ในวันที่ฝนพร่างพราย (2567)

เรื่องย่อ : ในวันที่ฝนพร่างพราย (2567/2024) ปลายฝน นักสังคมสงเคราะห์ ทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับการช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงที่ถูกทำร้าย ได้รู้จักกับ ไม้ หรือ มาวิน เด็กหนุ่มที่พา มาลัย ผู้เป็นแม่ หนีร้อนมาพึ่งเย็นที่มูลนิธิที่เธอทำงานอยู่ เพื่อให้พ้นจาก ณรงค์ พ่อที่ดีแต่ล้างผลาญ ขี้เมาและทุบตีทำร้ายร่างกายทั้งแม่และตัวเขาจนบอบช้ำมาตั้งแต่จำความได้ ความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับพ่อไม่เคยมี บ้านที่ควรจะเป็น Save Zone กลายเป็นขุมนรก เมื่อมีพ่ออยู่ด้วย มาวินอยากหนีไปให้ไกลจากพ่อที่เขาเกลียดชัง !! แต่ทำไม่ได้ เพราะมาลัยยืนยันที่จะขอกลับบ้าน ทั้งที่เขาพาแม่มาเพื่อให้มูลนิธิช่วยเหลือ
ท่ามกลางชีวิตที่มืดมนไร้หนทาง ความห่วงใยที่ปลายฝนมีให้ทำให้เด็กหนุ่มประทับใจจนเกิดเป็นความรัก มาวินหารายได้จากการทำงานพิเศษตามคำแนะนำของปลายฝัน เพื่อหวังจะพาแม่ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในวันที่ความฝันใกล้เป็นความจริง แม่ที่เขารักกลับจากไปกะทันหัน มิหนำซ้ำพ่อที่คอยทำร้ายลูกเมียทั้งเช้าค่ำยังก่นด่ากล่าวหาว่า มาวินเป็นคนที่ฆ่าแม่ โลกของเขาพลิกคว่ำไม่เหลือใครให้ยึดเหนี่ยว มีเพียงปลายฝนที่เป็นหลักให้เขาลุกขึ้นก้าวต่อไป
มูลนิธิคือที่พึ่งพิงให้กับเด็กหนุ่มที่กำลังใจสลายและสิ้นหวัง แต่หลังจากได้พบเห็นผู้คนมากมายหลายเคสที่มูลนิธิให้การช่วยเหลือ จึงรู้สึกละอายใจที่จะอยู่ต่อ มาวินย้ายไปอยู่กับ บี เพื่อนสนิทที่ครอบครัวเปิดร้านขายแก๊ส แม่ของบีเป็นคนจีนมีความเมตตา เห็นมาวินเหมือนลูกชายอีกคนหนึ่ง
มาวินยังคงติดต่อและไปมาหาสู่กับปลายฝนอย่างต่อเนื่อง ความผูกพันที่ทั้งคู่มีต่อกันยิ่งลงรากหยั่งลึกในจิตใจ โดยเฉพาะในหัวใจของมาวิน บวกกับเขามีโอกาสติดตามไปดูปลายฝนขณะพาเด็กผู้เสียหายไปศาล เขาทั้งประทับใจและชื่นชมจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง และปลายฝนก็ได้เห็นเด็กหนุ่มในมุมมองใหม่ ความเอื้อเฟื้อ ความละเอียดอ่อนของมาวินสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเธอโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งปลายฝนได้รู้ความในใจของมาวิน
ปลายฝนรู้ว่าความผูกพันนี้อาจเป็นสายน้ำอ่อนโยนที่ช่วยชโลมจิตใจ หรืออาจกลายเป็นสายน้ำเชี่ยวกรากที่ทำลายชีวิตได้ภายในเสี้ยวนาที เธอจึงไม่อาจปล่อยให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไป...
7 ปีผ่านไป มาวินเติบโตจาก เด็กหนุ่ม สู่ ทนายอาสา และมาช่วยงานมูลนิธิ เคสปัญหาสังคมที่ทั้งสองต้องพบเจอและฟันฝ่า รวมถึงเส้นทางความรักของเขาและเธอจะกลับมาบรรจบกันอย่างไร คนทุกคนล้วนมีอดีต ทั้งเขาและเธอก็เช่นกัน ติดตามชมความเข้มข้นของละคร ในวันที่ฝนพร่างพราย

 

หมอหลวง 2566

หมอหลวง (2566/2023) วงล้อกาลเวลาหมุนวน พัดพา "ปาฏิหาริย์" นำพา 2 ชีวิต นักเรียนหมอต่างขั้วจาก 2 ยุค ให้ได้มาร่วมสุขร่วมทุกข์... สมัย ร.3 ยุคแพทย์แผนไทยเฟื่องฟู บ้านเมืองแข็งแกร่งแม้จะมีสงคราม หรือการปราบปรามโจรตั้วเหี่ยอยู่บ้าง (อั้งยี่) เมื่อ "บัว" นักศึกษาแพทย์จากยุค5G โดนพายุหอบทะลุมิติข้ามภพมาพบกับนักเรียนหมอในอดีต อย่าง "ทองอ้น" ลูกชายไม่เอาถ่าน แกะดำของตระกูลหมอหลวง ท่ามกลางสถานการณ์ความอลหม่านในโรงเรียนแพทย์ ความเป็นความตาย ความรัก สงครามโรค โดยมียาไทย และการรักษาแพทย์แผนไทย เชื่อมทั้งคู่ไว้ด้วยกัน (Source: ch3plus.com)

ตราบฟ้ามีตะวัน 2563

ตราบฟ้ามีตะวัน (2563/2020) วันฟ้าใหม่ (แป้ง) กลับมาที่ไร่แสงตะวันอีกครั้ง หลังจากที่จากที่นี่ไปเรียนต่อกว่า 6 ปี เธอจำเป็นต้องไปเรียนต่อเพื่อหนีจากความผิดที่เธอยังจำได้ไม่ลืม และคิดว่าคนทั้งไร่แสงตะวันคงไม่เคยลืมเหตุการณ์ในครั้งนั้นเช่นกัน โดยเฉพาะเขา อาทิตย์ ลูกชายคนเดียวของไร่แสงตะวัน ผู้ได้รับผลกระทบเต็มๆ ในอดีต แป้งเป็นลูกสาวของ ธราเทพ และ พิมพ์นภา ทั้งสองเป็นคู่รักที่ใครๆ ก็อิจฉา เพราะทั้งคู่มีพร้อมทุกอย่างทั้งฐานะและสังคม แต่ใครจะรู้ว่าครอบครัวนี้ไม่ได้สมบูรณ์ เพราะพิมพ์นภาที่เป็นสาวสังคมละเลยต่อลูกสาว จนทำให้แป้งเริ่มกลายเป็นเด็กมีปัญหา และปัญหามาถึงจุดที่ธราเทพก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแป้งถึงได้เป็นแบบนั้น! เดือดร้อนถึง ครองประทีป เจ้าของไร่แสงตะวันเพื่อนรักของธราเทพต้องส่งอาทิตย์ลูกชายมาคอยช่วยเป็นหูเป็นตา อาทิตย์รู้ทันแป้งทุกอย่าง แป้งไม่ชอบที่อาทิตย์มาวุ่นวาย แต่ อึ่ง และ ป้าแจ่ม คนใช้คนสนิทที่รักคุณหนูแป้งยิ่งชีวิต กลับดีใจที่มีอาทิตย์ช่วยดูแล แป้งเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามาช่วยเธอได้ในทุกเวลาจริงๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จนธราเทพเอ็นดูและไว้ใจอาทิตย์มาก อยากให้มาเป็นลูกชายของตนเอง ไร่แสงตะวันเกิดปัญหาถูกโกงจนเป็นหนี้หลายสิบล้าน ธราเทพไม่รอช้าที่จะช่วยด้วยการปลดหนี้ทั้งหมดให้ นำมาซึ่งบุญคุณที่ครองประทีปไม่รู้จะตอบแทนยังไงหมด จนวันนึงเกิดเรื่องไม่คาดฝันเมื่อธราเทพและพิมนภาเสียชีวิตกะทันหัน ทำให้แป้งเสียใจจนเปลี่ยนจากเด็กที่ยังมีความน่ารักอยู่บ้าง กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจสุดโต่ง เมื่อครองประทีปพาแป้งกลับมาอยู่ที่ไร่ และอาทิตย์เฝ้าดูแล แป้งจึงยึดติดกับอาทิตย์มาก และเข้าใจว่าสิ่งที่อาทิตย์ทำให้ตนคือความรัก ทั้งๆที่จริงๆ แล้ว อาทิตย์ไม่ได้ทำเพราะรักแป้ง แต่เขาทำเพราะเอ็นดูและสงสารเท่านั้น เรื่องราวจึงยิ่งแย่ลงไปเมื่ออาทิตย์รู้เรื่องที่ธราเทพขอหมั้นแป้งกับอาทิตย์ไว้ก่อนเสียชีวิต อาทิตย์ไม่ยอมแต่งงานกับแป้ง ในขณะที่แป้งต้องการแต่งงาน จนอาละวาดไม่รู้จักจบ สร้างความเดือดร้อนให้ทับทิม ภรรยาของครองประทีปและแม่ของอาทิตย์ นำมาซึ่งความเกลียดที่อาทิตย์เริ่มมีต่อแป้ง และไม่ได้มีแค่เรื่องแป้งเท่านั้นที่เป็นปัญหาในชีวิตอาทิตย์ เพราะเขากำลังแอบรักเพื่อนสนิทที่ชื่อ หลิง อยู่ และ นนท์ เพื่อนรักที่เติบโตมาด้วยกันก็แอบรักหลิงอยู่เหมือนกัน เรื่องรักสามเส้าเราสามคนทำให้ทั้งสองหนุ่มกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กรกฏ เพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกับทั้งคู่บอกให้เพื่อนเคลียร์ใจกัน แต่ยังไม่ทันเคลียร์ ปัญหาทุกอย่างก็มะรุมมะตุ้มยุ่งเหยิงก่อน เมื่อแป้งรู้เรื่องหลิงก็อาละวาดหนักขึ้น เอาแต่ใจ ก้าวร้าวและเรียกร้องความสนใจไม่จบสิ้น จนอาทิตย์ยิ่งเกลียดแป้งและเริ่มตีตัวออกห่าง ทุกคนในไร่ไม่ว่าจะเป็นคนงานอย่าง ทองคำ, ดวง, แสบ ไม่เข้าใจว่าทำไมแป้งถึงร้ายได้เบอร์นี้และต่างก็พากันเอือมระอาแป้ง ทับทิมยิ่งเห็นใจลูกชายยืนกรานว่าจะไม่รับแป้งเป็นสะใภ้เด็ดขาด แม้ว่าครองประทีปจะยืนยันว่าต้องรักษาสัญญา อาทิตย์ก็ยังเย็นชาใส่แป้ง แป้งหึงหวงอาทิตย์มากกว่าเดิม แถมยังมี นาง น้องสาวของนนท์ที่แอบชอบอาทิตย์เข้ามากลั่นแกล้งเพิ่มอีกคน ยิ่งทำให้แป้งยิ่งบ้าหนักขึ้นไปอีก แล้วคืนหนึ่ง แป้งก็ทำในสิ่งที่ทุกคนคิดไม่ถึง เมื่ออาทิตย์กลับมาบ้านด้วยความเมามาก และที่ไร่ไม่มีใครอยู่ แป้งเข้าไปหาอาทิตย์และพยายามปลุกปล้ำ แต่ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นครองประทีปและทับทิมก็กลับเข้ามาพอดี แป้งฉวยโอกาสนี้ไว้ด้วยการบอกทุกคนว่าอาทิตย์พยายามจะข่มขืนเธอ ครองประทีปตัดสินให้อาทิตย์แต่งงานกับแป้งโดยเร็วที่สุด ซึ่งอาทิตย์รับไม่ได้ เขาผลุนผลันขับรถออกจากไร่จนรถคว่ำ อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน แป้งช็อกกับผลการกระทำของตนเอง แป้งเสียใจ เธอไม่เคยอยากให้ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้ แป้งสารภาพกับครองประทีปว่าเธอโกหก ครองประทีปจึงขอให้แป้งแยกตัวไปอยู่ที่กรุงเทพฯ 6 ปีผ่านไป แป้งเรียนจบและไม่คิดจะแต่งงานกับอาทิตย์อีก แต่เธอต้องกลับมาที่ไร่แสงตะวัน เพื่อพิสูจน์ว่าเธอเปลี่ยนไปแล้ว และเธอก็รู้สึกผิดกับทุกคนจริงๆ และคนที่เธอรู้สึกผิดและอยากชดใช้ให้มากที่สุดก็คือ อาทิตย์ เขาจะยอมรับคำขอโทษจากเธอ หรือ จะเกลียดกันไปตลอดชีวิต “ดวงอาทิตย์จะยอมกลับคืนมาเคียงคู่กับฟ้า ในวันฟ้าใหม่” หรือไม่ ..... ติดตามชมได้ใน “ตราบฟ้ามีตะวัน” .....

