แหวนทองเหลือง (2516)
แหวนทองเหลือง (2516/1973) ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาสร้างประมาณ 2 ปีเศษ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากบทพระนิพนธ์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เป็นเรื่องราวอันเป็นมหากาพย์ชีวิตของ ดวงใจ หญิงสาวชาวเหนือที่มีสัมพันธ์รักกับ กฤษฎา นายทหารหนุ่มรูปงามฐานะสูงส่งจากเมืองกรุง โดยเธอได้มอบแหวนทองเหลืองวงหนึ่งไว้ให้เขาเป็นของแทนใจ แต่จู่ ๆ กฤษฎากลับหายตัวไปในขณะที่สงครามโลกครั้งที่สองกำลังระอุ ดวงใจซึ่งกำลังตั้งท้องจึงตัดสินใจออกตามหาคนรัก เป็นการเดินทางอันยาวไกลที่ทำให้เธอต้องพานพบผู้คนและเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์อีกหลายต่อหลายครั้ง
เขาชื่อกานต์ (2516)
เขาชื่อกานต์ (2516/1973) หมอกานต์ นายแพทย์ที่ยึดอุดมคติ เข้าฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขาคิดที่จะสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เตือนเขา ให้ทำงานตามที่เรียนมาอย่างเดียว วันหนึ่งเขาได้พบรักกับ หฤทัย แต่เธอมีแฟนอยู่แล้วชื่อ โตมร โตมรได้มอบแหวนแทนรักก่อนเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ ในระหว่างนี้ หฤทัยป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบกะทันหัน เธอได้รับการรักษาจากหมอกานต์ และได้รับการดูแลด้วยใจของหมอกานต์จนเกิดเป็นความรัก หมอกานต์บอกหฤทัยว่าเขาไม่ใช่คนรวย หลังจากแม่ตาย พ่อก็ขายที่นาให้เขาเรียนต่อ จากนั้นพ่อก็บวช และตอนนี้เขาต้องไปเป็นหมอที่บ้านชนบท ในที่สุดทั้งสองก็หมั้นกัน และ แต่งงานไปอยู่ที่มาประจำเมืองพิษณุโลกด้วยกัน เมื่อโตมรทราบก็โกรธอย่างมาก และได้บอกหฤทัย ว่า หากหมอกานต์ไม่รักแล้วให้บอกเขา เขาจะไปรับทันที หมอกานต์ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ยึดมั่นอุดมการณ์ จนทำให้เป็นที่ขัดแย้งกับข้าราชการฉ้ฉ้อราษฎร์บังหลวงหลายฝ่าย โดยเฉพาะนายอำเภอ วันหนึ่งหมอกานต์กับหฤทัยทะเลาะกันอย่างแรง ด้วยเรื่องที่ว่าหฤทัย เธอชวนกลับกรุงเทพฯด้วยเหตุผลที่ว่าปัญหาเกิดกับหมอมากมายเหลือเกิน หมอคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทั้งอำเภอได้ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากหมอกานต์ เพราะหมอทิ้งคนไข้ไปไม่ได้ สร้างความน้อยใจให้หฤทัยอย่างมาก เธอจึงหนีไปกรุงเทพฯ โดยที่โตมรได้ทราบข่าวจึงขอร้องให้หฤทัยไปทานข้าวด้วย