พยัคฆ์ยี่เก (2552)

พยัคฆ์ยี่เก

เรื่องย่อ : พยัคฆ์ยี่เก (2552/2009)  พยัคฆ์ยี่เก เป็นเรื่องราวของศิลปินกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งยึดการแสดง…ลิเก เป็นอาชีพ แม้ความนิยมของคนดูจะลดน้อยถอยลง แต่พวกเขายังคงต่อสู้ ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด “บุญเอก อมรินทร์” (อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) พระเอกลิเกหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าคณะ ได้นำเอาวิทยาการสมัยใหม่ รวมทั้งเพลงลูกทุ่งที่กำลังอยู่ในความนิยม เข้ามาผสมผสานในการแสดงบนเวที เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ ให้คนดู บางครั้ง บางเรื่อง…เทวดาเหาะลงมาจากฟากฟ้าท่ามกลางหมอกควัน บางครั้ง บางเรื่อง…พระฤษีขี่ช็อปเปอร์ใส่หมวกกันน็อกขึ้นบนเวทีโดยมี “อินทิรา อมรินทร์” (ปุณยาพร พูลพิพัฒน์) น้องสาวของตนเป็นนางเอก “เด็ดดวง” (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) เป็นตัวโกงประจำคณะและมี “น้ำหวาน” (รุ่งระวี บริจินดากุล) เป็นดาวยั่วหรือตัวร้าย “บุญโอบ อมรินทร์” (นงค์ เชิญยิ้ม) ผู้เป็นอาของบุญเอก คือ ครูฝึกสอน และ ที่ปรึกษา “น้านง อมรินทร์” (วันทนา บุญบันเทิง) ภรรยาของบุญโอบเป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ของทุกคนในคณะ ลิเกไฮเทคของบุญเอกไปแสดงที่ไหน บรรดา แม่ยก ก็จะแห่ตามมาดูขวัญใจของตน โดยเฉพาะ “นวล” (นาตยา จันทร์รุ่ง) ภรรยาของ “กำนันเทิด” (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) ผู้มีอิทธิพล แม้ไม่พอใจ กำนันเทิด ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงใจเมีย กำนันเทิด ได้ส่ง “ทำนุ” (แจ็ค เชิญยิ้ม) ลูกชายวัยรุ่นที่กำลังสร้างอิทธิพลแข่งกับพ่อตามไปก่อกวนทำนุกลับมาถูกใจอินทิราจนไม่กล้าป่วน แถม “ทับทิม” (ภัคชัญญา เพ็งพารา) น้องสาวคนสวยของทำนุ ซึ่งกล้าแก่นไม่กลัวคนที่ตามมาด้วย กลับไปหลงใหลบุญเอกแข่งกับแม่ กำนันเทิดจึงต้องชอกช้ำทวีคุณ บุญเอก ยังมีลิเกคู่แข่งอีกคณะหนึ่งคือ “อนุชิต ศิษย์สำราญ” (เอกราช สุวรรณภูมิ) โดยมี “น้ำอ้อย” (ณิชชนันทน์ แจ่มดวง) ซึ่งสวยไม่น้อยหน้าใครเป็นนางเอก ทั้งสองคณะนี้ไม่มีใครยอมใคร ไปตั้งเวทีประชันกันที่ไหน เป็นต้องงัดไม้ตายออกมาสู้กัน แม้บางครั้งคณะอนุชิต ศิษย์สำราญจะมีแผนการร้ายๆ แต่ทำอะไรลิเกไฮเทคของ บุญเอกที่ร้องเพราะรำสวยไม่ได้ เป็นธรรมชาติ คนแพ้ต่อย ย่อมชวนตี ลิเกสองคณะจึงยกพวกเข้าห้ำหั่นกันบ่อยครั้งกำนันเทิดว่าจ้างลิเกทั้งสองคณะไปเล่นประชันกัน เพื่อฉลองงานวันเกิดให้นวลลิเกคณะอนุชิตเดินทางไปก่อน แล้ววางแผนแกล้งลิเกคณะบุญเอกโดยโรยตะปูเรือใบไว้เต็มถนน รถของบุญเอก คันที่นำหน้ายางแตกทั้งสองเส้น จนต้องใช้รถคันหลังช่วยขนถ่ายอุปกรณ์ฉาก ทางด้าน คน ก็พากันเดินไปเรื่อย ๆ ต้องถือเป็นโชคร้ายที่ฝนลงมาอย่างไม่มีเค้า ทุกคนต้องวิ่งเข้าไปหลบในถ้ำบุญโอบไปพบเป้บรรจุเพชรซุกซ่อนอยู่ จึงเอามาใส่ให้อินทิราออกแสดงจนวูบวาบไปทั้งเวที ลิเกคณะบุญเอก จึงชนะคณะอนุชิต รับเงินเดิมพันมาทั้งหมด บุญโอบเองก็ไม่รู้ว่า…เพชร ในเป้ลูกนั้นมาจากไหน ต้นทางของเพชรในเป้นั้นคือ ประเทศไทย ได้จัดให้มีการแสดงเพชรระดับโลกขึ้นที่กรุงเทพฯ หลายประเทศได้ส่งเพชรชั้นสุดยอดเข้ามาร่วมงานด้วย “เดวิด” (โอลิเวอร์ บีเวอร์) นักธุรกิจจากต่างชาติผู้จัดแสดง ได้วางแผนโจรกรรมเพชรที่ตัวเองจัดแสดงอย่างแยบยล ทว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือกว่าแผนการปล้น ยังมีการปล้นซ้อนปล้น “เชิด” (อิทธิกร สาธุธรรม) เป็นตัวการปล้นซ้อนแผนของเดวิดโดยมีผู้วางแผนให้ แต่เมื่อปล้นได้เชิดกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมนำเพชรไปให้ผู้ว่าจ้าง เพราะราคาจ้างกับราคาเพชรผิดกันมาก เชิดเอาเพชรไปซุกซ่อนไว้ในถ้ำแล้วฆ่าผู้ร่วมงานทุกคน เชิดจึงเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเพชรอยู่ที่ไหน เชิดติดต่อจะขายเพชรให้กับ “เสี่ยอ่าง” (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) เจ้าพ่อแห่งวงการเพชรเมืองไทย เมื่อตกลงกันได้ เชิดก็ย้อนกลับมาเอาเพชรในถ้ำ ปรากฏว่าเพชรทั้งหมดหายไป เดวิดส่งบอดี้การ์ดสาวสามคน สืบหาจนรู้ว่าเพชรตกไปอยู่กับคณะลิเก…เสี่ยอ่าง ก็ส่ง “เหว่ย” (เมธี อมรวุฒิกุล), “เซียะ” (โปรย ซุปเปอร์โจ๊ก) และ “กัง” (หยอง ลูกหยี) สามมือพิฆาตของตน ออกติดตามเส้นทางของเพชรเช่นกัน ที่เหนือกว่านั้น…สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งสองนายตำรวจมือปราบแห่งยุค ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เดวิด, เสี่ยอ่าง และเชิด ต่างก็รู้ว่าเพชรไปตกอยู่กับคณะลิเก แต่ยังไม่แน่ใจว่า เป็นลิเกคณะไหน สามบอดี้การ์ดสาวของเดวิด ก็บุกเข้าค้นบ้านของลิเกคณะอนุชิต ศิษย์สำราญ เพื่อจะหาเพชร เหว่ยและเซียะบุกเข้าจับคนในคณะลิเกของบุญเอกเพื่อจะเอาตัวไปซักถาม แต่..ต้องหน้าหงายกลับไป เพราะทุกคนในคณะร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้ ที่รุนแรงยิ่งไปกว่านั้น…เชิด นำลูกน้องเข้าปล้นบ้านของบุญเอก อมรินทร์ เพราะต้องการเอาเพชรคืน ทุกฝ่ายทำไม่สำเร็จเนื่องจาก สองตำรวจมือปราบคือ “ร.ต.อ. เดชา ชาญณรงค์” (สุธิราช วงศ์เทวัญ) และ “ร.ต.ท.หญิง บังอร รุจิเรข” (จิลล์ โรเจอร์) ได้วางแผนป้องกันอย่างรัดกุมเดชาปลอมตัวไปขอหัดลิเกอยู่กับคณะของบุญเอก แม้ไม่เต็มใจต้อนรับแต่บุญเอก ไม่อยากขัดใจ อินทิราน้องสาวผู้มีใจให้เดชา สำหรับบุญเอกกับบังอรต้องถือเป็นคู่อริตลอดกาลแม้จะมีจิตใจให้กัน แต่ทั้งคู่ต่างก็ซุกซ่อนไม่ยอมเปิดให้อีกฝ่ายรู้เห็น กลุ่มเหล่าร้ายเปลี่ยนแผนการใหม่ โดยหันมาร่วมมือร่วมใจกัน เสี่ยอ่างทุ่มเงินจ้างลิเกทั้งสองคณะมาเล่นประชัน..ล้มเงินรางวัลกัน แถมมีเงินรางวัลล่อใจ สำหรับลิเกคณะที่มีเครื่องประดับสวยงาม เพราะคาดหวังว่า..ลิเกคณะใดที่ครอบครองเครื่องเพชรอยู่ จะนำออกมาแต่งโชว์ และก็เป็นไปตามคาดหมาย เมื่อถึงวันงาน บุญโอบงัดเครื่องเพชรออกมาให้อินทิราสวมใส่อีกครั้ง เสี่ยอ่าง…วางแผนให้เหว่ยและเซียะลักพาตัวอินทิราพร้อมเครื่องเพชรทันที เดวิด…สั่งสามบอดี้การ์ดสาวตามประกบไม่ยอมให้คลาดสายตา เชิด…และลูกน้องเตรียมพร้อมที่จะปล้นซ้อนแผนอีกครั้ง เดชาและ “หมู่ชื่น” (ชูษี เชิญยิ้ม) ตามอินทิรา ชนิดก้าวต่อก้าว บังอร…และตำรวจสายสืบ ประกบรอบนอกไว้อีกชั้นหนึ่ง ทว่า…เหตุร้ายก็เกิดขึ้นจนได้ หมอลำซิ่ง ซึ่งเดวิดจัดมาให้ความครึกครื้นในงานเล่นเสียงดังเกินเหตุ จนลิเกทั้งสองคณะเล่นกันไม่รู้เรื่อง “ตุ๊” (โจอี้ เชิญยิ้ม) ตัวโกงของคณะอนุชิต จึงร้องกลอนถามเด็ดดวงตัวโกงของคณะบุญเอก ว่าจะเอายังไงดี เด็ดดวงก็ร้องกลอนตอบเป็นทำนองว่า รวมตีนซะเลย หมอลำซิ่ง กลับถามมาว่า..เก่งแต่ปากหรือเปล่า ลิเกทั้งสองคณะจึงยกพวกเข้าตะลุมบอนกับหมอลำซิ่ง ที่พร้อมจะมีเรื่องอยู่แล้วเดชาจำต้องโดดเข้าช่วยพวกลิเก เหว่ยและเซียะได้โอกาสก็ตรงฉุดอินทิราจากหน้าเวทีหมู่ชื่นปราดเข้าขวางก็ถูกยิงทรุดบุญโอบเข้าช่วยจึงโดนยิงอีกคน เหว่ยและเซียะเอาตัวอินทิราที่แต่งเครื่องเพชรหนีไปได้ ทว่า เหว่ยและเซียะไปได้แค่ครึ่งทางทำนุผู้ซึ่งหลงใหลอินทิราและชำนาญเส้นทางกว่าก็มาดักหน้าแย่งชิงตัวอินทิราไปได้ แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำนุกลับนำตัวอินทิราไปส่งมอบให้กับเดวิดรางวัลที่ทำนุได้รับคือถูกบอดี้การ์ดสาวยิงจนทรุดเดวิดพาอินทิรา มาได้อีกครึ่งทางก็พบกับด่านสำคัญ นั่นคือ “หมอมนตรี” (ชุมพร เทพพิทักษ์) หมอที่คนทั้งตำบลรู้จักคือ..