ซีรีส์ลูกผู้ชาย ภูผา 2562

ซีรีส์ลูกผู้ชาย ภูผา (2562/2019) กลุ่มนักเรียน ม. ปลาย เล่นบอลกันอย่างสนุกสนาน และคนที่โดดเด่นที่สุด ในกลุ่มนั้น คือ “ภูผา”เด็กหนุ่มสูงโปร่งหน้าตาดี จนเป็นที่ขัดตา ของ “สมคิด” หัวโจกของโรงเรียน สมคิดหมั่นไส้ สุดทน หาเรื่อง จนภูผาที่หลีกหนีการทะเลาะวิวาท ทนไม่ไหว สองคนลุยเข้าใส่กัน และสมคิดก็พ่ายแพ้ แต่ก็ทำให้เขียวช้ำกันไปทั้งคู่ สิ่งที่ภูผาไม่อยากให้เกิด ก็เกิดจนได้ เมื่อเขากลับมาบ้าน และโดนพ่อด่าทอ โดนตี และขู่ว่าจะให้ออกจากโรงเรียน ขนาดไม่ได้ก่อเรื่องอะไร ทั้งชีวิตที่เขาโตมา เขาก็มักจะถูกพ่อรังเกียจ และประนามว่าเป็นตัวซวยตั้งแต่เกิด เพราะบ้านเกิดไฟไหม้ในวันนั้น จำได้ว่าเล็กๆ เขาโดนทั้งพ่อ และแม่ ด่าอยู่เป็นประจำ คุ้นเคยกับคำว่า เขาคือ “ตัวซวย” เป็นอย่างดี ความรักที่พ่อกับแม่มี จึงไปอยู่ที่พี่ชายของเขาทั้งหมด คือ “เวหา” เพราะนอกจากเวหา จะผิวพรรณดี พูดจาออดอ้อนกับพ่อแม่เก่ง เวหายังเรียนดี สอบได้ที่ 1 เป็นประจำ ในระแวกชุมชนที่เขาอยู่ ที่บ้านรู้เป็นอย่างดี ว่าเขาคือลูกชังของครอบครัว ภูผาจะมีกำลังใจอยู่บ้าง ตรงที่ยังมี ”ย่าสาย” ที่ให้ความรัก ความอบอุ่นกับเขา คอยสอนให้เขาอดทน ให้เขาเป็นคนดี แล้วความดีจะทำให้พ่อกับแม่เห็นซักวันนึง ความเจ็บปวด กับแม่ ดีขึ้นมาบ้าง คงเพราะพ่อที่เกลียดเขามาก จนแม่เริ่มสงสาร เดือนเองก็คิดว่า ยังไงภูผาก็คือลูก ต่อให้รักลูกคนโตมากเพียงใด ความรักของแม่ ก็ยังมีกับลูกคนเล็ก ผิดจากสามีเธอ ที่ดูเหมือนรังเกียจภูผาอย่างชัดเจน

แม้ว่าฐานะของศักดิ์สิทธิ์ และเดือน จะดีขึ้นมาบ้าง จากการค้าขาย และดูเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ ทำให้ คำว่า “ตัวซวย” พ้นไปจากภูผา อาจจะเป็นอย่างที่พ่อพูด เพราะวันนี้ก็เช่นกัน เขาผ่านไปเห็นสมคิด วิ่งหนีนักเลงรุ่นโต 3 คน แบบสะบักสบอม ภูผารู้สึกได้ ทันทีว่า ถ้าเขาไม่ทำอะไร สมคิดคงต้องตายคาบาทาของนักเลงแน่ๆ ภูผาจึง เอาเท้าไปขวางทางนักเลงทั้งสาม แล้วดึงสมคิดหนี เพราะย่านแถวบ้าน เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี จนหนีรอดได้ สมคิดซาบซึ้งบุญคุณ ตั้งแต่วันนั้น สมคิดก็ยกย่อง ชื่นชน และยอมรับให้ภูผากลายเป็น “ลูกพี่” ทั้งที่ภูผาไม่ได้ต้องการ สมคิดคุยเปิดใจกับภูผา ที่ตัวเองไปโกงเล่นพนันในบ่อนจนถูกจับได้ ภูผาเตือนในเรื่องการเล่นพนัน เตือนเพื่อน เหมือนที่ย่าเคยสอนเขามา แต่สมคิดกลับบอกว่า ตนเกิดมาก็เห็นในบ้านตั้งวง มันติด มันชอบ มันสนุกจนห้ามใจตัวเองไม่ได้ไปแล้ว การเรียนก็กระท่อนกระแท่น แทบเอาตัวไม่รอด ผิดกับภูผา ที่ถึงแม้จะไม่ได้ที่ 1 แต่ก็ยังอยู่ในระดับปานกลาง “ช่วยด้วย มีคนตกน้ำ ช่วยด้วย” ภูผาเห็นตั้งแต่มีเสียงน้ำดังตูม กำลังพายเรือข้ามฝั่ง ทันทีโดยไม่ต้องคิด เขากระโดดเข้าไปช่วยคนที่จมน้ำเอาไว้ ก่อนที่จะหล่นลงไปสู่ท้องน้ำ เมื่อพาขึ้นมาได้ ถึงได้สังเกตเห็นว่า เธอเป็นเด็กสาวน่าตาน่ารักคนนึง ที่รอดชีวิต และเป็นเด็กสาวที่ได้รับความห่วงใยจาก คุณหมอนุสรา และพยาบาลในคลินิกตรงนั้น จากที่ฟังดู ภูผารู้เลยว่า สาวน้อยคนนี้ เกี่ยวพันเป็นหลาน กับ ป้าหมอใจดี ที่เปิดคลินิกอยู่ แต่... สังเกตดูแล้ว ถึงจะน่าตาน่ารัก แต่เธอก็แสบไม่เบาทีเดียว ทันทีที่รอดชีวิต แทนที่จะขอบใจ กลับมาว่าเขาหน้าเหมือน “ลิง” เอากับหล่อนสิ รุ้ง ทบทวนเหตุการณ์ เธอสำลักอยู่ใต้น้ำ เพราะว่ายน้ำไม่เป็น และก่อนจะหมดสติ เพราะหายใจไม่ออก ก็รู้สึกเหมือนมีคนมาช่วย จนเธอขึ้นมานอนแอ้งแม้งอยู่บนแพท่าน้ำ และยิ่งเห็นคนช่วยเป็นเด็กหนุ่มรุ่นพี่ น่าจะโตกว่าซัก สองปี เป็นหนุ่มผิวเข้มหน้าตาดี ยิ่งสร้างความอับอายให้เธอ จนเธอต้องพูดจากวนประสาทออกไป เพื่อกลบความอาย และเสียฟอร์ม การรู้จักกันของเขาและเธอ จึงเริ่มต้นมาตั้งแต่วันนั้น ชีวิตคนเรา ถ้าลองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข และอันธพาล ก็ยากที่จะหลุดพ้นโดยง่าย เช่นภูผาและสมคิด ที่นักเลงสามคนนั้น ตามมาจ้องเล่นงาน จนเจอ ทั้งสองคนหนีจนมาจนมุมอยู่หน้าคลินิกป้าหมอ เชิดหัวหน้านักเลง สั่งลูกน้องให้ล้อมทั้งสองเอาไว้ ภูผากับสมคิด รู้ทันทีว่า สิ่งที่ต้องทำ คือ สู้ตาย เพราะถ้าไม่สู้ ก็คงตายอยู่ดี สองคนหันหลังชนกัน ปรึกษาหารือ จนเมื่อนักเลงเข้ามา ทั้งสองก็สู้สุดชีวิต สถานการณ์เหมือนนักเลงตีกัน ทำให้คนแถวนั้นตกใจ รวมทั้งป้าหมอ และรุ้งที่ออกมาดู ป้าหมอร้องห้ามแต่ไม่เป็นผล รุ้งตัดสินใจโทรเรียกตำรวจ แต่สู้กันเพียงไม่เท่าไหร่ สมคิดก็สลบไปเป็นคนแรก ภูผาแม้จะเลือดกลบหน้า เขาก็ยังพยายามยืนหยัด ร่างกายเขาไม่ไหวมานานแล้ว แต่ใจมันสั่งให้เขาสู้ เพราะถ้าเขายอมแพ้ให้กับพวกนักเลง เขารู้ว่า เขาก็จะถูกข่มเหงไปตลอด เชิดยืนดูภูพาที่สู้ไม่ถอยถึงจะถูกรุม ก็แอบชื่นชมในความใจสู้ ก่อนจะสั่งลูกน้องให้หนีกระเจิงเมื่อตำรวจมา เหมือนทุกครั้ง แต่รุนแรงกว่า พ่อโกรธจนแทบจะฆ่าเขา กล่าวหาว่าเป็นนักเลง โดยไม่ฟังคำอธิบาย แม้ย่าจะห้ามปรามยังไง อารมณ์พ่อก็ไม่สงบลง และสิ่งที่เขาเห็น นอกจาก “เวหา”จะไม่ช่วยแล้ว ดูเหมือนจะสะใจ พอใจซะด้วยซ้ำ เพราะเวหาเองก็ไม่ได้คิดต่างไปจากพ่อ ที่ได้ยินคำว่าตัวซวยของภูผา และฝังจำมาตลอดว่าน้องเขาเป็นตัวซวย แม้จะนอนห้องเดียวกัน การคุยหยอกล้ออย่างพี่น้อง ก็แทบไม่เกิด เว้นซะแต่ตอนเด็กๆ ปัจจุบัน เวหา มองภูผาเหมือนเป็นคนน่ารังเกียจ เป็นตัวซวย ที่ทำให้เขาอับอายขายหน้า ถ้าเพื่อนๆเขารู้จะเป็นยังไง เวหาเรียนเก่ง และตั้งความหวังไว้ว่า เขาจะเรียนหมอ มีอนาคตที่ดี มีสังคมที่ดี พ้นจากชีวิต ที่พ่อแม่เลี้ยงเขามาซะที ถึงแม้จะไม่เคยทำงาน แต่สภาพแวดล้อม การกินอยู่ บ้านช่อง ก็ไม่ได้ทำให้เวหาพอใจ ในสภาพตัวเอง เขารู้แต่ว่า วันนึง เขาจะสุขสบายกว่านี้ เพราะพ่อก็พูดมาตลอดว่า เขาเรียนเก่ง เขาจะเป็นเจ้าคนนายคน สุขสบาย ไม่ต้องลำบากเหมือนพ่อกับแม่ ที่ต้องตะเวนค้าขายสารพัด ตามตลาดต่างๆ ถึงจะขายดี แต่ก็เหนื่อยแทบขาดใจ ครั้งนี้ย่าไม่สามารถจะทัดทาน พ่อของเขาไว้ได้ ภูผาจึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน ไปตายเอาดาบหน้า เวหาเหมือนจะสะใจอยู่ลึกๆ เพราะที่ผ่านมา น้องชายได้ความรักจากย่าไปจนหมด ซึ่งความรักนั้นมันควรจะเป็นของเขา เพราะเขาเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ไม่เคยทำความเดือดร้อน แต่ย่าก็ยังรักแต่ไอ้ภูผา!! หลังจากวันนั้น เวหาก็เลิกสนใจเรื่องน้อง เพราะมีเรื่องเรียนที่เขาต้องสนใจมากกว่า และลืมเวหาไปจากชีวิตตัวเองอย่างง่ายได้ ภูผาไปอยู่กับสมคิด บ้านสมคิดอยู่กันหลายคน พ่อสมคิดต้องกั้นห้องเพิ่มให้อยู่ใต้ถุนบ้าน สมฤทัยหรือต้อยติ่งน้องสาวของสมคิด ที่เป็นนักเรียนรุ่นน้อง โรงเรียนเดียวกัน ที่แอบชอบภูผาอยู่แล้ว เพราะเธอรู้สึกว่าภูผาเป็นคนมีเสน่ห์ และมีความเป็นแมน เป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว เธอจึงดีใจมากที่ภูผามาอยู่ร่วมบ้านด้วย ส่วนเฮียเหวง นายใหญ่ของเชิด พอได้ยินกิตติศัพท์ของภูผา เรื่องความอึด ใจที่เด็ดเดียว เกินกว่าเด็กหนุ่มทั่วไป คนประเภทนี้แหล่ะ ที่เฮียเหวงอยากได้มาร่วมทีม ทำงาน ควบคุม ดูแลบ่อน ภูผาจึงถูกเชิดมาตามตัวให้ไปทำงานด้วย แต่ภูผาไม่คิดจะเดินเส้นทางนี้ จึงปฏิเสธไปโดยไม่เกรงกลัว สมคิดเซ็งเป็ด ที่เพื่อนปฏิเสธเงินก้อนโต รายได้ดีๆไป แต่เพียงไม่นาน ที่ชีวิตเขาเหมือนจะมีความสุขขึ้น ที่ได้เจอกับรุ้งบ่อยๆ เด็กสาวที่น่ารักที่มีครอบครัวดี และไม่รังเกียจคนจนๆอย่างเขา ความสุขที่ได้เจอ ความสุขที่ได้ใช้วาจาตอบโต้ แกล้งกันไปมา ทำให้ภูผา ลืมความทุกข์กับครอบครัวไปได้มาก ไม่นาน เมื่อความเป็นตัวซวยถูกย้ำขึ้นมาอีก พ่อของสมคิด ที่เป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้าง ตกใจนั่งร้าน จนหลังหักทำงานไม่ได้ ก่อนหน้านั้น ก็ถูกผู้รับเหมาโกงเงินหายไป เพราะนอกจากพ่อ พี่ชายพี่สะใภ้สมคิด ก็ร่วมอยู่ในทีมทำงานก่อนสร้างด้วย ทุกคนจึงลำบากพร้อมๆกัน เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมา ครั้งนี้ จะเอาเงินที่ไหนมารักษาพ่อ พี่สะใภ้สมคิด เป็นคนจุดประเด็นขึ้นมา ว่าภูผาเป็นตัวซวยจริงๆ ตั้งแต่มาอยู่ก็มีแต่เรื่อง แล้วลำบากขนาดนี้ ยังต้องมาแบ่งข้าวสาร อาหารให้กินอีก คนในบ้านจะอดตายกันหมด ภูผาตัดสินใจได้ทันทีว่าจะรับผิดชอบ ช่วยเหลือครอบครัวสมคิด เริ่มจากไปช่วยงานก่อสร้าง แต่เขายังเด็ก นอกจากงานแบกหาม ก็ยังทำงานอื่นไม่ได้มาก เมื่อจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการรักษา ภูผาก็นำมาให้ครอบครัวนี้จนได้ และตั้งแต่วันนั้น ภูผาและสมคิด ก็เดินก้าวเท้าเข้าสู่วังวนของนักเลง มีชีวิตอยู่กับบ่อน กับการเก็บส่วย เก็บค่าคุ้มครอง วินมอไซด์ โดยที่ภูผาคิดว่า โชคชะตาของเขา คงกำหนดมาแล้ว ถึงหนีมันไม่พ้น แต่ดูเหมือนสมคิดจะพอใจ ข่าวการเป็นนักเลงคุมบ่อน ไปจนถึงหูพ่อภูผา เพราะน้าแดงคนแถวบ้าน ที่โดนนักเลงซ้อม จากการที่ไม่มีเงินจ่ายหนี้พนัน ภูผาช่วยน้าแดง อบรมแล้วปล่อยไป แต่โดนเชิดและพวกมาสกัดไว้ทัน ทำให้ภูผาต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้ทรยศ โดยการถูกบังคับให้เป็นคนซ้อมน้าแดงซะเอง เมื่อน้าแดงฟ้องพ่อว่าภูผาเป็นคนซ้อมเขา และไปเป็นนักเลงคุมบ่อน ยิ่งทำให้พ่อเกลียดหนัก ภูผาเป็นดังคำที่พ่อด่าทุกอย่าง “ไอ้ลูกเลว วันนึงมันต้องเป็นนักเลง มันเป็นอย่างที่กูคิดจริงๆ” แม่เองก็เสียใจในตัวเขา เหลือเพียงแต่ย่า ที่ยังเชื่อมันในความเป็นคนดีของภูผา ย่าที่เป็นเสียงส่วนน้อยในบ้าน ที่ยังรัก และเข้าใจเขาตลอดมา และเป็นคนเดียวที่มาตามหา จนเจอที่บ้านสมคิด ผู้หญิงอีกหนี่งคน ที่ไม่เคยมองว่าภูผาเป็นคนเลว ไม่ว่าจะไปอยู่ในสถานะไหน คือ รุ้ง เพราะรุ้งเชื่อว่า คนที่ชอบช่วยผู้อื่น ย่อมต้องมีจิตใจที่ดี และยิ่งรู้จัก ยิ่งรู้ว่าภูผาเป็นคนดี เธอมองเห็นเนื้อแท้ของภูผา แล้วยังคอยสร้างเป็นกำลังใจให้ตลอดมา แม้จะถูกกันจากพี่ชาย และครอบครัว คือแม่ ที่ไม่ยอมให้รุ้งคบหากับคนที่ต่ำชั้นกว่าเด็ดขาด วันนั้นที่บ้านจับได้ ว่าเธอสนิทสนมกับภูผา แล้วภูผาก็หายไป หายไปตลอด 5 ปี ..........วัยเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยน............. ไม่ได้เกี่ยวกับครอบครัวรุ้ง แต่ภูผาถูกส่งไปคุมบ่อนที่ภาคใต้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา กลับมาครั้งนี้ ภูผาเป็นหนุ่มเต็มตัว ร่างกายเขากำยำ ล่ำสัน และดูโตกว่าเดิมมาก ชีวิต 5 ปีที่ผ่านมาทำให้เขาแข็งแกร่ง แต่ถึงยังไง เขาก็ไม่เคยชอบมัน แม้หัวหน้าจะเอ็นดูและไว้ใจเขา แต่ก็มีพวกที่อิจฉาริษยา คอยเล่นงานเขาตลอดเช่นกัน และสิ่งสำคัญ คือ เขาเกลียดวงการนักเลง เกลียดการพนัน เพราะรู้ว่ามันไม่เคยทำให้ใครรวย มีแต่เข้ามาแล้วหมดเนื้อหมดตัว และมัวเมาจนถอนตัวไม่ขึ้น เขาคิดแต่ว่า ต้องหาทางเดินออกมาให้พ้นวังวนนั้นให้ได้ ภูผาคิดถึงย่า เขาผ่านช่วงเวลาลำบากมาได้เพราะนึกถึงคำสั่งสอนของย่า เขาตัดสินใจกลับไปที่บ้าน แต่ครอบครัวเขาไม่อยู่ที่นั่นแล้ว พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ ใหญ่โต สวยงามเกินกว่าจะวางของขายที่บ้าน แต่ยังคงวิ่งขายของตามตลาดนัด เพื่อส่งเวหาเรียน ภูผาทุกข์ใจที่พ่อแม่ยังคงทำงานหนัก และเสียใจมากที่รู้ว่าย่าของเขาไปอยู่บ้านพักคนชรา เขาอยากดูแลย่า จึงหาวิธีเช่าบ้านเก่าของตัวเองหวังจะไปรับย่ากลับมาอยู่ด้วยกัน ด้านเวหากลายเป็นนศ.แพทย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง ก่อนหน้านี้ อกหักจากความรัก ที่ให้กับ ทอรัก พี่สาวไฮโซของรุ้ง ทอรักเป็นคนถือตัวและหลงตัวเอง ทอรักเชื่อว่า เวหาถึงจะหล่อและเรียนเก่ง แต่ก็ไม่ไฮโซมีชื่อเสียงในสังคม ที่จะเหมาะสมคู่ควรกับเธอ เธอเห็นเวหาเป็นของเล่น เลยหลอกให้ขายหน้า อับอาย ซ้ำๆจนเวหาทนไม่ไหว ก่อนจะหนีไปเรียนเมืองนอก เมื่อไม่ได้ พี่ เวหาก็เล็งมาที่น้อง คือรุ้ง รุ้งเองก็น่ารัก ถ้าได้รุ้งเป็นแฟน อนาคตการได้เป็นหมอ และความก้าวหน้าในโรงพยาบาลของพ่อรุ้งคงเป็นความจริงขึ้นมาได้ เวหาจีบรุ้งมา2ปีแล้ว ตั้งแต่ทอรักไปเรียนต่อ แม้จะถูกรุ้งปฏิเสธหนักแน่นว่าไม่ได้ชอบเขาอย่างคนรัก แต่เขาก็ไม่เลิกพยายาม เทียวรับส่งเกาะติดไม่ห่าง วันนี้ก็เช่นกัน เวหาพารุ้งมาห้างสรรพสินค้า เพื่อทานข้าวเดินเล่น หวังเลื่อนความสัมพันธ์ให้มากขึ้น ภูผากับสมคิดก็อยู่ที่ห้างฯเหมือนกัน ทั้งสองถูกเชิดบังคับให้มาฝึกงาน ขโมยรถ ขณะที่ภูผารับหน้าที่ดูต้นทาง เขาเห็นเวหามากับผู้หญิง เขาจำพี่ชายได้เลยวิ่งตามไป แต่ไม่ทัน เมื่อภูพากลับลงมาก็โดนทีมขโมยรถกระทืบโทษฐานทิ้งหน้าที่ จนทำให้คนอื่นเกือบโดนจับได้ เวหากับรุ้งลงมาเจอกับภูผาโดยบังเอิญ .. แม้เวลาผ่านไปหลายปี ทั้งสองยังจำกันและกันได้ดี ไม่เคยลืม รุ้งยิงคำถามใส่ภูพา ว่าไปทำอะไร อยู่ที่ไหนมา แถมยังสั่งให้เวหาช่วยทำแผลให้ ภูผาสังเกตเห็นว่าเวหาสนิทสนมกับรุ้ง และมีท่าทีไม่พอใจที่รุ้งใส่ใจเขา เขาจึงรีบปลีกตัวกลับไป รุ้งเองก็สังเกตเห็นเหมือนกันว่าภูผาและเวหามีหน้าตาคล้ายกัน รุ้งซักไซ้ถามเวหา จนเขายอมรับว่าภูผาเป็นน้องชาย เวหาบอกรุ้งว่า ทุกคนรักและหวังดีกับภูผา แต่ภูผาทำตัวเกเร มีแต่เรื่องชกต่อย ห้ามก็ไม่ฟังจนกระทั่งหนีออกจากบ้านไป เวหาตั้งใจโกหกเพราะไม่อยากให้รุ้งสนใจภูผามากกว่าเขา แต่สิ่งที่รุ้งได้ยินไม่ทำให้เธอรังเกียจภูผา กลับทำให้เธอเป็นห่วงเขามากขึ้นไปอีก ที่บ้านพักคนชรา ภูผามาหาย่าสาย ไปขอให้ย่ากลับไปอยู่ด้วยกัน ย่าสายปลื้มใจที่ภูผาขอร้อง แต่นางไม่อยากเป็นภาระของหลาน จึงบอกว่าอยู่ที่นี่สบายใจเพื่อนก็เยอะไม่เหงา อยากมาเยี่ยมย่าเมื่อไหร่ก็มาได้ และวันนี้ คุณหญิงดารกา ก็เอาของมาแจกด้วย คุณหญิงเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง ถือตัว เป็นคนมีหน้ามีตาทางสังคม ออกงานการกุศลบ่อย บ่อยจนแทบไม่มีเวลาอยู่บ้าน วันนี้เธอจึงพาลูกสาวมาด้วย ภูผาได้พบกับรุ้งที่มาบริจาคของเป็นเพื่อนแม่ รุ้งแอบมานั่งคุยเล่นกับเวหาอย่างเป็นกันเอง ชวนคุยโน่นนี่ จนวกมาถึงเรื่องที่เธอได้ยินมาจากเวหา ภูผาจึงบอกว่า เธอฟังความข้างเดียว เธออยากรู้ความจริงแต่ก่อนที่จะได้ถามอะไรต่อ คุณหญิงก็เดินมาตามซะแล้ว รุ้งข้องใจเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวภูผา เธอคิดว่าต้องหาความจริงให้ได้ ภูพาตั้งใจจะออกจากวังวนนักเลง แต่ปรกติ ทางเดียวที่จะออกมาได้ คือ... ตาย! ภูผาต่อรอง ขอแลกกับการต่อสู้กับเชิด ที่แกร่งและเก่งกว่าภูผา ทุกคนคิดว่า งานนี้ภูผาตายแน่ รวมทั้งตัวเขาเอง เขาจึงขอร้องให้ป้าหมอมาเป็นพยานในการต่อสู้ของเขากับเชิด และถ้าเขาเป็นอะไรไปให้ป้าหมอนำเงินเก็บทั้งหมดของเขาให้กับพ่อแม่ด้วย แต่สุดท้ายแม้ ภูผาจะโดนเชิดจัดการจนหมอบ ด้วยใจที่แน่วแน่เขาใช้แรงเฮือกสุดท้าย เอาชนะ เชิดจนได้ ในที่สุดเขาก็ได้เดินออกจากวังวนนักเลงอย่างที่ตั้งใจ เขาพาร่างที่สะบักสบอม หน้าเขียวปูด เลือดเต็มตัวไปหาพ่อและแม่ที่บ้านเพื่อจะบอกว่าอยากกลับมาช่วยทำงาน แต่ไม่แปลกใจเลย พ่อยังคงรังเกียจและไม่ต้อนรับเขา เช่นเดียวกับเวหา ที่ทั้งโกรธทั้งเสียหน้า เพราะไอ้ตัวซวยมาทำลายบรรยากาศวันเกิดของเขาอย่างย่อยยับ เวหาจัดงานวันเกิดที่บ้าน เพราะเพื่อนตื้ออยากมารู้จักบ้าน จนเวหาต้องยอม และยังชวนรุ้งมางานด้วย เวหาโม้กับเพื่อนว่าพ่อแม่เป็นด๊อกเตอร์ ตอนนี้อยู่เมืองนอก และขอให้สิทธิ์และเดือน แสดงเป็นคนรับใช้ในบ้านแทน พ่อแม่สะอึกและปวดร้าว แต่ก็ยอมทำตาม ดูเหมือนว่า รุ้งจะผิดสังเกต จนเกือบจับได้ และเมื่อจู่ๆภูผาก็โผล่มา เดือนเห็นหน้าลูกคนเล็กก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร และสิทธิ์โมโหมากจนขาดสติ ทำให้ความแตก เหตุการณ์ต่างๆ ที่ภูผาเคยพูดถึงพี่ เวหาเคยพูดถึงน้องให้รุ้งฟัง รุ้งจึงเข้าใจ เรื่องของทั้งสองคนทันที และทุกคนเลยรู้ว่า ลุงกับป้า คนรับใช้ในบ้าน คือพ่อแม่ ของเวหานั่นเอง เหตุการณ์วันนั้น ทำให้รู้ว่า ที่ผ่านมาเวหาโกหกทุกคน รุ้งจึงรู้สึกไม่ดีกับเวหา ขณะที่กับภูผานั้นยิ่งรู้สึกดีขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ พบเจอกันอย่างบริสุทธิ์ใจ โดยมีป้าหมอ และคุณลุงทวีวัฒน์ สามีเองก็รับรู้ แถมยังเข้าใจทั้งสองคน และมองว่าภูผาเป็นคนดีจึงให้ความสนิทสนมและให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเอง รุ้งก็ยิ่งวางใจในตัวภูผามากขึ้นอีก จนกระทั่งทอรักกลับมาจากเมืองนอก และเริ่มกลับมาคบกับเวหา ส่วนคุณหญิงดารกาก็ไม่ต้องการให้ลูกสาวยุ่งเกี่ยวกับคนที่ต้อยต่ำกว่า เมื่อทางบ้านรุ้งกีดกันหนักขึ้น ทั้งสองเลยไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ในทุกๆวันเขาทั้งสองเล่าเรื่องราวและให้กำลังใจกันผ่านจดหมายที่ฝากไว้ที่คลินิกป้าหมอ ภูผาตั้งใจช่วยพ่อแม่ขายของที่ตลาดนัดทุกวัน และหาเวลาไปเรียนเพิ่มเติม ความขยันของภูผาทำให้พ่อแม่มีรายได้มากขึ้น และเหนื่อยน้อยลง เดือนรู้สึกผิดต่อลูกและซาบซึ้งที่ภูพามาช่วย สิทธิ์ยังคงตั้งแง่เหมือนเดิม ถึงจะไม่แสดงอาการรังเกียจเหมือนที่ผ่านมา แต่ยังคงมึนตึงไม่มองหน้าลูกชังอยู่เช่นเดิม ส่วนเวหากลับไปคบกับทอรัก ก็พยายามอัพตัวเองให้ไฮโซ กิน เที่ยว ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยมากขึ้นอีก โดยที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คอยส่งเงินให้ตลอด พอเงินหมดก็โผล่หน้ากลับมาบ้านที แต่พ่อแม่ก็ไม่เคยว่าอะไร คราวนี้ เวหากลับมาบ้านเพื่ออ้อนพ่อขอซื้อรถใหม่ แต่เรื่องรถ ก็เกินกำลังจะทำให้ได้ พ่อต้องตัดใจปฏิเสธว่า เงินไม่พอ ให้รอไปก่อน นั่นทำให้เวหา โมโหแบบที่ไม่เคยเป็น เขาคิดว่าเป็นเพราะภูผา เขาเลยไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ที่ผ่านๆมาไม่ว่าเขาจะออดอ้อนครั้งไหน พ่อแม่ไม่เคยปฏิเสธแม้แต่ครั้งเดียว เวหาเอารถกระบะที่ใช้ไปขายของที่ตลาดนัด ขับออกไปด้วยความโกรธ และนำมันไปชนจนยับเยิน โดยที่ตัวเอง รอดปลอดภัย ทั้งพ่อและแม่ เสียใจมากที่ไม่สามารถทำความต้องการของลูกได้ และยังเสียเครื่องมือหลักในการทำมาหากินไปอีก ภูผาชวนพ่อกับแม่กลับไปขายของที่บ้านเก่า สิทธิ์ไม่สนใจ พยายามหาทางกลับไปขายที่ตลาดนัด แต่เมื่อไม่มีรถ ก็ได้ไม่คุ้มเสีย ดื้ออยู่ได้ไม่นาน สุดท้ายก็ต้องยอม การกลับมาขายของครั้งนี้ ต้องสู้กับคู่แข่งคือร้านมินิมาร์ท และห้างสรรพสินค้า ภูผาและรุ้งช่วยกันคิดแผนการตลาดและโฆษณาร้านชำเล็กๆของเขาให้มีคนสนใจ และเข้ามาซื้อจนได้ ภูผายังพยายามไปสำรวจที่ต่างๆ เพื่อคิดหาสินค้าอะไรที่ร้านในละแวกบ้านเขาไม่มีขาย และเห็นว่า ปุ๋ยและ อาหารสัตว์ น่าจะขายได้ดี เขาปรึกษาและติดต่อขอซื้อจากโรงงานของลุงทวีวัฒน์ ซึ่งแน่นอน สิทธิ์โกรธมาก แม้ลุงทวีวัฒน์จะกล่อมให้วางขายได้ แต่พ่อก็หยามน้ำหน้าว่าไม่มีทางขายออกแน่นอน ..ภูผาไม่ท้อเพราะมีรุ้งเป็นกำลังใจที่ดี ทั้งสองเข้าใจ เชื่อใจกัน และไม่เคยมีความลับต่อกันอีกด้วย รุ้งแอบมาช่วยภูผาที่ร้านบ่อยๆ ภูผาก็มักเดินไปส่งเธอที่คลินิกป้าหมอ เวหาโดนทอรักหักอกรอบสอง คราวนี้เขาตั้งใจกลับมาจีบรุ้งให้ติด แต่พอมาเห็นความสนิทสนมของรุ้งที่มีให้กับภูผาและครอบครัวเขา ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน ทำให้เวหาทั้งโกรธและเสียหน้า เวหาโทร.