จากนั้นก็เกิดการทะเลาะกันขึ้น เพราะหฤทัยไม่อยากยุ่งกับโตมร ทำให้โตมรขับรถเสียหลัก หฤทัยหมดสติไป และจำความไม่ได้ จนหมอกานต์มาฟื้นความจำให้เธอ และทั้งสองก็กอดกันด้วยความอบอุ่น สร้างความอิจฉาให้โตมรอย่างมาก โตมรจึงให้ผู้อำนวยการ ภักดีให้ทุนเรียนต่อต่างประเทศกับหมอกานต์ หวังเพื่อจะกำจัดหมอกานต์ไป แต่หมอกานต์ไม่ไป เช้าวันรุ่งขึ้นหมอกานต์กำลังจะลงเรือไปรับหฤทัยกลับ ขณะที่กำลังจะลงเรือ ผดุงครรภ์ให้คนมาตามหมอให้ไปทำคลอดคนไข้ หมอจึงขอให้คนเรือรอ แต่โดนถูกลอบยิงจนเสียชีวิต
ไอ้แกละเพื่อนรัก (2515)
ไอ้แกละเพื่อนรัก (2515/1972) สุขสดชื่นรื่นรมย์ ชมสนุกสุขใจ แต่งเรื่อง-แต่งเพลง-เขียนบทและกำกับการแสดงโดย สุรพล โทณะวณิก 35 ม.ม.สี เสียง สโคป ฟัง 10 เพลงเอกอันแสนไพเราะ ขอแนะนำ มาร์ค เลสเตอร์ เมืองไทย ด.ช.อวบ สมชาติ ผู้แสดงเป็น ไอ้แกละเล็ก ตลอดเรื่อง เรื่องราวของ แกละ หนุ่มกำพร้าผู้ยากจน ซึ่งได้บังเอิญไปช่วยเหลือเด็กน้อยกำพร้าชื่อเดียวกัน จากการถูกนักเลงทำร้าย ทั้งคู่จึงได้กลายเป็นเพื่อนต่างวัยที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนเมื่อ แกละหนุ่ม ไปสมัครทำงานเป็นลูกจ้าง ที่บาร์แห่งหนึ่ง และจับพลัดจับผลูได้เป็นนักร้องประจำบาร์ ทำให้เขาต้องพบกับเรื่องวุ่นวาย
บุหงาหน้าฝน (2515)
บุหงาหน้าฝน (2515/1972) เรื่องราวความรักของหญิงสาวที่ได้ช่วยชีวิตชายหนุ่มนิรนามที่แกล้งความจำเสื่อมเพื่อหนีจากการถูกปองร้าย และเพื่อสืบหาถึงสาเหตุตัวการผู้อยู่เบื้องหลังแผนร้าย ทว่าเมื่อทุกอย่างกำลังคลี่คลายเขากลับประสบอุบัติเหตุจนความจำเสื่อม และหลงลืมถึงความรักที่เขามีต่อหญิงสาวจนหมดสิ้น
หยาดฝน (2515)
หยาดฝน (2515/1972) ข้อความบนใบปิด เกษมสุขภาพยนต์ เสนอ หนังแบบไทย-ไทย เรื่องแบบชาวบ้าน ชาวบ้าน ดูง่าย-ง่าย สบายตา ตลกเฮฮา เพลงเพราะเพราะ หยาดฝน ของ โอสถ จันทนพ 35 ม.ม.ซีเนมาสโคป สี เสียงในฟิล์ม นำโดย ไชยา สุริยัน รักชนก จินดาวรรณ บุปผา สายชล ศรีไพร ใจพระ สังข์ทอง สีใส สรวง สันติ, วงศ์ทอง ผลานุสนธิ์, จอมใจ จรินทร์, รุจิรา-มารศรี อิศรางกูร, สมชาย สามิภักดิ์, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ดาวน้อย ดวงใหญ่, สมถวิล มุกดาประกร, สุดใจ ศรีเบญจา, อุ่นเรือน ธรรมานนท์ ฟัง 14 เพลงเอก จากผลงานของ ไพบูลย์ บุตรขัน, สรวง สันติ, ชาญชัย บัวบังศร แต่งเพลง กำกับการแสดงโดย ศิริ ศิริจินดา อำนวยการสร้างโดย วงศ์ทอง ผลานุสนธิ์ ถ่ายภาพโดย จุรัย เกษมสุวรรณ ละโว้ จัดจำหน่าย