หมอใจบุญที่รับรักษาให้ทุกคน ทุกโรค จะได้เงินหรือไม่ได้เงินไม่เคยสนใจ แต่เบื้องหลังที่ไม่มีใครรู้คือ เขาเป็นผู้วางแผนการปล้นเพชรให้กับเดวิดเป็นตัวการใหญ่ผู้ค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ เป็นผู้วางแผน ยัดยาเสพติดใส่กล่องสินค้าของโอทอป เมื่อเรื่องทำท่าจะเปิดเผยก็หลอก “ใหญ่” (อติรุจ สิงหอำพล) มาเป็นแพะ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด บุคคลที่คอยช่วยสานงานของหมอมนตรีให้ลุล่วงตามเป้าหมายคือ “พ.ต.ท. มงคล สาธุธรรม” หรือ “รองมงคล” (ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง) มือปราบที่ย้ายไปประจำอำเภอชายแดน จ.สระแก้วเพื่อร่วมมือกับหมอมนตรี อย่างใกล้ชิดรองมงคลกล้าได้กล้าเสีย กล้าทำในสั่งที่คนอื่นคาดไม่ถึงอยู่เสมอรองมงคลและหมอมนตรี รู้ดีว่า ทุกคนมาชุมนุมกันที่วัดหลังถ้ำเพราะ เครื่องเพชรรองมงคลและหมอมนตรี จึงไปดักรอในจุดที่ทุกคนต้องผ่านคือปากทางถนนเข้าวัด เมื่อเดวิดนำตัวอินทิราขึ้นรถหนีเขาก็ไปติดอยู่ที่ปากทางนี้เองหมอมนตรีได้สอนวิธีปล้นซ้อนให้เดวิดรู้จักโดยการฉกตัวอินทิราที่ยังใส่ชุดเครื่องเพชรไปอย่างง่ายดายรองมงคลและมนตรีนำตัวอินทิรามาขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ ซึ่งสถานีปลายทางจัดส่งตู้สินค้าและตู้โดยสารที่หมดสภาพเข้าโรงงานซ่อมรองมงคล จึงใช้รถขบวนนี้ขนยาเสพติดและอาวุธสงครามในคราวเดียวกัน..เมื่อขบวนรถเคลื่อนออกจากสถานีรองมงคลและหมอมนตรีช่วยกันปลดเครื่องเพชรจากอินทิรา จนไม่รู้ว่า..บุญเอกและเดชาขึ้นมาบนขบวนรถรวมทั้งเชิดและ “ดารา” (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์) เป็นเลขาของเดวิด ขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันเชิดคว้ากระเป๋าเครื่องเพชรจะโดดลงจากรถไฟดาราก็เข้าขวางไว้ จึงเป็นที่เปิดเผยว่า…ดารา คือคนที่วางแผนให้เชิดปล้นซ้อนปล้นบังอร บินพารามอเตอร์ลงบนตู้รถไฟเพื่อบังคับให้ขบวนรถหยุด ทว่า รองมงคลและหมอมนตรีวางแผนไว้หลายชั้นลูกน้องที่ขึ้นมาบนขบวนรถตามรายทางระหว่างรถวิ่ง เป็นตัวช่วยที่คอยยิงสกัดกั้นเปิดทางให้รองมงคลและหมอมนตรี นำอินทิราและเครื่องเพชรทั้งหมดหนีรอดไปอย่างไร้ร่องรอยรวมทั้งดาราและเชิด บังอร, บุญเอก และ เดชา รวมทั้งตำรวจที่ติดตามขบวนรถมา ต่างพากันมึนตึบ ไม่รู้จะไปตามกลุ่มวายร้ายได้ที่ไหน “จ่าแม้น” (โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม) บอกมีคนเดียวที่น่าจะรู้คือกำนันเทิดโกรธแค้นเพราะทำนุถูกยิงรับอาสาพาลุยทันทีเพราะรู้ดีว่าหมอมนตรีมีโรงโม่หินทิ้งร้างอยู่ ทว่า..ก่อนที่กำนันเทิด จะนำทุกคนไปถึงเชิด ได้นำหน้าพาลูกน้องลุยไปก่อนแล้วเชิดและลูกน้องอีกหลายคนตายในการต่อสู้ แต่..รองมงคลและมนตรี ก็ใช่ว่าจะหนีรอดไปได้บุญเอกและเดชาถล่มอย่างไม่ยั้งมือ จะมีที่โชคร้ายก็คืออินทิราถูกลูกหลงเข้าที่ท้องฟุบจมกองเลือด และเมื่อเคลียร์พื้นที่แล้วจึงรู้ว่าดาราและกระเป๋าใส่เพชรหายไปพารามอเตอร์ถูกส่งขึ้นบินทั่วพื้นที่ อ.ชายแดน พอได้รับแจ้งทางวิทยุบังอรก็โดดขึ้นรถขับอย่างลืมถอนคันเร่ง เพียงไม่นานนักก็แซงรถของดาราที่กำลังจะถึงด่านชายแดน..และแล้วดาราก็ได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกับ บัลลังก์อินทิราหายป่วยเธอประกาศเลิกเล่นลิเกเพื่อแต่งงานกับเดชา บุญเอกต้องเสาะหานางเอกคนใหม่ บุญเอกจะได้ ใครเป็นนางเอกลิเก?

