ได้ต้อนรับชายหญิงคู่หนึ่งที่ล่ามโซ่ตัวเองไว้ที่ข้อมือ ฝ่ายหญิงบอกว่าเธอชื่อ ยุพดี (ชูศรี มีสมมนต์) เพิ่งแต่งงานกับสามีที่ชื่อ หม่องส่าง และสาเหตุที่ต้องล่ามโซ่ ก็เพราะพ่อของฝ่ายชายกลัวเธอจะหนีไปมีชู้ เรียม (ศรินทิพย์ ศิริวรรณ) สาวลึกลับที่บอกว่ามี อายุ 65 ปี มีลูก 12 คน อาชีพค้าฝิ่นเถือน เป็นม่าย ผู้ที่แสดงตัวว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับชนะอย่างโจ่งแจ้งแต่ต้องกลับกลายมาเป็นคู่รักกันในยามคับขัน เมื่อชนะไม่ยินยอมให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ และอาศัยความเหนือกว่าด้านพละกำลังบังคับให้ฝ่ายหลังต้องใช้เก้าอี้ยาวในห้องโถงเป็นเตียงนอน คนหนึ่งเถรตรงและแข็งกระด้าง ส่วนอีกคนเอาแต่ใจ และชอบอาศัยความเป็นผู้หญิงหว่านล้อมเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ หรือยั่วโทสะให้อีกฝ่ายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ความขัดแย้งของคนทั้งสองก็เป็นแค่เรื่องพ่อแง่แม่งอน ภายหลังการมาถึงของแขกไม่ได้รับเชิญสามคน คือ เสือสิทธิ์ (สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์) ซึ่งเป็นหัวโจก สมุนคนรอง ชื่อว่า ไกร (ไกร ภูตโยธิน) และคนสุดท้าย เชียร (วิเชียร ภู่โชติ) ทั้งสามล่วงรู้ว่า ชนะ เป็นสมุห์บัญชีของบริษัทปรีดาไทย เขาแวะพัก ณ โรงแรมแห่งนี้เพื่อรอรับเงิน 6 แสนบาทที่จะนำไปแจกจ่ายให้คนงาน แต่ไม่มีใครอาจรู้ได้ว่า เงินจำนวนมหาศาลนั้นจะมาถึงตอนไหน และใครเป็นคุมมา เงื่อนไขที่ทำให้เรื่องยิ่งยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีกก็คือ เสือสิทธิ์กับพวกไม่ใช่กลุ่มเดียวที่หวังจะเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน แต่ยังมี เสือดิน (ทัต เอกทัต) จอมโจรที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมทารุณอีกคนที่ต้องการได้ครอบครองเงินก้อนเดียวกัน และปริศนาทั้งหมดถูกคลี่คลายโดยตำรวจที่มาเยือนในท้ายเรื่อง
ชั่วฟ้าดินสลาย (2498)
ชั่วฟ้าดินสลาย (2498/1955) พะโป้ (เอม สุขเกษม) ราชาป่าไม้แห่งท่ากระดานจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งอายุกว่า 50 ปี ได้ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับ ยุพดี (งามตา ศุภพงษ์) สาวน้อยวัยเพียง 20 ปี ซึ่งมีความรู้สูง เข้าสังคมเก่ง ยุพดีเดินทางมาอยู่ที่ค่ายท่ากระดาน และได้พบกับ ส่างหม่อง (ชนะ ศรีอุบล) หลานชายวัย 24 ปีของพะโป้ ซึ่งสำเร็จวิชาการป่าไม้จากประเทศพม่า และได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนอาของเขา ส่างหม่องเป็นชายหนุ่มรูปงามจึงทำให้ยุพดีสนใจเขามากกว่าคนอื่น เมื่อมีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน ยุพดีจึงตัดสินใจได้ว่า