มันมากับความมืด (2514)
มันมากับความมืด (2514/1971) ข้อความบนใบปิด ละโว้ภาพยนตร์ ตื่นตามาใหม่ไม่เหมือนใคร ในปี 2515 มันมากับความมืด 35 ม.ม.ซูเปอร์ซีเนมาสโคป สีอิสต์แมน สรพงศ์ ชาตรี นัยนา ชีวานันท์ ร่วมด้วย สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์, ถนอม อัครเศรณี, เบญจมาภรณ์, ดามพ์ ดัสกร, พนม นพพร, คมน์ อรรฆเดช ฯลฯ จุไร เกษมสุวรรณ ถ่ายภาพ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล กำกับการแสดง หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา อำนวยการสร้าง ละโว้ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
วิมานสีทอง (2514)
วิมานสีทอง (2514/1971) ข้อความบนใบปิด จงทิ้งความทุกข์แล้วมาพบความสุขสำราญ วี.พี.ฟิล์มโปรดักชั่น วิมานสีทอง TO BANGKOK WITH LOVE ของ เกรียง ไกรสร ไชยา สุริยัน เพชรา เชาวราษฎร์ ขอฝากฝังหนุ่มหน้ามล นล นเรนทร์ พร้อมด้วย โสภา สถาพร, เมตตา รุ่งรัตน์, สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, น้ำเงิน บุญหนัก, จอมใจ จรินทร์, จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ดอกรัก, ชื้นแฉะ, ทองถม, นิดหน่อย ฯลฯ และดาราหุ่นดัง สังข์ทอง สีใส ร่วมนักร้องเด่น ชาย เมืองสิงห์, แจ๋วแหวว, แอนนี่ วงดนตรี “เดอะแคท” และ “แฟนตาซีไฟฟ์” เพลงไพเราะเสนาะหู ดูและฟังเต็มตาจาก “สุนทราภรณ์” “ศรีกรุง” “กระชับมิตร” “เบญจมินทร์” พรชัย ณ วังใหม่-สังข์ทอง สีใส-ชาย เมืองสิงห์ “เดอะแคท” และ “แฟนตาซีไฟฟ์” ภาพยนตร์มาตรฐานสากลของสังคมปัจจุบัน แกรนด์ 35 ม.ม.สโคป สีอีสต์แมน/เสียงในฟิล์ม อุไร ศิริสมบัติ กำกับฝ่ายศิลป์ ปง อัศวินิกุล กำกับถ่ายภาพ จิระ ทัพพะวัฒนะ ถ่ายภาพ พาณี ฉัตรกุล ณ อยุธยา อำนวยการสร้าง วรุณ ฉัตรกุล ณ อยุธยา กำกับการแสดง ละโว้ จำหน่าย
วิวาห์พาฝัน (2514)
วิวาห์พาฝัน (2514/1971) ข้อความบนใบปิด ละโว้ภาพยนตร์ เสนอ วิวาห์พาฝัน จากบทประพันธ์ ของ อนุสร ครื้นเครง เพลงมาก ดูไม่ยาก สบายตา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กำกับการแสเง หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา อำนวยการสร้าง โสภณ จงเสถียร ถ่ายภาพ
ฝนเหนือ (2513)