ฟ้องคุณหญิงดารกา ว่าทอรุ้งมาขลุกอยู่กับพวกนักเลง คุณหญิงรีบมาที่ร้านของภูผา คุณหญิงดูถูกครอบครัวและต่อว่าภูผา ว่ามักใหญ่ใฝ่สูง ตัวเองต่ำต้อยแล้วยังสะเออะเอื้อม อยากจะคบหากับลูกสาวของตน ด้วยความกล้าหาญและความจริงใจ ที่ภูผามีให้กับรุ้ง เขาขอเวลาคุยกับคุณหญิงเป็นการส่วนตัวแค่ห้านาที เป็นห้านาทีที่ยาวนานสำหรับการรอคอยของรุ้ง แม้เธอไม่รู้ว่าภูผาคุยอะไรกับแม่ แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผล คุณหญิงพารุ้งกลับบ้าน รุ้งพยายามอธิบาย แต่คุณหญิงก็ไม่มีทางยอมให้ลูกสาวคบหากับนักเลงสลัมอย่างภูผาแม้ในฐานะเพื่อนก็ไม่ยอม ทอรักสงสารน้องและรู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากเวหาอยู่เบื้องหลัง คุณหญิงบังคับให้รุ้งไปเรียนต่อเมืองนอกเร็วที่สุด ทอรุ้งกับภูผาจึงต้องจากกันทั้งที่ไม่ได้ล่ำลากันแม้แต่คำเดียว ห้าปีผ่านไป ... ภูผาเงียบขรึมมากขึ้น และก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก ด้วยเป็นคนหัวไว และเขาใช้เวลาอยู่กับลุงทวีวัฒน์ จึงได้แนวคิดการทำธุรกิจและหาทางขยายกิจการอยู่ตลอด ภูผาให้พ่อกับแม่รับเสื้อผ้าและของใช้อื่นๆมาขายด้วย เมื่อสินค้าปุ๋ยและผลิตผลทางการเกษตรของเขาขายดีมาก เงินหลั่งไหลเข้ามา เขาเองจึงเปิดร้านใกล้บ้าน เป็นร้านขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยตรง ซึ่งทุกอย่างไปได้สวย ร้านเดือนกลายเป็นร้านขายของใช้จำเป็นที่ใหญ่ที่สุด และมีของครบทุกอย่างที่ต้องการ ส่วนกิจการของเขาก็ดีมากขึ้นไปอีก ภูผาให้สมฤทัยมาทำงานด้วย ตอนนี้สมคิดต้องติดคุก เพราะฆ่าเชิดตาย ภูผารักษาสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะดูแลครอบครัวของเพื่อนรัก สมฤทัยมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ภูผา และเธอหลอกตัวเองว่าภูผามีใจให้เธอ เพราะเธอไม่รู้ว่า ภูผามั่นคงกับรุ้งเสมอ แม้ว่ารุ้งจะไม่อยู่แล้วก็ตาม และเมื่อครอบครัวสบายขึ้น ภูผารับย่ากลับมาอยู่ด้วย เขาดูแลพ่อแม่ ย่าอย่างดี แต่พ่อก็ไม่เคยพูดจาดีๆกับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว พ่อยังคงรักและคิดถึงแต่เวหา ซึ่งเรียนจบแพทย์ และตอนนี้ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลของครอบครัวรุ้ง ด้วยความเอ็นดูและไว้ใจของลุงทวีวัฒน์ที่ให้ภูผาขับรถให้ เวลาไปดูงานต่างจังหวัด ภูผาจึงได้เปิดหูเปิดตา เห็นอะไรต่างๆมากมาย ทำให้ได้เขาก็เกิดความคิด อยากมีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นงานใหญ่และยากทีเดียว ความมุ่งมั่นของภูผา ทำให้ทวีวัฒน์คิดว่าภูผาต้องทำได้แน่ จึงให้คำปรึกษา แนะนำการกู้ยืมเงิน และตัดสินใจร่วมลงทุนกับภูผาด้วย ทำให้ความฝันของภูผาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง นานมากแล้วที่เวหาไม่ได้กลับบ้าน อ้างแต่ว่างานยุ่ง สิทธิ์กับเดือนที่คิดถึงเวหามาก จึงชวนกันไปหาลูกรักที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึง พยาบาลตรงเคาน์เตอร์กลับบอกว่า โรงพยาบาลนี้ไม่มีนายแพทย์ชื่อ ”เวหา กล้าแกร่ง” สองผัวเมียตกใจมากและไม่ยอมเชื่อ พอคะยั้นคะยอถามก็ถูกให้ รปภ.จับตัว รุ้งมาเห็นเข้าจึงไกล่เกลี่ยให้ รุ้งบอกว่า เวหาเปลี่ยนชื่อ และนามสกุลแล้ว เวหาไม่ได้ใช้นามสกุลของสิทธิ์แล้ว ได้ฟังแล้วเหมือนหัวใจสลาย สิทธิ์ทั้งโกรธ เสียใจ ผิดหวังมากจนช็อก เดือนรีบโทร.ตามภูผาให้มาหาพ่อ เมื่อภูผามาถึงและรู้ความจริงก็โกรธเวหามาก ภูผาแทบพุ่งเข้าไปต่อยเวหา แต่เสียงของรุ้ง ห้ามหมัดเขาไว้ได้ เมื่อภูผาหันมาเจอหน้ารุ้ง เขาทั้งดีใจและตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก จึงรีบพาพ่อแม่กลับบ้าน รุ้งงงท่าทางของภูผา เธอไปที่ศาลาท่าน้ำที่เคยเป็นที่ของเธอและเขา และได้พบกับภูผาที่รออยู่แล้ว ทั้งสองคนรู้แล้วว่าต่างคนต่าง มีความรักและไว้ใจให้แก่กันเหมือนเดิม หมออนุสราและทวีวัฒน์พาภูผามางานเลี้ยงต้อนรับทอรักกับทอรุ้งกลับเมืองไทย และเปิดตัวเขาด้วยฐานะ ลูกบุญธรรม ภูผาคุยกับคุณหญิงดารกา ถึงสัญญาก่อนที่จะพารุ้งไปเรียนเมืองนอก สัญญาที่เขาขอจากคุณหญิงว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างฐานะให้เท่าเทียมทอรุ้ง เพื่อจะได้คู่ควรกับเธอ และที่เขาได้รับเกียรติจากผู้ใหญ่ทั้งสองเป็นลูกบุญธรรม เพื่อไม่ให้คุณหญิงอ้างเรื่องชาติตระกูลได้เท่านั้น เพราะเขาไม่คิดจะรับเงินจากป้าหมอและลุงวัฒน์แม้แต่บาทเดียว แม้ตอนนี้เขาจะไม่รวยเท่า แต่วันหนึ่งเขาจะรวยแน่นอน เมื่อเห็นความจริงใจ หนักแน่น และความพยายามของภูผา คุณหญิงดารกาก็ จึงรักษาสัญญายอมให้ทั้งคู่คบหากัน ไม่ใช่แค่คุณหญิงเท่านั้นที่ชื่นชม ขนาดนายแพทย์ทินราช พ่อของรุ้งแม้จะไม่เคยพบภูผามาก่อน ได้ยินเพียงคำบอกเล่าของพี่หมออนุสรา เมื่อได้พบภูผาในครั้งแรก ก็ยังอดประทับใจไม่ได้ เวหาเห็นภาพภูผาถูกรุมล้อมด้วยผู้คนในงาน ก็เกิดอิจฉา และยิ่งเห็นสายตาของรุ้งที่มองมันก็ยิ่งทนไม่ได้ เขาขอตัวออกจากงานเลี้ยง โดยแทบไม่มีใครสนใจ เขาไปหาพ่อกับแม่ที่บ้าน บอกให้ไปสู่ขอรุ้งให้ตนเอง อ้างว่าคบหากับรุ้งมาก่อน และไม่มีทางที่ไอ้ภูผาตัวซวยจะได้ดีไปกว่าเขาที่เพียบพร้อมทุกอย่าง พ่อแม่ได้ฟังคำลูกคนโตที่พูดถึงน้อง เหมือนกับได้ยินเสียงสะท้อนของตัวเอง และก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรต่อ สิทธิ์ก็พูดเรื่องอยากให้เวหาบวช เขาปฏิเสธ หาข้ออ้างสารพัด แสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัว คราวนี้สิทธิ์ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ทั้งเรื่องเปลี่ยนชื่อนามสกุล ทั้งเรื่องโกหกแล้วเอาเงินไปกินเหล้าเมายา ทั้งเรื่องบอกเพื่อนว่าพ่อแม่เป็นคนใช้ สิทธิ์ไล่ตะเพิดลูกรักออกจากบ้านด้วยความโมโหแบบขาดสติ พ่อตรงเข้าตบตีเวหา เวหาผลักพ่อล้มลง และทำท่าทางเกรี้ยวกราดใส่พ่อแม่อย่างไม่สำนึกบุญคุณ ก่อนจะวิ่งหนีไป ภูผาที่ยืนแอบฟังอยู่เข้ามาดูพ่อ เวลานี้ศักดิ์สิทธิ์รู้แล้วว่า เขาทำผิดมากแค่ไหน เขาขอโทษที่ทำให้ชีวิตลูกเกือบพังเพราะความคิดบ้าๆที่ว่า ลูกเป็นตัวซวย แต่ภูผาไม่เคยโกรธพ่อเลย ตอนนี้เขาดีใจมากที่พ่อยอมรับเขา เดือนร้องไห้ที่เห็นพ่อลูกเข้าใจกัน และเมื่อภูผาขอเป็นคนบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ สิทธิ์และเดือนตื้นตันใจ โอบกอดภูผา พร้อมน้ำตาแห่งความสุข ไหลอาบแก้มทั้งสามคน หลังจากสึกและรับปริญญาแล้ว ภูผาลุยงานโรงงานเต็มที่ โดยมีพ่อแม่ย่าและรุ้งเป็นกำลังใจ ทำให้เขาผ่านอุปสรรคและปัญหาได้ทุกครั้ง เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ทั้งคู่ก็แต่งงานกันและมีลูกชายที่น่ารักหนึ่งคน ส่วนเวหาถูกโรงพยาบาลไล่ออกเพราะมีปัญหาชู้สาวกับพยาบาล พอไปเปิดคลินิกเสริมความงามก็ใช้ยาปลอม ของปลอมในการรักษาจนแพทยสภาจับตามอง พ่อกับแม่ไปเตือนเขาก็ไล่กลับและบอกว่าตอนนี้ใช้คนละนามสกุลแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่เสียใจที่ตนเลี้ยงลูกผิดมาตลอด ใช้เวลาทั้งหมดแปดปี ภูผาสามารถนำบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในบริษัทหลักทรัพย์ภายใต้ชื่อย่อ เอสดีพี บริษัทของภูผาก็ขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรแบบครบวงจร และเริ่มลงทุนในต่างประเทศ อันทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับของประเทศไทยในที่สุด “มนุษย์แม้เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้ เฉกเช่นชีวิตของภูผา ถึงแม้จะเกิดมาเป็นตัวซวย แต่เมื่อเขาไม่ย่อท้อ และมุ่งมั่นที่จะมีอนาคตที่ดี เขาก็ดิ้นรนต่อสู้จนไปถึงฝั่งฝัน โดยมีหลักยึดจากพรหมวิหาร4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ตามที่ย่าสอน และมีกำลังใจจากทอรุ้งผู้เป็นลมใต้ปีก ที่คอยประคองให้เขาบินสูง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความมั่งมี ก็ไม่เท่ากับการเป็นคนมีคุณธรรม เช่นที่ภูผายึดมั่นเสมอมา”
ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง 2562

ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง (2562/2019) “การเป็นหมอที่ดี คือคำนึงถึงคนไข้ ไม่ว่ายาไทย หรือยาเทศ ถ้าทำให้คนป่วยหายได้รักษาชีวิตไว้ได้ ยานั้นย่อมมีสรรพคุณที่ดี ไม่มีแบ่งแยกว่าอะไรวิเศษไปกว่ากัน”

พุทธศักราช ๒๔๑๙ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทองเอก หรือเจ้าเอก ถือกำเนิดมา ณ มณฑลกรุงเก่า ในครอบครัวของหมอยาที่สืบเนื่องวิชาแพทย์แผนไทยโบราณ มาแต่ครั้งอยุธยายังเป็นราชธานี แต่เมื่อถึงวัยเพียง ๘ ปี โรคร้ายก็มาคร่าชีวิตของพ่อกับแม่ ที่ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงในฐานะหมอยา เพื่อรักษาคนไข้โรคห่า(กาฬโรค) ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนั้น ทิ้งเจ้าเอกที่ถูกแยกตัวให้ไปอยู่กับปู่ ต้องเป็นกำพร้าแต่นั้นมา พ่อหมอทองอิน ปู่ของเอก เคยเป็นหมอยาชื่อดัง แต่ครั้งหนึ่งขุนนางใหญ่แห่งกรุงเก่าได้สั่งให้ปู่รักษาลูกที่โดนหมาบ้ากัด ปู่อินรักษาอย่างสุดกำลังก็ไม่อาจยื้อชีวิตของเด็กน้อย หมอยาคู่แข่งของปู่ยุยงจนขุนนางนั้นโกรธแค้นว่าปู่รักษาไม่ดี เนรเทศปู่ไม่ให้รักษาใครอีก ปู่อินไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่รู้สึกเสียใจที่ทำให้เด็กตาย จึงย้ายมาอยู่บ้านท่าโฉลงอันไกลแสนไกล พร้อมกับวัยของทองเอก ที่กำลังเป็นหนุ่มหน้ามน มีความซุกซน และรักสนุก โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ด้วยจรรยาแพทย์ที่มีอย่างท่วมท้น ปู่หมอทองอินก็ไม่อาจเพิกเฉยเมื่อเห็นชาวบ้านที่น่าสงสารเจ็บป่วย ปู่ต้องยื่นมือเข้าช่วยโดยได้รับการสนับสนุนจากหลวงตาเพชร ผู้เป็นที่เคารพนับถือประหนึ่งศูนย์รวมใจของชาวบ้าน หลวงตาส่งลูกศิษย์วัด คือ เปียก กับตุ่น มาศึกษาตำรายาของปู่หมอทองอิน คู่กับทองเอก ปู่หวังว่าจะช่วยทำให้ผู้คนในบ้านท่าโฉลงสุขภาพแข็งแรง จะได้เกิดปัญญา อยู่ในศีลในธรรม แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนในชุมชนบ้านท่าโฉลง