คนที่เธอต้องการคือส่างหม่องมิใช่พะโป้ เวลาผ่านไป ยิ่งทำให้ความสนิทสนมของคนทั้งสองยิ่งเพิ่มมากขึ้น ยุพดีได้มีโอกาสบรรลุถึงความปรารถนาของตัวเอง แล้วทั้งสองก็แอบลักลอบพบกันอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะช่วงที่พะโป้ไปทำธุระในเมือง วันหนึ่งพะโป้ออกอุบายว่าจะไปธุระในเมืองอีกเพื่อหาโอกาสจับผิดบุคคลทั้งสองจนทราบความจริงพะโป้ได้แสดงความใจกว้างกับคนทั้งสองเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของยุพดีและส่างหม่องว่า "เราจะรักกันชั่วฟ้าดินสลาย" พะโป้จึงใส่กุญแจมือทั้งคู่ให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ชีวิตที่เริ่มต้นด้วยความรักความสดชื่น เมื่อต้องถูกพันธนาการ ความรักที่เคยมีต่อกันก็เริ่มลดน้อยลงจนกลายเป็นความชิงชังหน่ายแหนง จนเมื่อยุพดีตั้งท้อง ความอดทนของส่างหม่องก็ถึงวาระสุดท้าย เขาได้ลากยุพดีไปหาพะโป้ เพื่อขออิสรภาพคืน เมื่อพะโป้เสนอทางออกให้ด้วยความตาย ส่างหม่องก็ยอมรับทางเลือกนั้น
สันติ-วีณา (2497)
สันติ-วีณา (2497/1954) สันติ เด็กชายกำพร้าวัย 12 ปี จากเหตุการณ์ภูเขาถล่มเป็นเหตุให้เขาสูญเสียแม่ทั้งนัยน์ตาสองข้างในเวลาเดียวกัน ทุกเช้า วีณา เพื่อนบ้านวัยไล่เลี่ยกันจะช่วยจูงสันติไปโรงเรียน ถึงแม้สันติจะตาบอดก็ยังถูก ไกร ซึ่งมีนิสัยเกเรแกล้งอยู่เป็นนิจ โดยหักขลุ่ยอันเป็นที่รักของสันติหักคามือ วันหนึ่งพระภิกษุวัยชราเพิ่งกลับจากธุดงค์แวะมาเยี่ยมสันติ และขอรับสันติไปอยู่ที่วัดเขาน้อย ตลอดเวลาที่อยู่ในถ้ำกับหลวงตา วีณายังคงแวะเวียนไปหาสันติอย่างสม่ำเสมอ สร้างความไม่พอใจให้ไกรซึ่งหมายปองวีณาอย่างมาก ทุกเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน สันติจะนั่งเป่าขลุ่ยบนก้อนหินข้างถ้ำ รอคอยการมาของวีณา แต่แล้ววันหนึ่งวีณาก็หายไป สันติปฏิบัติอย่างเดิมวันแล้ววันเล่า โดยที่ไม่รู้ว่า วีณาถูกกักตัวให้อยู่แต่ในบ้าน เพราะแม่ของไกรมาสู่ขอวีณา วีณาหนีออกมาได้ในวันหนึ่งและมาขอร้องให้สันติช่วยพาเธอหนีไกรแค้นมากสั่งลูกน้องตามล่าสันติกับวีณาแทบพลิกแผ่นดินเมื่อพบทั้งสองก็กระหน่ำชกสันติไม่ยั้ง วีณารีบไปตามหลวงตามาช่วยได้ทัน สันติยืนยันกับหลวงตาว่าจะหาทางหนีอีกครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จเช่นเคย วีณาถูกพาตัวกลับไปบ้าน ส่วนสันติถูกทำร้ายจนสลบ หลวงตาจึงพาสันติกลับมายังวัดถ้ำ สันติเหม่อลอยไร้สติอย่างหนักยิ่งรู้ว่าจวนถึงวันแต่งงานของวีณา จนไม่ได้ยินเสียงหินที่กำลังร่วงหล่นในถ้ำ หลวงตารีบวิ่งเข้าไปฉุดสันติ ส่วนตนเองถูกก้อนหินทับตาย ตาของสันติมองเห็นอีกครั้ง ภาพแรกที่สันติเห็นคือภาพความตายของหลวงตาซึ่งเลี้ยงดูสันติมาตั้งแต่เด็กสันติจึงตัดสินใจบวชเพื่อหาความสุขสงบอย่างแท้จริง

กำลังแสดงผลลัพธ์ทั้งหมด 6 รายการ