ฝนเหนือ (2513/1970) เรื่องราวของเชิง ช่อตำแย และเพลิน เดียวดาย สองหนุ่มพเนจรเกิดไปขัดผลประโยชน์ของเสือคล้าม ที่หมายจะเอาที่ดินเขาชมพูของกำนันฉะมาเป็นของตน การห้ำหั่นกันด้วยชั้นเชิงจึงเกิดขึ้น ท่ามกลางความรักระหว่างเชิงกับฝนเหนือ และเพลินกับตุ๊กตุ่น ลูกสาวสุดหวงของกำนันฉะ ฝนเหนือ สาวน้อยที่เกิดมาท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก ลูกสาวกำนันฉะ ผู้กว้างขวางและคหบดีแห่งหมู่บ้านวังชมพู ที่ต้องร่วมมือกับ เชิง ช่อตำแย หนุ่มกะล่อนนักถ่ายรูป เพลิน เดียวดาย หนุ่มขี้เหงาหัวใจว้าเหว่ และไว ว่องวิทย์ หนุ่มบ้านนอกขี้กลัว เพื่อกำจัดเสือคร้าม ที่ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจเพื่อที่จะมากว้านซื้อที่ดินในหมู่บ้านเพื่อใช้เป็นฐานในการผลิตยาเสพติด

ฟ้าคะนอง (2513)

ฟ้าคะนอง (2513/1970) จริกา นางพยาบาลจากกรุงเทพฯ ที่เดินทางไปทำงานยังปราสาทฟ้าคะนอง ที่แหลมฟ้าคะนอง บริเวณชายฝั่งทะเลฝั่งตะวันออกของไทย ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแก่เกือบ 100 ปีของเจ้าคุณสุธาธรรม อดีตสมุหเทศาภิบาลสมัยก่อน ที่เกาะแห่งนี้มีความลับเรื่องสมบัติโจรสลัดมูลค่ากว่าร้อยล้านบาทซ่อนอยู่ ในขณะที่ปราสาทฟ้าคะนองก็เต็มไปด้วยความลึกลับน่ากลัวและผู้คนที่ไม่ปรกติ

ณ อ่าวกระทิง จริกาได้มาที่นี่เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเป็นพยาบาลประจำที่แหลมฟ้าคะนอง พอลุงย้ำได้ยินจึงรีบห้ามไม่ให้ไป เพราะเมื่อไปที่นั่นแล้วจะไม่มีใครได้กลับมา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ ดุรงค์ มารับตัวจริกาซึ่งเป็นคนที่ประกาศรับสมัครนางพยาบาลประจำ ทั้งสองจึงรีบแล่นเรือไปที่แหลมฟ้าคะนอง ทว่าเมื่อจริกามาถึงก็พบกับความลึกลับและน่ากลัวของที่นี่ ความหายนะกำลังจะมาเยือนหรือไม่

รักนิรันดร์ (2513)
รักนิรันดร์ (2513/1970) ระทม สาวน้อยที่ถูกพ่อทิ้งไปในช่วงที่เกิดสงครามแถบชายแดนไทย เธอจึงต้องไปอยู่กับแม่ที่ฮ่องกง แต่เมื่อพ่อของเธอได้กลับมาพร้อมกับเมียใหม่ ทำให้แม่ของระทมตรอมใจฆ่าตัวตาย ในขณะที่เธอก็ได้พบรักกับโจรหนุ่มชื่อ รักษ์ และตัดสินใจหนีไปใช้ชีวิตทำมาหากินสุจริตด้วยกัน โดยมีพ่อของเธอคอยกีดกันความรักครั้งนี้ ระทม สาวน้อยที่ถูกพ่อทิ้งไปในช่วงที่เกิดสงครามแถบชายแดนไทย เธอจึงต้องไปอยู่กับแม่ที่ฮ่องกง แต่เมื่อพ่อของเธอได้กลับมาพร้อมกับเมียใหม่ ทำให้แม่ของระทมตรอมใจฆ่าตัวตาย ในขณะที่เธอก็ได้พบรักกับโจรหนุ่มชื่อ รักษ์ และตัดสินใจหนีไปใช้ชีวิตสุจริตด้วยกัน แต่พ่อของเธอกลับกีดกัน และพาเธอมาอยู่ด้วยกันในกองทัพชายแดนลาว รักษ์จึงออกตามหาคนรักโดยแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ก่อการร้าย