มีความเชื่อในภูติผีอยู่เป็นทุน และยังมีหมอผีเล่นอาคมได้ครอบงำจิตใจชาวบ้าน จนแยกแยะไม่ได้ระหว่างศรัทธากับงมงาย มีตำนานเล่าขานสืบกันมาว่าตรงท่าโฉลงนี้คือที่เอาศพลงทิ้งน้ำ คนจึงกลัวฝังใจไม่ใคร่จะมีคนกล้าย้ายมาอยู่ จนกลายเป็นหมู่บ้านเงียบๆเหงาๆ ไม่ครึกครื้นเหมือนใครเขา ตกเย็นก็พากันปิดบ้านหนีผีเงียบไม่มีใครกล้าออกมาเดินเพ่นพ่าน ทองเอก เปียก และตุ่น หนีปู่ไปเที่ยวซุกซน จนไปเจอกับผีปอบ(คนป่วย) ต้องหนีกันวุ่นวาย พอเช้ามา ทองเอกก็ยังมาได้เห็นวิธีการไล่ผีอันแสนทารุณ ของหมอผีมั่นอีกด้วย “กรี๊ดดด” “อีผีร้าย มึงออกไปจากร่างของเด็กสาวประเดี๋ยวนี้!” หมอผีมั่นฟาดหวายอาคมไปที่สาวน้อย ยิ่งสาดน้ำมนต์ใส่ นางก็ยิ่งตัวสั่น ยิ่งสั่นหมอผีก็ยิ่งฟาด ยิ่งฟาดนางก็ยิ่งกรี๊ดจนเป็นลมไป “ผีออกแล้ว” ผู้คนแซ่ซ้องสรรเสริญความเก่งกาจของหมอผีมั่น แต่ทองเอกอดรนทนไม่ได้ตะโกนบอกว่าเด็กสาวเป็นเพียงไข้สูง กำลังเพ้อ มาโดนน้ำแบบนี้จะยิ่งไปกันใหญ่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ตกใจว่าทองเอกลบหลู่วิญญาณ แต่ก็มีบางคนเห็นคล้อยตามทองเอก ทำให้หมอผีมั่นโกรธจัดประกาศตัวเป็นศัตรูกับทองเอกแต่นั้นมา ท่าน ขุนกสิกรรมบำรุง ขุนนางที่ยศใหญ่สุดในตำบล มี คุณนายสายหยุด ภรรยาหลวง และแม่เอื้อน เป็นภรรยารอง ทั้งสองต่างเป็นลูกศิษย์ที่แอบมาให้แม่หมอมั่นทำเสน่ห์ให้ขุนหลวงรักหลงด้วยกันทั้งคู่ คุณนายสายหยุดเคยเป็นพนักงานอยู่ในวังเจ้านาย เลยถือตัวเองว่าเป็นชาววัง มีความเจ้าระเบียบจู้จี้จุกจิก คุณนายมีลูกสาวกับท่านขุนชื่อชบา สายหยุดอบรมสั่งสอนชบาอย่างเคร่งครัดจนเชื่อว่าลูกเป็นกุลสตรี เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้เป็นที่ชื่นใจแก่บิดามารดา แต่หารู้ไม่ว่าลับหลังแล้ว ชบามีนิสัยแก่นแก้วโลดโผน เกลียดการนั่งนิ่งทำงานฝีมือเป็นที่สุด ชบาเป็นคนฉลาดรอบรู้ รักการผจญภัย สนใจใฝ่ศึกษา ต่างจากหญิงอื่นในสมัยนั้น ลับหลังพ่อแม่ชบาจะออกไปเที่ยวเตร่ซุกซน จนได้ปะทะฝีปากกับกลุ่ม ทองเอก เปียกและตุ่น ทองเอกทั้งทึ่ง ทั้งขยาดกับชบาที่ดูฉลาดรู้ทัน ไม่มีเขินอายลดราวาศอกให้ผู้ชายเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ทั้งที่หน้าตาก็สะสวย แต่จะให้ทองเอกชอบอย่างคู่รักเห็นจะเป็นไปไม่ได้เพราะชบาดูกล้าแกร่งเกินหญิง ส่วนชบาอยากศึกษาวิชาหมอยาจากปู่ทองอิน จึงเพียรมาฝากตัวเป็นศิษย์ ชบาแอบชื่นชมทองเอกที่รอบรู้ฉลาดเฉลียวเรื่องยา แต่จะให้แสดงออกว่าชอบทองเอก ชบาทำไม่เป็นและไม่คิดจะทำ ภรรยาคนที่ ๒ ของท่านขุนที่ชื่อแม่เอื้อนเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับคุณนายสายหยุด เพราะต่างคนต่างแอบมั่นใจว่ามีมนต์ดำ ยาเสน่ห์มัดใจสามีได้มากกว่าอีกฝ่าย หารู้ไม่ว่าที่ท่านขุนไม่ออกลาย เพราะเห็นเมียทั้งสองกลมเกลียวสามัคคีกันเป็นพลังงานคูณสอง ท่านขุนจึงกลัวจะพลาดโดนรุม แม่เอื้อนมีลูก ๒ คน ลูกชายคนโตชื่อนายเพิ่ม หน้าตาคมเข้มแต่จิตใจอ่อนโยนและกิริยาออกจะนุ่มนวลกว่าชบาด้วยซ้ำ เพิ่มมีน้องสาวอายุ ๑๐ ขวบชื่อรำเพย รายนี้ก๋ากั่นเหมือนชบา เป็นพี่สาวน้องสาวคู่หูสนิทสนมกลมเกลียวยิ่งกว่าพี่น้องท้องเดียวกันบางคู่ เวลาหนีเที่ยวก็ชวนกันไป ลำบากมาถึงเพิ่มที่ต้องคอยตามไปดูแล ๒ สาวที่ลับหลังพ่อแม่จะแก่นเป็นม้าดีดกะโหลก อยู่เสมอ ทองเอกช่วยรักษาหญิงสาวที่มีสภาพป่วยเหมือนผีปอบ หายดีจนกลับกลายเป็นสาวงาม มีนามว่าผ่อง ซึ่งความจริง ผ่องคือลูกสาวของแม่หมอผีมั่น ที่รักษาลูกตัวเองไม่ได้ จริงเอาลูกมาไว้ในที่สันโดษ เพราะกลัวคนจะรู้ และหมดศรัทธา เมื่อผ่องหายดี แม่หมอผีมั่นจึงดีใจ เอาลูกกลับไป และอยากให้แต่งงานกับผู้ชายรวยๆ ผ่อง เป็นคนสวย แต่ก็หัวอ่อนไม่ใคร่จะขัดใจแม่ ลึกๆเองแล้ว ผ่องก็มีความทะเยอทะยาน อยากจะสุขสบาย เพราะเข็ดกับความลำบากในยามที่แม่ทิ้ง จนเกินทน แรกเริ่ม ทองเอกมีความชอบในตัวผ่อง ทั้งสองมีใจให้กัน แต่ต่อมา ทองเอกจึงรู้ว่า ผู้หญิงที่คอยกวนใจ คอยวุ่นวายกับเขาตลอดเวลา อย่างชบาต่างหาก ที่เขามีความรักให้อย่างแท้จริง เรื่องราวในชุมชนบ้านท่าโฉลง ที่ทองเอก ชบา และทุกคนต้องเจอ ทั้งเรื่องผีสาง ที่โดนหลอกกันจนต้องกลับมา ให้หลวงตารดน้ำมนตร์ ปู่หมอไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่หลวงตาหากลวิธีรอมชอม ด้วยการเอายาไปแจกจ่ายชาวบ้าน แถมผ้าห่มลงยันต์จากหลวงตา เพราะการแพทย์แผนไทยนั้นไม่ได้รักษาแค่ร่างกายแต่ฝ่ายเดียว แต่ดูแลไปถึงจิตใจด้วย ชาวบ้านเองก็ยังมีความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ถ้าไม่ได้ของขลังก็จะไม่รู้สึกว่าหายดี เดี๋ยวก็ต้องไปพึ่งหมอผีอีก เลยต้องอาศัยพุทธคุณมาร่วมด้วยช่วยกัน ส่วนตัวยาแม้จะเป็นยาจริงๆ ก็ให้บอกว่าเป็นยาผีบอกก็เพื่อความเข้มขลัง ทองเอกเอายามาแจกถึงบ้านท่านขุน ชบาที่กำลังอยากหนีออกข้างนอกอยู่พอดีเลยได้โอกาส ทำอุบายหลอกพ่อแม่ว่าสาวใช้ป่วยจะส่งไปรักษาที่บ้านทองเอก พอถึงเวลาทองเอกจะกลับชบาก็เอาผ้าคลุมหน้าปลอมเป็นสาวใช้เดินตามทองเอกออกจากบ้านไปด้วย พอมาถึงกลางทางทองเอกจับได้ว่าเป็นชบาปลอมตัวออกมาก็จะลากตัวไปส่งบ้าน แต่มีหรือชบาจะยอมง่ายๆ จนทองเอกต้องเป็นฝ่ายยอมแทน ทองเอกได้มาเจอกับผ่องอีกครั้ง หลังจากที่ผ่องหายไป แต่เจอในฐานะลูกสาวคนงาม ของหมอมั่นที่สวยหยาดเยิ้ม ทองเอกดีใจรีบตรงเข้าไปหา แต่ก็ได้แค่เพียงเห็นหน้ายังไม่ทันได้พูดจากัน ทองเอกกับเพื่อนก็โดนหมอผีก็ไล่ตะเพิด ทองเอกกับพวกทนถูกไล่เหมือนหมูเหมือนหมาไม่ไหวต้องล่าถอยกลับไป ผ่องอารมณ์เสียที่แม่เอาแต่คอยไล่ อย่างนี้แล้วเมื่อไหร่ตนจะมีผัวเป็นตัวเป็นตน ที่ตอนตนเน่าเหม็นไม่เห็นแม่จะเคยสนใจ หมอผีจึงเกลี้ยกล่อมสั่งสอนลูกว่าคนงามอย่างผ่อง ต้องได้เนื้อคู่ที่สูงส่งจึงจะเหมาะสมกัน ให้รอไปก่อน แต่ตอนนี้ต้องมาช่วยแม่ กอบกู้หน้าคืน หมอผีมั่นวางแผนเพื่อจะทวงศรัทธาชาวบ้านคืนมาให้ได้ จากที่โดนพวกทองเอกหักหน้าไปคราวก่อน ที่ท่าน้ำ เพิ่มกับรำเพยตามมาเจอชบาที่ออกมาเที่ยวตลาด ชบากำลังตื่นเต้นกับรถถีบ(จักรยาน)ที่พ่อค้าเอาขึ้นเรือมาจากกรุงเทพฯ ขณะที่กำลังจะลองขี่ กล้าและกลิ่น ๒ พี่น้องลูกคุณนายกิ่งแขเศรษฐีนีเจ้าของโรงสีก็เข้ามา กล้าเป็นคนหล่อ มั่นใจ เรียนดี นักกีฬา บวกรวยเข้าไปอีก กล้าเลยติดจะขี้โอ่ คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้ กล้าหลงรักชบา พยายามตามจีบมาตั้งแต่ชบาแตกเนื้อสาว แต่ชบาไม่มีวี่แววว่าจะรับรัก แถมบางครั้งยังกระทบกระเทียบเปรียบเปรยเอาเจ็บๆปวดๆ แต่กล้าไม่เคยโกรธไม่เคยเข็ดหลาบ อาจจะเป็นเพราะฟังไม่เข้าใจหรือมั่นใจตัวเอง จนไม่คิดว่าชบาจะปฏิเสธชายที่เพียบพร้อมอย่างเขาได้ ส่วนกลิ่นน้องสาวเป็นหญิงหงิมๆซื่อๆ ตุ๋มติ๋มขี้อาย กลิ่นแอบชอบเพิ่มมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่เคยกล้าแสดงความในใจ เพิ่มเองก็ชอบกลิ่นอยู่เหมือนกัน แต่ความที่เป็นคนประเภทเดียวกันความรักของทั้งสอง เลยไปไม่ถึงไหนเสียที เพราะมัวแต่อายกันอยู่นั่นแล้ว มากสุดของสองคนคือพูดกลอนตอบโต้กันไปมา ชบา และกลิ่น มีเพื่อนสนิทคือ ชงโค เป็นหญิงก๋ากั่น ตรงข้ามกับยุคสมัย ชอบอ้อล้อผู้ชาย ใจกล้า และยังเป็นกูรูคอยสอนชบา และกลิ่นให้ เสริมมารยาหญิงให้ผู้ชายหลง สร้างความลำบากให้สาวห้าวอย่างชบา และสาวเรียบร้อย อย่าง “กลิ่น” เป็นที่สุด กล้าเห็นชบาชอบรถถีบเลยอวดรวยตกลงซื้อทันทีด้วยเงินก้อนโต เป็นครั้งแรกที่ชบาแสดงคามสนใจ ไม่ใช่สนใจกล้าแต่สนใจอยากลองหัดขี่รถถีบมากกว่า และยังแอบลองใช้วิธีชะม้ายชายตาที่ชงโคสอนกับกล้า เพราะอยากได้จักรยาน จนกล้าเคลิ้ม ท่านขุนและแม่สายหยุดต้องแปลกใจเมื่อชบาไม่เคยปฏิเสธเวลาถูกใช้ให้ไปธุระบ้านแม่กิ่งแข แถมยังหาเรื่องไปเองบ่อยๆอย่างผิดสังเกต จนท่านขุนและแม่สายหยุดมีหวังว่าจะได้กล้ามาเป็นเขย ท่านขุนดูสมใจมากเป็นพิเศษเพราะฐานะกำลังย่ำแย่ เหตุเพราะแอบไปเล่นการพนันแล้วเสียจนใกล้จะหมดตัว หากมีเขยมั่งคั่งอย่างกล้าคงจะช่วยกู้ฐานะเอาไว้ได้ ท่านขุนจึงเปิดโอกาสให้ชบาไปพบกล้าได้อย่างเต็มที่ ทองเอกเองเมื่อเห็นชบาสนิทสนมกับกล้าก็หงุดหงิดใจบอกตัวเองว่าเพราะห่วงเพื่อน ที่ไปคบกับคนไม่ดี เมื่อห้ามแล้วชบาไม่ฟังทองเอกก็ปล่อยไปคิดว่าชบาก็เห็นแก่เงินเหมือนคนอื่นๆ คนที่ทองเอกสนใจตอนนี้จึงมีเพียงผ่อง คนสวยที่ต้องแอบลักลอบไปพบหลบซ่อนหมอผีมั่น ยิ่งได้เจอกันเพียงระยะเวลาสั้นๆยิ่งเพิ่มความเร้าใจให้วัยหนุ่มยิ่งนัก ครั้งหนึ่งเย็นย่ำใกล้ค่ำแล้ว ทองเอก เปียก และตุ่นจะไปช่วยงานจุลกฐินที่ต้อง ปั่นฝ้ายทอ ย้อมและเย็บให้เป็นผ้ากฐินภายในวันเดียว กลุ่มทองเอกมาเจอชบา เพิ่ม และรำเพย จึงออกเดินไปพร้อมกันระหว่างทางก็ได้ยินชาวบ้านร่ำลือกันถึงผีที่ทำให้เจ็บป่วยอีก ทองเอกไม่กลัวเรื่องโรคเพราะมียาป้องกัน แต่แล้วก็ได้เจอกับผีเข้าจังๆ ทั้งหมดแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ทองเอกกับชบาจับคู่หนีไปด้วยกันทะเลาะกันไปตลอดทาง ฝั่งกล้ากับกลิ่นที่จะมางานเดียวกันก็เจอผีเหมือนกัน กล้าแบกจักรยานวิ่งหนีไปไม่ห่วงน้องสาวเลย ทิ้งให้กลิ่นนั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่คนเดียว พอดีกับเพิ่มวิ่งมาเจอกลิ่นจึงพากันหนี ทองเอกกับชบา และเพิ่มกับกลิ่นได้มีโอกาสร่วมทุกข์หนีผีด้วยกันห่วงใยกัน ได้ใกล้ชิดกันพอให้ใจเต้นหวั่นไหว แต่ขณะนั้นต้องหาทางเอาตัวรอดจากผีร้ายที่ทองเอกไม่แน่ใจว่าจะใช่ผีจริงหรือไม่ มีความรู้สึกกล้าๆกลัวๆอยากจะพิสูจน์แต่ผีก็หายไปอย่างลึกลับ ทิ้งปริศนาไว้ให้ชวนให้ขบคิด วันต่อมา หมอผีมั่นเอาของขลังมาแจกจ่ายชาวบ้าน แถมยังบอกว่ายาของทองเอกกินไปก็กันผีไม่ได้ และเมื่อชาวบ้านโดนผีหลอกแล้วเอาของขลังออกมา ผีก็หนีหายไปจริงๆ ชาวบ้านจึงหันกลับมาศรัทธาหมอผีมั่นอีกครั้ง ทองเอก เปียก