ดู พยัคฆ์ยี่เก (2552) inter.bugaboo
ชื่อไทย : พยัคฆ์ยี่เก
ชื่ออังกฤษ : The Opera Hero (Payak Yeekay)
ละครช่อง : ช่อง 7
ผลิตโดย : บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด
บทประพันธ์ : เชษฐ์ ชัชวาล
บทโทรทัศน์ : อารีย์ ทองน้อย, ปองพล ทองอ่อน, ศิวาวุธ ไพรีพินาศ
กำกับการแสดง : ทองก้อน ศรีทับทิม
แสดงนำ : อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร, จิลล์ โรเจอร์, สุธิราช วงศ์เทวัญ, ปุณยาพร พูลพิพัฒน์, ยิ่งยง ยอดบัวงาม
ออกอากาศ : 20 มีนาคม 2552 – 28 เมษายน 2552
วัน/เวลาออกอากาศ : จันทร์-ศุกร์ : 18.45-19.55 น. และ เสาร์-อาทิตย์ : 18.30-19.30 น.
จำนวนตอน : 40
ความยาวตอน : 55 นาที
เรทละคร :
*เพลงประกอบละคร พยัคฆ์ยี่เก (2552)
     เพลง พยัคฆ์ยี่เก YouTube e1690474151139 พยัคฆ์ยี่เก ขับร้องโดย : กุ้ง สุธิราช อาร์ สยาม (Feat. อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร)
* พยัคฆ์ยี่เก สร้างเป็นภาพยนตร์ 1 ครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2526
     พยัคฆ์ยี่เก (2526) นำแสดงโดย : สรพงศ์ ชาตรี, หม่อมหลวงสุรีย์วัลย์ สุริยง
* พยัคฆ์ยี่เก สร้างเป็นละคร 2 ครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2552 และ พ.ศ. 2565
     พยัคฆ์ยี่เก (2565) นำแสดงโดย : วิชญพงศ์ เอี่ยมสะอาด, ญาณิศา ธีราธร, วงศธร สมศรี, ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน, เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์
เป็นคนแรกที่รีวิว “พยัคฆ์ยี่เก”