แม่นาคพระนคร (2513)
แม่นาคพระนคร (2513/1970) ข้อความบนใบปิด ละโว้ภาพยนตร์ เสนอ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กำกับการแสดง แม่นาคพระนคร ในระบบ 35 ม.ม.ซูเปอร์ซีเนมาสโคป เสียงในฟิล์ม เทคนิคคัลเล่อร์ แห่ง ฮอลลีสวู้ด มิตร ชัยบัญชา อรัญญา นามวงษ์ นำขบวนดารคับคั่ง ม.ล.สร้อยระย้า ยุคล อำนวยการสร้าง หม่อมอุบล ยุคล ที่ปรึกษา ละโว้ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
เกาะสวาท หาดสวรรค์ (2512)
เกาะสวาท หาดสวรรค์ (2512/1969) เกาะสวาท หาดสวรรค์ เป็นภาพยนตร์สีอิสต์แมน 35 มม.ซูเปอร์ซีเนสโคป ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2512 พากย์เสียงในฟิล์ม สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ โดยมี หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา เป็นผู้อำนวยการสร้าง อำนวยการแสดงโดย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือภาพยนตร์เรื่อง วิวาห์พาฝัน (2514)
อีแตน (2511)
อีแตน (2511/1968) นายอำเภอจรุง (ชาลี อินทรวิจิตร) ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับโจร ก่อนสิ้นชีวิตได้สั่งเสียให้กาหลง (วิไลวรรณ วัฒนพานิช) ภรรยาซึ่งกำลังตั้งท้องไปอาศัยอยู่กับท่านเจ้าคุณพระยาบริบาลภูมินทร์ (ม.ล.ขาบ กุญชร) ผู้เป็นบิดาของตน กาหลงพายายเมี้ยน (มาลี เวชประเสริฐ) คนรับใช้เก่าแก่ติดตามมาด้วย และได้คลอดลูกเป็นเด็กหญิงมีตำหนิปานแดงที่ไหล่และมีรอยแผลเป็นที่ใบหูแต่ยังไม่ทันได้ตั้งชื่อ ยายเมี้ยนแอบได้ยินคุณหญิงชฎา (กัณฑรีย์ นาคประภา) ผู้เป็นภรรยาใหม่ของท่านเจ้าคุณปรึกษากับนิพนธ์ (แมน ธีระพล) ชายชู้เรื่องจะกำจัดกาหลงและลูกเพื่อฮุบมรดก ยายเมี้ยนตัดสินใจแอบลักพาตัวลูกของกาหลงหนีออกจากบ้าน และไปอาศัยอยู่กับแต้ม (สมพล กงสุวรรณ) อดีตแมงดาขี้เมา เมื่อกาหลงรู้ว่าลูกหายก็ตกใจมากจนเส้นเลือดสมองแตกกลายเป็นอัมพาต ขณะที่ท่านเจ้าคุณก็ส่งคนออกตามหาหลานแต่ก็ไม่พบ ส่วนยายเมี้ยนและแต้มก็ตั้งชื่อเด็กว่า แตน (อรัญญา นามวงศ์) และยายเมี้ยนอุตส่าห์ทำงานเลี้ยงดูแตนด้วยความเหน็ดเหนื่อย ขณะที่แต้มเอาแต่กินเหล้าเมามาย สิบเก้าปีต่อมาแตนเติบโตเป็นสาวสวย วันหนึ่งได้พบกับรุ่งโรจน์ (มิตร ชัยบัญชา) ทนายประจำตระกูลบริบาลภูมินทร์ ซึ่งถูกคุณหญิงชฎาใช้ให้มาไล่ที่ชาวบ้านในสล้มเพื่อเอาที่ดินสร้างตึก