และตุ่นช่วยกันสืบโดยเข้าไปคลุกคลีกับผ่องเพื่อล้วงความลับ ทองเอกถือโอกาสจีบผ่องไปด้วย ทำเอาชบาอดขวางหูขวางตาด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ เมื่อสืบไปได้สักพักทองเอกก็ได้รู้ความจริงว่าผีที่ออกอาละวาดเป็นคนของหมอผี แต่พอหลวงตาไปตักเตือนหมอผีมั่นว่าให้เลิกหลอกลวงชาวบ้านเสียที หมอผีมั่นกลับไม่ยอมรับแถมยังท้าทายให้หลวงตาหาหลักฐานมายืนยันกันต่อหน้า หากไม่มีจะถือว่าหลวงตาไม่มีความเที่ยงธรรม ทุกคนโกรธที่หมอผีมั่นจาบจ้วงหลวงตาแต่ยังหาหลักฐานชัดๆมามัดตัวหมอผีมั่นไม่ได้จำเป็นต้องยุติไปก่อน จนวันหนึ่งนางกิ่งแขเศรษฐีนีเจ้าของโรงสีเกิดป่วย หมอผีมั่นเอาของขลังคุณไสยไปลูบตามเนื้อตามตัวก็ไม่หาย เมื่อทองเอกรู้เรื่องก็เอายาไปให้แต่ต้องเผชิญกับการดูหมิ่นดูแคลนของกล้า เพราะกล้าไม่ชอบหน้าทองเอก ทองเอกเลยฝากยาไว้กลับกลิ่น ให้กลิ่นแอบผสมยาในอาหารให้กิ่งแขกิน ไม่กี่วันอาการของกิ่งแขก็ทุเลาลง หมอผีมั่นกลับยึดสมอ้างว่าเป็นฤทธิ์จากของขลังของตน คราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่พอชาวบ้านป่วยก็พากันไปพึ่งแต่ของขลัง จนถึงตานางสายหยุดแม่ของชบาป่วย ทองเอกร่วมมือกับชบาเพื่อให้แม่กินยาให้ได้ ทองเอกต้องไปบ้านชบาทุกวันเกิดเป็นความใกล้ชิดเห็นอกเห็นใจกันโดยไม่รู้ตัว ชบาได้ฝึกความรู้เรื่องยาเพิ่มเติมจนสามารถปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทองเอกได้ ทองเอกสนุกกับการสนทนากับชบาเหมือนเพื่อนสนิท แต่ชบาไม่ได้ทำให้ทองเอกหวั่นไหวใจเต้นเลือดสูบฉีดแรงอย่างที่รู้สึกกับผ่อง ส่วนเพิ่มก็ออกจากบ้านไปเยี่ยมกลิ่นถึงที่บ้านทุกวัน จนกิ่งแขชักจะสงสัยเลยถามไปตรงๆว่าเพิ่มรักกลิ่นใช่ไหม เพิ่มรีบปฏิเสธพัลวันด้วยความเก้อเขิน บังเอิญกลิ่นมาได้ยินตอนเพิ่มปฏิเสธทำให้กลิ่นเสียใจเป็นที่สุด หมอผีมั่นทำตัวเป็นคู่แข่งขัดขวางการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพรตำรับปู่หมอทองอินทุกวิถีทาง ศึกชิงศรัทธาเป็นไปอย่างดุเดือด แต่แล้วก็ถึงวันที่ผ่องล้มป่วย ทองเอก เปียก และตุ่นแย่งกันไปรักษา หมอผีมั่นกลัวจะเสียลูกไปต้องจำใจยอมให้มารักษาเพราะรู้ดีว่าของวิเศษของตนรักษาโรคไม่ได้ อาการของผ่องค่อยดีขึ้นตามลำดับ ผ่องเริ่มมีใจเอนเอียงชอบทองเอกเพราะรักษาเก่งดูแลดี เปียกกับตุ่นทนไม่ได้เลยต้องหาทางลัดเพื่อให้ผ่องหันมาชอบบ้าง วิธีที่พอจะคิดออกคือเอาน้ำมันพรายมาดีดใส่ผ่องตามตำราทำเสน่ห์ที่เคยได้ยินมา แต่เรื่องนี้จะต้องแอบทำเพราะหลวงพ่อสั่งไว้นักหนาว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์เด็ดขาด เปียกกับตุ่นนั้นเป็นคนปอดแหกแต่เพื่อผู้หญิงแล้วถึงกับยอมเข้าป่าช้าไปหาน้ำมันพรายเจอผีจริงผีปลอมเป็นที่โกลาหล พอได้น้ำมันพรายมาแล้วเอาไปดีดใส่ผ่องแต่ผ่องก็ยังไม่หันมาสนใจอยู่ดี แต่ตุ่นกับเปียกกลับจับไข้หนักเพราะออกไปวิ่งหนีผีมาทั้งคืน เสียเวลาเปล่าและยังเกือบเสียชีวิต ทองเอกหายหน้าไป ไม่ได้มารักษาสายหยุดเพราะต้องดูแลทั้งผ่องและเพื่อนเปียกกับตุ่น และคิดว่าชบาดูแลแม่ได้เองแล้ว ชบาเป็นห่วงทองเอกจึงหาเรื่องสงสัยว่าทำไมแม่ยังอ่อนเพลียไอไม่หยุดแล้วมาตามทองเอก เลยได้รู้ว่าทองเอกมัวไปรักษาผ่องจนทิ้งแม่เธอ ชบาเกิดความหมั่นไส้แต่บอกตัวเองว่าไม่ได้หึงหวงแต่โกรธที่ทองเอกใจดำทิ้งคนไข้ได้ลงคอ ปู่ทองอินเองก็กำลังสงสัยว่าเหตุใดคนไข้หลายคนอย่างแม่สายหยุดและผ่องมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ปู่หมอทองอิน ทองเอกและชบาช่วยกันวิเคราะห์และสรุปว่ายาตัวอื่นรักษาไม่หาย ก็ต้องหาตัวยาสำคัญที่จะช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ ที่หายากหาเย็นต้องข้ามน้ำไปหาแถวชายทะเล นั่นคือ อำพันทอง (ขี้วาฬ) ทองเอกอาสาจะไปหามา โดยมีชบาแอบติดตามไปด้วย เมื่อชบาได้ใกล้ชิดทองเอกมากๆเข้าก็ยิ่งรู้ตัวว่ารัก แต่ทองเอกหลงคิดว่าหัวใจของเขามีแต่ผ่อง แต่ทำไมเขากลับรู้สึกหวั่นไหวกับชบาได้ เพื่อกันไม่ให้ตัวเองหวั่นไหว และห่วงกลัวชบาเสียชื่อที่เดินทางกันเพียงลำพังสองต่อสอง ทองเอกบังคับให้ชบาแต่งเป็นชายและไม่ยอมนอนร่วมที่กับชบา แทนที่ชบาจะรู้สึกสบายใจกลับขัดเคืองที่ทองเอกไม่เคยหวั่นไหว ไม่มีใจให้ชบาเลย ขณะที่ชบาหนีไปหาตัวยากับทองเอก ท่านขุนและแม่สายหยุดที่เพิ่งรู้ว่าลูกหายไปก็เดือดร้อนแทบลุกเป็นไฟ ปู่ทองอินพยายามชี้แจงว่าชบาทำไปด้วยความกตัญญู แต่ท่านขุนก็กลัวว่าชบาจะเสียชื่อที่ไปค้างอ้างแรมตามลำพังกับผู้ชายกลัวว่าชบาจะขายไม่ออก เลยบีบบังคับให้ทุกคนปิดเป็นความลับ กล้าเห็นชบาหายไปก็มาหาถึงบ้าน แต่ท่านขุนให้ทุกคนโกหกว่าชบาป่วยเป็นโรคติดต่อ ห้ามเยี่ยมสักพัก เมื่อกล้ายืนยันจะพบก็ขอให้ชงโค คลุมหน้าคลุมตาสวมรอยทำเป็นป่วยแทน กล้าถือโอกาสจับไม้จับมือ ชงโคก็ไม่บ่ายเบี่ยง แถมมีปฏิกริยาโต้ตอบ ทำให้กล้ามั่นใจว่าชบาคงมีใจให้เขาเป็นแน่ ทองเอกและชบา ได้มีโอกาศช่วยเหลือคนป่วยระหว่างทาง โดยมีชบาเป็นลูกมือ จนชาวบ้านคิดว่าเป็นผัวเมียที่เหมาะสมกันมาก และชาวบ้านยังพาไปหาขี้วาฬ ที่มักจะถูกพัดมาเกยหาด จนพบ ทองเอกกับชบาได้ตัวยาสำคัญกลับมา ทองเอกรีบปรุงยาเอาไปให้ผ่อง ยิ่งเพิ่มความน้อยใจให้ชบา เธอบอกตัวเองให้ตัดใจจะไม่สนใจทองเอกอีกต่อไป ชบาใช้เวลาดูแลแม่สายหยุดจนทุเลา เมื่อแม่สายหยุดเมียหลวงหายจากไข้ ท่านขุนก็กลับไปเข้าบ่อนอีกแต่คราวนี้โชคร้ายเสียหนักถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวแต่จะบอกลูกเมียไม่ได้ ท่านขุนเลยรวบรัดไปคุยกับกิ่งแขว่าจะยกชบาให้โดยหวังจะเอาค่าสินสอดมาใช้หนี้พนัน แม่กิ่งแขไม่ปฏิเสธ เห็นดีเห็นงามด้วยเพราะกล้ามาบอกไว้แล้วว่าให้แม่ไปขอชบา ชบารู้เรื่องว่าจะถูกจับแต่งกับกล้าในยามที่กำลังน้อยใจทองเอกก็ประชดว่ายังไงก็ได้ กล้าไปหาหลวงปู่ให้ช่วยผูกดวงของเขากับชบา แต่หลวงปู่ไม่รับทำ กล้าเลยไปหาหมอผีมั่น ทำให้ได้พบกับผ่อง ผ่องเห็นกล้ามั่งคั่ง ดูดีแถมมีจักรยานขี่ก็เกิดชอบ หว่านเสน่ห์จนกล้าอดเคลิ้มตามไม่ได้ หมอมั่นเห็นว่ากล้าคือผู้ชายที่เหมาะสมกับลูกรัก จึงนัดให้กล้ามาใหม่ในวันรุ่งขึ้นพร้อมกับแม่กิ่งแข แล้วแกล้งบอกว่าดวงกล้ากับชบา เป็นกาลกิณีกัน ทำเอาแม่กิ่งแขตกใจลังเลที่จะไปสู่ขอชบา หมอผีมั่นพยายามสอดแทรกชี้ช่องว่า ผู้ที่เหมาะสมกับกล้าคือคนที่มีลักษณะตรงกับผ่อง และอยู่ในทิศที่ผ่องอาศัย ท่านขุนรู้เรื่องรีบหาทางแก้ไขให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แสดงออกชัดแจ้งว่ายังไงยังไงก็จะยกชบาให้เป็นเมียของกล้าแน่นอน หลังจากที่ได้พบกับกล้า ผ่องก็เลิกสนใจทองเอกถึงขั้นออกจะรำคาญเสียด้วยซ้ำ เลยบอกทองเอกไปว่าอยากได้จักรยานอย่างที่กล้าขี่ ถ้าหามาให้ได้จึงจะรับรัก ทองเอกจนปัญญาไม่รู้จะไปหาจักรยานมาจากไหน ขณะที่ปลีกตัวออกห่างทองเอก ผ่องก็หาโอกาสพบกับกล้าและใช้เสน่ห์เล่ห์มายาหญิงล่อให้กล้าเคลิบเคลิ้มซึ่งก็ดูจะได้ผล กล้าเกิดสองจิตสองใจ เสียดายชบาแต่ขณะเดียวกันก็อยากได้ผ่องกล้าหวังจะครองเสียทั้งสองคน กล้าเทียวไปหาชบาบ่อยๆ ชบารู้ทันว่ากล้าไปติดพันผ่องอยู่ก็นึกรังเกียจจนสุดทน ชบาปรึกษากับเพิ่มและรำเพยว่าไม่ต้องการแต่งงานกับกล้า รำเพยคิดแผนให้ชบาล้มป่วยจะได้เลื่อนการแต่งงานออกไปและถ้ายิ่งเป็นโรคร้ายแรงกล้าอาจเปลี่ยนใจไม่อยากแต่งเลยก็ได้ วันรุ่งขึ้นชบาแกล้งป่วยนอนซม ท่านขุนตามทองเอกมาดูอาการ เป็นที่น่าประหลาดใจที่ตรวจแล้วไม่เห็นมีอะไรผิดปกติแต่ชบาบ่นปวดนู่นปวดนี่ไปทั้งตัว ปู่ทองอินมาตรวจก็หาสาเหตุไม่ได้ เลยตามหมอมั่นมาดูอาการ หมอมั่นบอกไปว่าโดนของเข้าตัวแต่แก้ไม่ได้เพราะของเขมรแรงมาก ถ้าใครแต่งงานด้วยคู่สมรสก็จะโดนของไปด้วย ที่หมอมั่นว่าไปอย่างนั้นเพราะอยากให้กล้าได้กับผ่องลูกสาวตน ท่านขุนประกาศว่าถ้าใครรักษาชบาหายขออะไรก็จะยกให้ ทองเอกเหลือบไปเห็นจักรยานของกล้าที่เอามาให้ชบาจอดอยู่ เลยรับปากว่าจะรักษาชบาให้หายโดยขอค่าตอบแทนเป็นจักรยานคันนั้น พอชบารู้ว่าทองเอกอยากได้จักรยานเพราะจะเอาไปให้ผ่องก็เจ็บใจ ตั้งใจจะแกล้งป่วยไปเรื่อยๆไม่ยอมหาย ทองเอกมุ่งมั่นหาทางรักษาชบาด้วยความตั้งใจ ชบาเคลิ้มไปคิดว่าทองเอกเป็นห่วงแต่เปล่าเลยทองเอกแค่อยากได้จักรยานเอาไปให้ผ่อง ฝ่ายเปียกกับตุ่น ตอนที่ทองเอกกำลังยุ่งกับการรักษาชบาก็ไปเข้าทางไสยศาสตร์เพื่อให้ผ่องหันมาสนใจพวกตนบ้าง ส่วนผ่องก็หาโอกาสไปอ่อยกล้า ส่วนกล้าก็แวะเวียนมาเยี่ยมชบาด้วยความเสียดาย ความรักพันกันยุ่งอีรุงตุงนังไปหมด ระหว่างที่คนอื่นกำลังชุลมุนวุ่นรักกันอยู่นี้ มีคู่หนึ่งที่กะหนุงกะหนิงไม่ต้องแย่งกับใครคือเพิ่มกับกลิ่น ที่จับคู่หวานแหววเหมือนจะไปได้ด้วยดีแต่ก็ติดที่ทั้ง สองเป็นคนเหนียมอายไม่มีใครกล้าบอกรักกันตรงๆสักที ทองเอกจับได้ว่าชบาแกล้งป่วยเลยจะแฉ แต่ชบารู้ว่าทองเอกต้องการจักรยานไปให้ผ่อง หาทองเอกแพร่งพรายจะอดได้ ทองเอกเลยต้องร่วมมือแต่ก็แปลกใจตัวเองว่ายิ่งได้อยู่ใกล้ชบา ความอยากได้จักรยานคันนั้นยิ่งลดน้อยลงทุกที แอบร่วมมือด้วยความเต็มใจไม่อยากให้ชบาได้แต่งงานกับกล้า ทองเอกไม่รู้เลยว่าแม้จะได้จักรยานไปให้ผ่อง ผ่องก็ไม่นำพาอีกต่อไป เพราะขณะนี้ผ่องได้ครอบครองตัวกล้า และต่อไปจะครอบครองสมบัติของกล้าซึ่งมีค่ากว่าจักรยานคันเดียวหลายเท่า กล้าเห็นทองเอกใกล้ชิดกับชบามากขึ้นก็หาทางกำจัด โดยการแข่งขันรักษาคนกับหมอฝรั่ง คนไข้ของทองเอกอาการทรุด ทองเอกถูกจับข้อหาหลอกลวงประชาชน เคราะห์ซ้ำปู่ทองอินล้มป่วยลงอีกคน ทองเอกหนีคุกออกมารักษาปู่ พอใกล้รุ่งก็กลับเข้าคุก ด้วยความช่วยเหลือของชบา ยิ่งทำให้ใกล้ชิดผูกพันเห็นน้ำใจกันแน่นแฟ้น เปียกกับตุ่น ช่วยกันรักษาคนไข้คนนั้นต่อมาโดยมีชบาช่วยอยู่เบื้องหลังจนหาย ทำให้ทองเอกพ้นข้อหาได้ออกจากคุก ตอนที่ชบาไปช่วยเปียกกับตุ่น