ยังไม่มีรีวิว

นักแสดงและทีมงาน

จิลล์ โรเจอร์

ร้อยตำรวจโทหญิง บังอร รุจิเรข

ปราปต์ ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง

พันตำรวจโท มงคล สาธุธรรม (รองมงคล)

เอก เอกราช สุวรรณภูมิ

อนุชิต ศิษย์สำราญ

ชิติสรรค์ ไชยเสนา (ชูษี เชิญยิ้ม)

สิบตำรวจเอก ชื่น ชื่นบาน (หมู่ชื่น)

วันทนา บุญบันเทิง

น้านง อมรินทร์

ภัคชัญญา เพ็งพารา

ทับทิม ทุ่งทอง

วลัชณัฏฐ์ ก้องภพตารีย์ (โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม)

จ่าสิบตำรวจ แม้น เลิศกาญดี (จ่าแม้น)

ป๊อก สกล มงคลเขต

พลตำรวจตรี ธานี มงคลเกตุ

รัญชน์ เมืองลพ

พันตำรวจเอก สันติ เวชกุล

ชัยณรงค์ วงศ์เทวัญ

ผู้ช่วย ผบ.ตร. (รับเชิญ)

สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์

ท่านผู้การฯ (รับเชิญ)

เอกพงษ์ ผูกพันธ์

หมวดพงษ์ (รับเชิญ)

กระดุม ธนายง ว่องตระกูล

สมุนของหมอมนตรี (รับเชิญ)

เอ วีระชัย หัตถโกวิท

เปลื่อง (รับเชิญ)

นิค โอโรโน่

โฆษกประจำวงดนตรี (รับเชิญ)

ใหญ่ พิสิษฐ์ ธัญทวีวิทย์

เถ้าแก่บุญเยี่ยม (รับเชิญ)

นิรันดร์ ปิตา

รัน (รับเชิญ)

ฉัตร มงคลชัย

เจ้าของอู่รถสิบล้อ (รับเชิญ)

บดินทร์ หมู่หมื่นศรี

หลวงพ่อ (รับเชิญ)

ธัญชนก ตวงมุกดา

พ่อของเชิด (รับเชิญ)

ธนภัทร สีงามรัตน์

เสี่ยยุทธ (รับเชิญ)

กํากับการแสดง

นักเขียน

เชษฐ์ ชัชวาล

บทประพันธ์

อารีย์ ทองน้อย

บทโทรทัศน์

ปองพล ทองอ่อน

บทโทรทัศน์

โปรดักชั่น

รัญชน์ เมืองลพ

ดูแลการผลิต

คมน์ อรรฆเดช

ควบคุมการผลิต

พรพิมล มั่นฤทัย

ควบคุมการผลิต