แตนไล่ตีรุ่งโรจน์แต่ขณะเดียวกันทั้งสองก็รู้สึกนึกรักกัน ยายเมี้ยนออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดเพื่อส่งเงินมาเลี้ยงดูแตนและแต้ม แต่เงินถูกคนที่ยายเมี้ยนฝากมาอมเสียทำให้เงินมาไม่ถึงแตน เมื่ออดอยากมากขึ้นแต้มคิดแผนชั่วขึ้นโดยการหลอกพาแตนไปขายที่ซ่องของผกา (ชฎาพร วชิรปราณี) แต่แตนต่อสู้จนสุดฤทธิ์ไม่ยอมขายตัวทำให้แขกที่เที่ยวพากันเข็ดขยาด คุณหญิงชฎาและนิพนธ์คิดแผนการที่ถ่ายเททรัพย์สมบัติของท่านเจ้าคุณมาเป็นของตน ด้วยการหาหลานตัวปลอมมาตบตาท่านเจ้าคุณ นิพนธ์มาที่ซ่องของผกาและได้พบแตนก็รู้สึกถูกใจคิดว่าแตนเหมาะสมที่แสดงบทบาทเป็นหลานท่านเจ้าคุณ จึงขอซื้อตัวแตนจากผกาและนำมาบ้านภักดีภูมินทร์ ท่านเจ้าคุณดูตำหนิปานแดงที่ไหล่และรอยแผลเป็นที่ใบหูของแตนก็แน่ใจว่าเป็นหลานของตน และกาหลงถึงแม้จะเป็นอัมพาตแต่สัญชาติญาณก็ทำให้รู้ว่าแตนเป็นลูกของตน ขณะที่คุณหญิงชฎากับนิพนธ์รู้สึกดีใจคิดว่าตบตาท่านเจ้าคุณได้ เมื่อแตนมาอยู่ที่บ้านท่านเจ้าคุณก็มีโอกาสได้พบกับรุ่งโรจน์บ่อยครั้งจนกลายเป็นความรัก ในงานวันประกาศตัวแตนเป็นทายาทของตระกูลบริบาลภูมินทร์ ยายเมี้ยนได้แอบเข้ามาในบ้านเพื่อยืนยันกับท่านเจ้าคุณว่าแตนคือทายาทที่แท้จริง และคุณหญิงชฎากับนิพนธ์คิดร้ายต่อทุกคน แต่นิพนธ์มาพบเสียก่อนจึงฆ่ายายเมี้ยนตายและบังคับให้แต้มนำศพยายเมี้ยนออกไปนอกบ้าน เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของหมวย (ชูศรี มีสมมนต์) เพื่อนของแตนที่แอบตามยายเมี้ยนมา นิพนธ์วางยาพิษในเหล้าให้ท่านเจ้าคุณดื่ม แต่เกิดผิดพลาดสลับขวดเหล้ากันทำให้ท่านเจ้าคุณปลอดภัย แต่นิพนธ์กลับดื่มเหล้าในขวดที่ผสมยาพิษเสียเองจนเสียชีวิต แต้มเห็นเหตุการณ์ก็ตกใจเตลิดหนีไป ขณะเดียวกับที่หมวยไปบอกแตนเรื่องที่นิพนธ์ฆ่ายายเมี้ยนตาย แตนไปที่ศพยายเมี้ยนและนำปืนของนิพนธ์ที่ทิ้งไว้ข้างศพมาด้วย เมื่อพบนิพนธ์นั่งฟุบอยู่กับโต๊ะอาหารจึงใช้ปืนยิงโดยไม่รู้ว่านิพนธ์ตายแล้ว คุณหญิงชฎาแจ้งตำรวจให้จับแตนในข้อหาฆ่านิพนธ์ รุ่งโรจน์พยายามใช้ความรู้กฎหมายช่วยว่าความให้แตนอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถหาพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาได้ซึ่งอาจจะทำแตนต้องติดคุกโดยไม่ได้ทำความผิดก็เป็นได้ แต่แล้วในวันตัดสินคดีแต้มตัดสินใจมาเป็นพยานในศาลบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้แตนพ้นจากความผิด รุ่งโรจน์เจียมตัวว่าตนเองเป็นหลานของนิพนธ์ซึ่งคิดร้ายต่อท่านเจ้าคุณจึงขอลาออก แต่ขณะที่กำลังจะออกจากบ้านแตนก็มาขวางไว้ ทั้งสองจึงเปิดใจต่อกันถึงความรักที่มีต่อกัน และท่านเจ้าคุณและกาหลงก็เต็มใจให้รุ่งโรจน์และแตนแต่งงานกัน
ทรชนคนสวย (2510)
ทรชนคนสวย (2510/1967) เกิดการหักหลังกันในองค์การอาชญากรรม เมื่อฝิ่นมูลค่า 100 ล้านบาทหายสาบสูญไป ทำให้วิเชียร (สาหัส บุญ-หลง) ผู้เป็นหัวหน้าใหญ่และต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้หักหลังถูกพงษ์ (สิงห์ มิลินทราศรัย) บีบให้ลาออก จากนั้นทางองค์การจึงลงมติให้เป็งหลิน (วิชิต ไวงาม) ที่เป็นเพื่อนของวิเชียรไปฆ่าเขา วิเชียรที่กำลังจะถูกฆ่าจึงสารภาพว่าเขาแอบเอาฝิ่นไปจริงและไปซ่อนไว้ที่สุสานประจำตระกูลที่สงขลา แต่แล้ววิเชียรก็ถูกเป็งหลินฆ่าอยู่ดี เริง รื่นรส (มิตร ชัยบัญชา) ทนายความที่ทำงานให้กับพวกนอกกฎหมายแลกเปลี่ยนส่งมอบแผนที่ซึ่งเป็นที่ซ่อนฝิ่นให้กับลีเชงยู (แมน ธีระพล) ถึงในฮ่องกง เริงได้พลกับซูหลิน (มิสจิ้นหลู) ที่มาแอบฟังการตกลงของเขา จากนั้นเริงได้ตามไปดูซูหลินร้องเพลง ในขณะที่ลีเชงยูส่งคนมาเล่นงานเริงเพราะหักหลังเรื่องการส่งข้อมูล โดยเริงได้สุริยัน (รุจน์ รณภพ) มาช่วยเอาไว้ เริงเดินทางกลับเมืองไทยโดยมีซูหลินร่วมทางมาด้วย ที่กรุงเทพสมาชิกคนสำคัญขององค์การต่างแย่งกันหาฝิ่นมูลค่ามหาศาลนั้น รามซิงค์ (อดินันท์ สิงห์หิรัญ) ที่มาติดต่อกับเริงถูกฆ่าตายตำรวจซึ่งมาจับเริง แต่ภูษิต (สมควร กระจ่างศาสตร์) นายทหารหัวหน้าฝ่ายต่อต้านมาขอตัวเริงไปช่วยราชการจากนั้นก็ปล่อยเริงไป ขบวนการเดินทางลงใต้มีหลายกลุ่มซูหลินที่เป็นลูกสาวของวิเชียรเดินทางโดยรถไฟพร้อมกับเป็งหลินโดยไม่รู้ว่าเขาฆ่าพ่อของเธอ ซูหลินถูกเป็งหลินลอบวางยาพิษแต่ภูษิตมาช่วยเธอไว้ได้ทันและหลบหนีไปพร้อมกัน ส่วนเป็งหลินก็ถูกพงษ์จังตัวไปบังคับให้บอกที่ซ่อนของฝิ่นแล้วพงษ์ก็ฆ่าเป็งหลินตายเพื่อฮุบสมบัติไว้คนเดียว เริงเดินทางโดยรถยนต์และได้รับสุดา (อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา) หญิงสาวที่รถเสียร่วมทางไปด้วย แท้จริงแล้วสุดาคือนางนกต่อของจัง (สมพล กงสุวรรณ) ที่หวังได้ฝิ่นเช่นกัน เริงเสียท่ามารยาหญิงโดนจังจับได้ แต่ระหว่างทางจังปะทะกับคนของลีเชงยู ทำให้เริงเกลี้ยกล่อมให้สุดาพาเขาหนีออกมา ส่วนจังและลีเชงยูก็ร่วมมือกันเดินทางไปลงขลา ที่สุสานทุกกลุ่มทยอยเดินทางมาถึง ต่างก็ปะทะกันเอง หักหลังกัน และบางคนก็ต้องจบชีวิตเพราะกับดักมากมายในสุสาน ผู้ที่เหลือรอดออกมาคือเริง ซูหลิน และภูษิตก็ติดอยู่ใต้ดิน แต่สุริยันก็ช่วยพวกเขาออกมาได้ เริงและพวกตามล่าจังที่หนีไปกับเรือดำน้ำ แต่ผลสุดท้ายจังก็จมลงไปกับเรือดำน้ำที่กลางทะเล เริงและซูหลินเข้ารับโทษเพียงเล็กน้อย เพราะได้ช่วยเหลือราชการในการปราบโจรเอาไว้
เงิน เงิน เงิน (2508)
เงิน เงิน เงิน (2508/1965) เพลงพราว...ดาวพรู...ดูเพลิน เมื่อได้ชม เงิน เงิน เงิน ฉายแล้วจ้า...เฉลิมเขตร์ ไม่รวยก็ปิ๋ว... หนังมาตรฐาน ระบบซูเปอร์ซีเนสโคป สีอิสต์แมน เต็มจอยักษ์เฉลิมเขตร์ ฟัง 14 เพลงเพราะ จาก 15 ยอดนักเพลง เพลงพราว ดาวพรู ดูเพลิน 62 ดารา 14 เพลงเอก ทั่วโลกยอมรับแล้วว่า "เงิน เงิน เงิน" เป็นหนึ่งไม่มีสอง! 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม ซุปเปอร์ซีเนสโคป สีอิสต์แมน ขุนหิรัญ (อบ บุญติด) นายทุนเงินกู้ วัตโกเศรษฐกิจ มอบหมายให้หลานชาย ตุ๊ อรรคพล (มิตร ชัยบัญชา) เอาสัญญาเงินกู้ไปขู่บังคับชาวบางรื่นสุข ให้ย้ายออกด่วนเพื่อเอาที่ดินไปทำธุรกิจตึกแถวร่วมกับ คุณนายเม้า (สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต) หุ้นส่วน ซึ่งอรรคพลไม่ชอบวิธีการเช่นนี้ และเมื่อได้พบกับชุมชนที่สุขสงบ เรียบง่าย รวมทั้งกลุ่มวงดนตรีแก๊งค์เด็กวัดอารามบอย ทำให้ความหวังที่จะทำธุรกิจบันเทิงอย่างที่ตนเองฝันไว้ผุดขึ้นมาอีกครั้ง จึงรวมกลุ่มกับแก๊งค์เด็กวัดเพื่อเปิดกิจการไนท์คลับ แต่ก็ถูกกลั่นแกล้งจากท่านขุน ขณะเดียวกัน ภารดี (สุมาลี ทองหล่อ) น้องสาวแอบรักชอบกับ รังสรรค์ (ชรินทร์ นันทนาคร) ครูสอนเปียโนฐานะยากจน เมื่อหลานชายกับหลานสาวไม่ได้ดังใจ เศรษฐีหน้าเลือดอย่างท่านขุน จึงไล่ทั้งคู่ออกจากบ้าน โดยยื่นเงื่อนไขให้เอาเงินมาไถ่ที่ราคาหนึ่งล้านบาท เหตุการณ์พลิกผันให้อรรคพลพบกับแม่ที่พลัดพรากกัน (วิไลวรรณ วัฒนพานิช) และได้ กิ่งแก้ว (เพชรา เชาวราษฎร์) เด็กขอทานผู้เป็นเสมือนพลังใจ จนทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาเป็นความรัก และช่วยกันหาทางนำเงินมาไถ่ถอนที่ได้สำเร็จ เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์ที่สามารถเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ชัดเจน ทำหน้าที่ปลอบประโลมใจคนยากคนจนให้มีความหวัง ที่จะฝันว่า จะมีพระเอกในฝัน หนุ่มหล่อ ลูกมหาเศรษฐีมาช่วย มาหลงรัก และครองรักกับเราอย่างชื่นมื่นสุขใจ

หน้าที่