ท่านขุนจับได้คาหนังคาเขาว่าชบาแกล้งป่วยเพื่อหนีการแต่งงาน ท่านขุนโกรธมาก บังคับให้ชบาแต่งงานกับกล้าทันทีโดยไปขอให้เจ้านายพระองค์หนึ่งเสด็จเป็นประธานในพิธีทำให้แม่กิ่งแขเองก็ปฏิเสธไม่ได้ ทองเอกที่เพิ่งพ้นโทษออกมารู้ข่าวชบาต้องแต่งงานแน่ก็ใจหาย อกหักสิ้นหวัง ทองเอกรู้ตัวแล้วว่าที่ผ่านมาชบาคือหนึ่งเดียวในหัวใจมาโดยตลอด ผ่องเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครู่ แต่จะให้ชบามาอยู่กับหมอขี้คุกยากจนอย่างเขาได้อย่างไร ก่อนวันแต่งหนึ่งวันชบาเกิดอาการหอบหืดขึ้นมากะทันหัน ท่านขุนไม่เชื่อหาว่าแกล้ง ทองเอกมาดูอาการเห็นว่าชบาป่วยจริงด้วยความเครียด ต้องรักษาด้วยการสูบยาแต่ชบาสูบไม่เป็น ทองเอกต้องสูบแทนแล้วเป่าผ่านกระบอกไม้ไผ่เล็กๆเหมือนหลอดเข้าสู่ปากชบา สายตาที่ทองเอกมองชบาเมื่ออยู่ใกล้ชิดถึงเพียงนั้นเปิดเผยทุกสิ่งที่อยู่ในหัวใจ ชบาโผเข้าสู่อ้อมแขนของทองเอกแล้วร้องไห้ออกมา หมดหนทางที่จะแก้ไขทองเอกกับชบาคงไม่ได้เกิดมาคู่กัน ผ่องสุดทนที่กล้าจะแต่งงาน ออกมาแฉว่ากล้าได้เสียกับตนแล้ว กล้าต้องรับผิดชอบรับผ่องเป็นเมียจัดการตกแต่ง แต่แม่กิ่งแขไม่ยอมรับ กล้าที่นั่งอยู่กับแม่ดันเกลี้ยกล่อมให้ผ่องยอมรับการเป็นเมียรองทำให้ผ่องโกรธแค้น เมื่อเจ้านายเสด็จมาเป็นประธานพิธีแต่งงานระหว่างกล้ากับชบา ผ่องเข้าขวางรถม้า ทำให้รถม้าคว่ำ เจ้านายประชวรพระวาโย ทองเอกถูกตามตัวให้มารักษาเจ้านาย เมื่อทรงฟื้นขึ้นมาก็ทรงคลับคล้ายคลับคลา สอบถามไปมาจึงได้รู้ว่าที่แท้ทองเอกเป็นลูกของหมอทองอยู่ หมอประจำวังของพระเชษฐา ซึ่งทรงเพียรตามหาเพื่อให้ล้างมลทินให้ เพราะทรงรู้แล้วว่าโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อเป็นแล้วไม่มีทางรักษาหายได้ไม่ว่าจะเป็นหมอเทวดามาจากไหน ทองเอกดีใจว่าครอบครัวพ้นจากมลทินแล้วต่อไปนี้ปู่และตัวเขาจะได้รักษาคนอย่างเป็นอิสระเสียทีไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ เจ้านายทรงชวนให้ทองเอกไปเป็นหมอประจำองค์ท่าน แต่ทองเอกขออยู่รักษาชาวบ้านที่บ้านท่าโฉลงต่อไป ผ่องถูกจับ สารภาพว่าไม่ได้ตั้งใจจะมาทำร้าย เพียงแต่ต้องการร้องเรียนว่าตนได้เสียกับกล้าแล้ว เจ้านายทรงเมตตาสงสารผ่อง รับสั่งให้กล้ารับผิดชอบตกแต่งกับผ่องให้ถูกต้อง ส่วนชบาเพื่อไม่ให้ขึ้นชื่อว่าเป็นม่ายขันหมากและทรงอ่านออกว่ามีใจกับทองเอกจึงทรงจัดการทาบทามสู่ขอไว้ให้ สมใจกันทั้งสองฝ่าย ทองเอกมีสินสอดเพียงเล็กน้อย ไม่พอให้ท่านขุนเอาไปใช้หนี้พนัน เจ้านายทรงตรัสว่าถ้าท่านขุนไม่ยอม จะเรียกกรรมการเมือง มาเอาตัวไปจองจำฐานมอมเมาประชาชน และทรงสอนให้ท่านขุนเป็นข้าราชการที่มีธรรมาภิบาล ต่อไปจะเป็นถึงพ่อตาหมอใหญ่ให้ทำตัวอยู่ในศีลในธรรม ก่อนเจ้านายจะเสด็จกลับ พ่อเพิ่มตัดสินใจหยุดความอาย กราบทูลขอให้ท่านสู่ขอกลิ่นให้เพราะกลัว ว่าแม่กิ่งแขจะเคืองจนไม่ยอมให้เขาคบกับกลิ่น เจ้านายทรงช่วยเจรจา แม่กิ่งแข ไม่ปฏิเสธเพราะผิดหวังกับกล้ามามากแล้ว หากมีลูกเขยดีๆอย่างเพิ่มก็ถือเป็นโชค ทุกชีวิตจึงควรจะลงเอยกันอย่างมีความสุขสงบในบ้านท่าโฉลงแห่งนี้ แต่แล้วเรื่องราวก็ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เพราะเมื่อถึงวันใกล้แต่งงานของทองเอก และชบา โรคห่า(อหิวาตกโรค) ระบาดขึ้นมา ณ หมู่บ้านใกล้เคียง และเริ่มระบาดเข้ามาในหมู่บ้านท่าโฉลงอย่างรวดเร็ว ทองเอก ชบา และทุกๆคน ต้องมาช่วยกันรักษา นอนกันเกลื่อน มีคนหาย และก็มีทะยอยเสียชีวิตลงความที่คนเจ็บป่วยมีจำนวนมากเกินกว่ายา โรคห่าระบาดไปทั่วทั้งพระนคร พระเกจิดังในหลายๆจังหวัด ต้องลุกขึ้นมาทำพิธีขับไล่ จนมีประกาศว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้จัดการรักษาพยาบาลโดยปรุงยาขึ้นมาใหม่สองขนาน โดยนำยาวิสัมพญาใหญ่ตามตำราไทยผสมแอลกอฮอล์ ทำเป็นยาหยดในน้ำ และเอาการบูรทำเป็นยาหยดอีกขนานหนึ่ง และยังใช้การบูรโรยเสื้อผ้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคควบคู่กันไป และตั้งโอสถศาลาขึ้นมา(ศาลาวัด) ก่อนจะจัดตั้งโรงพยาบาลเอกเทศ(สถานพยาบาลชัวคราว เป็นกระต๊อบ) ขึ้นเพื่อรักษา เมื่อยาทองเอกหมดลง คนไข้ก็มิได้มีจำนวนน้อยลง ชบาที่ช่วยงานอย่างหนัก ก็มาติดไข้ไปด้วย ชีวิตชบากำลังจะตาย ทุกอย่างจะเป็นเช่นไร ต้องติดตามใน ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง

ดวงใจพิสุทธิ์ 2559

ดวงใจพิสุทธิ์ (2559/2016)

เด็กชายชินกฤต หรือลูกหมี เกิดมาท่ามกลางความรักความอบอุ่นของพ่อชีร และแม่ธาดา แต่แล้วพ่อซึ่งเป็นนักการทูตก็มีความจำเป็นจะต้องไปประจำอยู่ประเทศแถบอัฟริกา ที่ยังมีปัญหาเรื่องความผันผวนทางสังคมและโรคระบาดร้ายแรง ทั้งคู่จึงตัดสินใจฝากลูกหมีไว้กับคุณย่าชนนีและชินานางหรืออาช้าง ที่เต็มใจรับดูแลหลานชายคนเดียวในดวงใจ ด้วยความรักความเอาใจใส่อย่างเปี่ยมล้น ทำให้ลูกหมีไม่รู้สึกว้าเหว่เมื่อต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ ลูกหมีได้รับการตามใจ ให้อิสระในการพูดและทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง ทำให้เป็นเด็กมีความสุข แจ่มใส ฉลาด มองโลกในแง่ดี มีจิตใจอ่อนโยน กล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็นจนบางครั้งดูออกจะทะเล้นปนเจ้าเล่ห์อย่างเด็กรู้จักเอาตัวรอด สร้างความปวดหัวให้ช้างที่ไม่คุ้นกับการดูแลเด็ก จนต้องปรึกษากับ จิรัช หรืออ้อยหวาน ชายหนุ่มเพื่อนรักที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา ซึ่งอ้อยหวานก็ให้คำปรึกษาอย่างคนที่มองโลกในแง่ดีมาโดยตลอด ส่วนอีกครอบครัวหนึ่ง อยู่ห่างไกลออกไปถึงจังหวัดสงขลา เด็กหญิงหวันยิหวา หรือปุ๊คกี้ ที่เกิดมาในครอบครัวนักธุรกิจ ตระกูลมั่งคั่งในเมืองหาดใหญ่ ชีวิตของเด็กน้อยเริ่มต้นด้วยความรักความอบอุ่นจากพ่อวิริยะ แม่หรรษา และยังเป็นหลานคนโปรดของคุณย่าภาวนา ผู้เป็นประมุขของตระกูล แต่แล้ววิริยะกับหรรษาก็ต้องจากไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ทิ้งปุ๊คกี้ลูกน้อยไร้เดียงสาให้เผชิญชีวิตตามลำพัง ครอบครัวของแม่หรรษาของปุ๊คกี้ คือ พี่สาว หทยา และ น้องชาย หัฏฐ์ พยายามจะขอปุ๊คกี้มาดูแล แต่คุณภาวนาขอเป็นผู้ดูแลเองเพื่อไม่ให้ปุ๊คกี้ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมากเกินไป คุณภาวนาเองก็รักและเอ็นดูหลานสาวตัวน้อยนี้เกินกว่าจะปล่อยให้หลานไปอยู่ไกลตัวได้ หทยากับหัฏฐ์ จึงต้องยอมให้หลานอยู่กับคุณย่าด้วยเหตุผลที่สมควรกว่า แต่อีกไม่นานคุณภาวนาก็เริ่มล้มป่วย ปุ๊คกี้ต้องอยู่ในความดูแลของ ชลีกร ป้าสะใภ้ที่ปากบอกว่ารักปุ๊คกี้เหมือนลูกคนหนึ่ง แต่ลับหลังชลีกรได้ทำการทารุณ บีบบังคับปุ๊คกี้ ทั้งร่างกายและจิตใจด้วยความชิงชังริษยาที่ปุ๊คกี้เป็นหลานคนโปรดของคุณภาวนา ชลีกรมีความเชื่อและแค้นใจเสมอมาว่าพ่อแม่ของสามีมีความลำเอียง รักและยกย่องพ่อของปุ๊คกี้ยิ่งกว่า สาวิตร สามีของเธอทั้งๆที่สาวิตรเป็นพี่ชายคนโต ชลีกรไล่คนเก่าแก่ในบ้านของคุณภาวนาออกไปจนหมด แล้วจ้างพร้อมพรญาติห่างๆของเธอที่เป็นพยาบาลมาดูแลคุณภาวนาแทน หน้าที่หลักของพร้อมพรคือคอยกันไม่ให้ย่ากับหลานปุ๊คกี้ได้พบกัน คอยแต่งเรื่องโป้ปดมดเท็จช่วยสร้างภาพให้ชลีกรเป็นป้าที่แสนดี เป็นสะใภ้ที่แสนประเสริฐ และที่สำคัญพร้อมพรจะเป็นคนให้ยาที่ทำให้คุณภาวนาอ่อนเพลีย อาการทรุดหนักเร็วกว่าที่ควร ทางกรุงเทพ หัฏฐ์ อาจารย์หนุ่มหล่อมาดขรึม ต้องทนรำคาญเสียงงิ้วโรงเล็ก ของอาช้าง และลูกหมี ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ข้างบ้านได้ไม่กี่เดือน เขาเคยเห็นลูกหมีวิ่งเล่นอยู่ที่สนาม แต่อาสาวเสียงแปร๋นๆนั้นเขาไม่เคยเห็นหน้า แต่วาดภาพว่าคงจะอ้วนใหญ่เป็นช้างพังสมชื่อ หัฏฐ์ไม่เคยทักทายหรือทำความรู้จักครอบครัวข้าง แต่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับดร.จูน (หรือดร.จุไร) เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา ดร.จูนไกล่เกลี่ยให้หัฏฐ์ใจเย็นๆ หัฏฐ์ผู้มีระเบียบวินัย มีความมั่นใจในตัวเองสูง อดทนกับ“ศึกเจ้าลูกหมีควายกับยายช้างน้ำ” มาหลายเดือน จนถึงวันที่เสียงทะเลาะของอาหลานปลุกเขาขึ้นมาในวันหยุดหัฏฐ์รู้สึกสุดจะทนตั้งใจจะไปเจรจาให้แตกหัก แต่แล้วเขาก็ได้รับข่าวร้ายจากหาดใหญ่อีกครั้ง คราวนี้คุณภาวนา ย่าของปุ๊คกี้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน แม้ผู้คนจะอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดคุณภาวนาจึงจากไปรวดเร็วเช่นนี้ แต่ความน่าเชื่อถือของชลีกรก็ทำให้เห็นคล้อยตามได้ไม่ยากว่า คุณภาวนาซึ่งมีอาการของโรคหัวใจและหอบหืดทนการรบเร้าของปุ๊คกี้หลานรักไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาเล่นด้วยจนเกิดอาการเหนื่อยจนช็อคสิ้นลมไปอย่างปัจจุบันทันด่วน เพื่อไม่ให้ปุ๊คกี้ต้องสะเทือนใจที่คนเริ่มซุบซิบกันว่าเด็กคนนี้เป็นตัวนำโชคร้าย หทยาและหัฏฐ์ จึงได้ออกปากขอตัวหลานสาวมาดูแลเองอีกครั้ง คราวนี้ชลีกรดูจะเต็มอกเต็มใจแทบจะยัดเยียดผลักไสให้มาเลยด้วยซ้ำ ปุ๊คกี้จึงได้โอนทะเบียนมาอยู่กับป้าหทยา(หทัย)และน้าหัฏฐ์ โดยไม่มีใครคัดค้าน ชินานางได้ยินหทัยมาบ่นกับชนนีว่าตอนไปรับปุ๊คกี้ หลานมีสภาพเหมือนเด็กอนาถา ป้าสะใภ้เก็บของมาให้มีแต่เสื้อผ้าเก่าไม่กี่ตัว ข้าวของสมบัติที่ของหรรษาแม่ของปุ๊คกี้ที่ติดตัวไปตอนแต่งงานหายหมด และเมื่อชินานางได้เจอกับปุ๊คกี้ครั้งแรกก็รู้สึกได้ถึงความไม่ปรกติของเด็กน้อยร่างผอมบาง ที่กอดตุ๊กตายัดนุ่นเก่าๆ ปุ๊คกี้เรียกมันว่า “ดวงใจ” เด็กน้อยหวงเนื้อหวงตัว ถามคำตอบคำ แววตาแห้งแล้งหวาดระแวง ผิดกับนายลูกหมีเด็กวัยเดียวกันที่มีความมั่นใจเกินร้อย พบกันครั้งแรกลูกหมีทำเก่งอวดปุ๊คกี้เพื่อนสาวคนใหม่ ด้วยการแกะตุ๊กตาร้องเพลงได้ที่หัฏฐ์ซื้อให้ปุ๊คกี้ ออกเป็นชิ้นๆเพื่อดูว่ามันร้องเพลงอย่างไร และคุยโวว่าจะประกอบกลับคืนให้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ชินานางมาเห็นเข้าต่อว่าหลานเสียงดัง หัฏฐ์กลับมาจากทำงานได้มาเห็นวีรกรรมของเจ้าหมูน้อยข้างบ้านเข้าก็แสดงอาการไม่พอใจ ท่าทางดุๆของหัฏฐ์ทำเอาลูกหมีหงอไป ชินานางเองก็พูดไม่ออก ได้แต่บอกว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ หัฏฐ์ได้เจออาช้างน้ำเสียงแปร๋นที่เขาแอบเรียกในใจถึงกับผิดคาด เพราะอาช้างน้ำกลายเป็นสาวร่างเล็กผมสั้นหน้าตาดีจนเขาแทบจะถอนสายตาจากตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ หัฏฐ์ดุลูกหมีพร้อมสอนไปในตัวว่าไม่ควรรื้อทำให้ของเสียหาย โดยเฉพาะของ ของคนอื่น ชินานางต่อว่าหัฏฐ์ ว่าเขาทำลายความมั่นใจของเด็ก แต่หัฏฐ์กลับแย้งว่าเขากำลังสอนแทนผู้ใหญ่ ที่ควรสอดส่องดูแลหลานชายมากว่านี้ ดีที่นี่เป็นตุ๊กตา แต่ถ้าเป็นวัตถุที่เป็นอันตรายชินานางคงชดใช้ให้ไม่ได้หากหลานต้องเสียมือหรือลูกตาไป เมื่อกลับมาที่บ้านอาช้างต่อว่าและสอนลูกหมียกใหญ่ ชนนีได้ฟังสองอาหลานแล้วก็ได้ แต่เตือนชินานางว่าอย่าติดกับตำราต่างชาติมากเกินไป เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันควรเอาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม บางคนยังรับเด็กช่างต่อปากต่อคำทำอะไรตามใจตัวเองอย่างลูกหมีไม่ได้ ต้องสอนหลานให้รู้จักเกรงใจคนอื่นด้วย คำพูดของมารดายิ่งทำให้ชินานางขุ่นใจโยนความผิดไปให้หัฏฐ์ ที่ทำให้เธอโดนตำหนิ ทั้งหัฏฐ์และช้าง ต่างก็เอาเรื่องของอีกฝ่ายไปเล่าให้เพื่อนสนิท คือดร.จูน และอ้อยหวานฟังเป็นประจำ ดร.จูนและอ้อยหวานถึงจะยังไม่เคยเจอหน้ากันต่างก็มีความสงสัยตรงกันว่าทำไมหัฏฐ์และช้างจึงพูดถึงกันบ่อยนัก มีเรื่องของอีกฝ่ายมาบ่นมาเล่าไม่หยุด หัฏฐ์เอาของเล่น ของลูกหมีที่ทิ้งไว้ที่บ้านเอามาคืนให้ชินานางในขณะที่หญิงสาวกำลังวาดภาพอยู่ถึงได้รู้ว่าอาช้างของลูกหมีเป็นนักวาดภาพประกอบให้นิตยสารชื่อดัง หัฏฐ์ปะทะคารมกับชินานาง และบอกว่าเขาซื้อของเล่นให้หลานเองได้ไม่ต้องการความอนุเคราะห์จากใคร ชินานางต่อว่า ว่าเขาพูดแรงไป ลูกหมีแค่อยากมีเพื่อนเพราะหาเด็กในวัยเดียวกันเล่นด้วยยาก เขาควรดูแลปุ๊คกี้ดีๆเพราะปุ๊คกี้ไม่ร่าเริงและหวงเนื้อหวงตัวเกินเด็กในวัยเดียวกัน แต่หัฏฐ์ก็ยังเชื่อว่าหลานตัวเองปรกติที่พูดน้อยเพราะเป็นกุลสตรี เรียบร้อย และยังเสียใจที่ย่าเพิ่งเสียชีวิต ชินานางรู้สึกอึดอัดใจไม่อยากเผชิญหน้ากับหัฏฐ์ เพราะเมื่อเจอหน้ากันทีไรน้าชายและอาสาวมักมีเรื่องการเลี้ยงดูหลานๆ มาถกเถียงกันอยู่ตลอด ทั้งเรื่องนิสัยใจคอและการเรียนของเด็กๆ แต่หัฏฐ์ก็ยังมาชวนชินานางให้พาลูกหมีไปเรียนว่ายน้ำเป็นเพื่อนปุ๊คกี้ในวันเสาร์ ลูกหมีทั้งประท้วงทั้งตามตื๊อจนชินานางต้องตอบตกลง หลังเรียนครั้งหนึ่งลูกหมีทำเป็นเก่งว่ายน้ำอวดสาว แต่อ้วนและอ่อนแรงจนจมน้ำ หัฏฐ์ช่วยลูกหมีขึ้นมาจากก้นสระ ชินานางตกใจมาก กันไม่ให้หลานลงน้ำอีก แต่หัฏฐ์ต้องการแก้อาการกลัวน้ำของลูกหมีจึงบังคับให้ลูกหมีลงสระและให้ว่ายน้ำไปมาโดยที่เขาช่วยดูและให้กำลังใจอยู่จนลูกหมูหายกลัว ชินานางขอบคุณเขาอย่างจริงใจ เป็นอันว่าทั้งคู่ทำสัญญาสงบศึกกันชั่วคราว สัญญาสงบศึกทำให้มิตรภาพของหัฏฐ์และชินานางงอกงามขึ้น โดยมีกิจกรรมของหลานๆ เป็นตัวเชื่อม จากวีรกรรมช่วยชีวิตลูกหมี ทำให้หัฏฐ์กลายเป็นขวัญใจของชนนีและเด็กบัว จนชินานางเรียกทั้งแม่และเด็กในบ้านว่า “หัฏฐ์แฟนคลับ” แต่มิตรภาพที่กำลังไปได้สวยก็มาหยุดชะงักเมื่อชินานางพาหลานๆ ไปเล่นในสนามเด็กเล่นในหมู่บ้าน ได้เจอกับ ชมพูนุช เจ๊ปากเสียประจำหมู่บ้าน ชมพูนุชชวนชินานางนินทาว่าหัฏฐ์เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยห้องแถว ที่ชอบทำตัวแปลกๆ เย่อหยิ่ง แล้วยังเลี้ยงหลานไม่ได้เรื่อง ปล่อยให้หลานเล่นตุ๊กตาตัวเก่าสกปรก ไม่เข้าสังคม ดูเป็นเด็กผิดปรกติ พอถามว่าชินานางเห็นด้วยไหม ชินานางรู้นิสัยของชมพูนุชดีว่าถ้าไปขัดคอ เธอจะไม่ยอมหยุด และจะหาเรื่องจับผิดต่อไปอีกเรื่อยๆ ชินานางจึงตัดรำคาญด้วยการพูดประชดว่าเห็นด้วยตามนั้น แต่โชคร้ายที่หัฏฐ์มาได้ยินเข้าพอดี ทำให้เข้าใจว่าชินานางเป็นคนเสแสร้ง ไม่เคยจริงใจและมองเขากับปุ๊คกี้ในแง่ร้ายมาตลอด ทั้งคู่กลับมามึนตึงกันอีกครั้ง ลูกหมีสังเกตเห็นเอาเรื่องไปบอกย่า ชินานางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง ชนนีเตือนลูกสาวเรื่องการพูด ถ้าพูดไปไม่คิด รับคำอะไรไปส่งเดช คำพูดเหล่านั้นมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง ชนนีให้หญิงสาวไปขอโทษหัฏฐ์ ชินานางหาโอกาสจะขอโทษและอธิบายให้หัฏฐ์เข้าใจ เมื่อเขาและเธอพาเด็กๆ ไปว่ายน้ำแต่หัฏฐ์ก็ยังงอนอยู่ไม่ยอมคุยด้วย หัฏฐ์ซื้อเอแคลร์มาให้เด็กๆ แต่ลูกหมีกินอยู่คนเดียว ลูกหมีอ้างว่า ปุ๊คกี้บอกว่าไม่ชอบกินเอแคลร์ ชินานางจะดุลูกหมี แต่เห็นอาการหน้าซีดตัวสั่นของปุ๊คกี้แล้วตกใจ ไม่มีใครคาดว่าเอแคลร์แสนอร่อยนั้นมันทำให้ปุ๊คกี้คิดถึงความทรงจำที่ขมขื่นในอดีตก่อนที่น้าหัฏฐ์จะรับตัวมาอยู่ด้วย ก่อนหน้านี้ปุ๊คกี้ชอบกินเอแคลร์มาก แต่เมื่อป้าชลีกรเข้ามาควบคุมชีวิตด้วยการทุบตีด่าทอ ทำให้ดวงจิตน้อยๆสับสน ไม่กล้าทำอะไรหรือพูดอะไรด้วยความหวาดกลัว อาหารว่างที่เคยกินตอนบ่ายก็ถูกลูกๆ ชลีกรแย่งกินหมด เด็กน้อยต้องทนหิวจนร่างกายซูบผอม วันหนึ่งปุ๊คกี้เห็นเอแคลร์วางทิ้งอยู่จึงหยิบมากินด้วยความหิว แต่ลูกของชลีกรเกิดโวยวายขึ้น ชลีกรจึงแย่งเอแคลร์ไปซ่อนไว้แล้วลืมจนบูดเน่า วันหนึ่งสาวิตรสังเกตเห็นปุ๊คกี้ผ่ายผอมจึงเอ่ยปากต่อว่าภรรยา ชลีกรโกรธหาว่าปุ๊คกี้ฟ้อง พอลับหลังสามี เธอจึงจับเอาเอแคลร์บูดยัดปากปุ๊คกี้ กลิ่นเน่าบูดทำให้ปุ๊คกี้กลืนไม่ลงแต่ยังถูกยัดขนมไม่ยั้งมือจนติดคอหายใจไม่ออก ปุ๊คกี้ดิ้นรนกระเสือกกระสน ชลีกรกับลูกๆ ได้แต่ยืนมองเฉยๆ โชคดีที่สาวิตรกลับมาพอดีช่วยหลานไว้ได้ทัน ชลีกรแก้ตัวว่าตกใจเลยไม่ได้ช่วยหลาน ลับหลังสาวิตร ชลีกรทำร้ายปุ๊คกี้และด่าทอว่าทำไมปุ๊คกี้ไม่ตายไปซะ ปุ๊คกี้เสียใจสับสน เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทั้งที่เธอรักคุณป้ามากแต่คุณป้ากลับไม่รัก เมื่อรักมากก็เจ็บปวดมาก เด็กน้อยจึงสร้างเกราะป้องกันตัวเอง โดยปิดตัวเอง ไม่อยากรักใครและไม่อยากถูกรัก จะได้ไม่เสียใจอีกต่อไป ชินานางเห็นขนมเอแคลร์เละในมือปุ๊คกี้ จะเก็บทิ้ง แต่ปุ๊คกี้กลัวลนลานร้องบอกว่าหนูทานได้ ปุ๊คกี้ยัดเอแคล์เละๆ เข้าปาก ท่าทางลนลานหวาดกลัวของปุ๊คกี้ทำให้ชินานางและหัฏฐ์เริ่มสงสัยในพฤติกรรมของปุ๊คกี้ เปิดเทอมใหม่ลูกหมีสอบเข้าโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยได้ ที่เดียวกับปุ๊คกี้ที่หัฏฐ์ใช้สิทธิอาจารย์ฝากเข้า หทัยชวนให้ลูกหมีไปโรงเรียนพร้อมปุ๊คกี้ โดยมีหัฏฐ์ไปส่ง ชินานางปฏิเสธในตอนแรก แต่ด้วยความที่เธอทำงานไม่เป็นเวลาทำให้ตื่นสายพาลูกหมีไปโรงเรียนไม่ทันอยู่เนืองๆ ส่วนหัฏฐ์มาส่งหลานทันในตอนเช้าแต่ก็มารับหลานไม่ทันบ่าย 3 ครึ่ง จนลูกหมีและชินานางต้องอยู่รอเป็นเพื่อนจนเย็นค่ำ ในที่สุดหัฏฐ์ก็ยื่นข้อเสนอกับชินานางอีกครั้งว่าตอนเช้าเขาจะเป็นคนไปส่งเด็กทั้งสองเอง ส่วนตอนเย็นขอให้ชินานางมารับแล้วให้ปุ๊คกี้ไปรอที่บ้านของชินานาง เมื่อเห็นแล้วว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย คราวนี้ชินานางจึงตอบตกลง ความสัมพันธ์ของอาช้างและน้าหัฏฐ์กลับมาดีอีกครั้ง จนเด็กบัวแฟนคลับหมายเลข 1 ของหัฏฐ์บอกกับชนนีว่าอาช้างกับน้าหัฏฐ์ดูเหมาะสมกันดี อยากเชียร์ให้เป็นแฟนกัน ลูกหมีได้ยินเข้าจึงทำตัวแก่แดดริเป็นพ่อสื่อ ชินานางรู้สึกเขินกับการกระทำของหลานชาย หลบหน้าหลบตาหัฏฐ์ จนชายหนุ่มรู้สึกเอ็นดูชินานางที่แม้จะเป็นสาวสมัยใหม่แต่ก็ไม่มีท่าเก่งกล้าเรื่องผู้ชายจนเกินงามเหมือนสาวคนอื่นๆ ความสัมพันธ์ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อคุณชนนีไปงานบวชพี่ชายของเด็กบัวที่ต่างจังหวัด แล้วมีโจรย่องเข้ามาในบ้านชินานาง หัฏฐ์ปีนข้ามระเบียงห้องตัวเองที่อยู่ตรงข้ามห้องชินานางมาช่วยสองอาหลาน แต่การช่วยเหลือครั้งนี้กลับตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเมื่อเขาเป็นคนเปิดประตูบ้านชินานางออกรับตำรวจในสภาพแต่งชุดนอน ชมพูนุชที่สังเกตการณ์อยู่ในหมู่ไทยมุงเริ่มบรรเลงใส่สีตีข่าวอย่างมันปาก ครบรอบการตายร้อยวันของภาวนา หทยา และหัฏฐ์พาปุ๊คกี้ไปงานศพภาวนาที่หาดใหญ่ หลังพิธีฌาปนกิจ ได้มีการเปิดพินัยกรรมของภาวนาที่ระบุให้ปุ๊คกี้เป็นผู้รับมรดกส่วนใหญ่ ชลีกรโกรธจนคลั่ง กล่าวหาว่าเป็นพินัยกรรมปลอม แต่ทนายสุวัฒน์ยืนยันว่าเป็นฉบับจริง ชลีกรโมโหแทบขาดสติ ทนายสุวัฒน์เห็นท่าทีของชลีกรแล้วคาดว่าจะมีเรื่องยุ่งยากตามมา จึงเตือนให้หัฏฐ์รีบไปยื่นคำร้องเป็นผู้ปกครองของปุ๊คกี้ทันทีที่กลับกรุงเทพฯ ชลีกรแปลกใจว่าภาวนาทำพินัยกรรมได้อย่างไร ทั้งๆที่ ทั้งวรและวิริยะปู่และพ่อของปุ๊คกี้ถือเรื่องนี้ไม่ยอมทำพินัยกรรมกลัวเป็นลางร้าย และเธอก็กำชับให้พร้อมพรคุมภาวนาอยู่ตลอด พร้อมพรสารภาพว่า ระหว่างที่ชลีกรพาลูกๆ ไปเที่ยวต่างประเทศพร้อมสาวิตร เธอได้ทิ้งภาวนาไปเยี่ยมแม่ที่ป่วยหนักแค่วันเดียว ชลีกรโกรธมากทุบตีทำร้ายพร้อมพรและไล่ออกไปจากบ้าน หลังกลับจากงานศพของภาวนาที่หาดใหญ่ ครูประจำชั้นเรียกหัฏฐ์ไปพบและบอกเขาว่า ปุ๊คกี้เป็นเด็กมีปัญหาเซื่องซึม หวาดระแวงและไม่เข้าสังคม หัฏฐ์หนักใจ เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมของหลานตัวเองกับลูกหมีและเด็กวัยเดียวกันก็เห็นชัดขึ้นทุกทีว่าปุ๊คกี้มีปัญหาจริงๆ หัฏฐ์ไปยื่นคำร้องขอเป็นผู้ปกครองของปุ๊คกี้ ในขณะที่สุวัฒน์ส่งข่าวมาบอกว่าชลีกรก็เดินเรื่องอยู่เช่นกันแต่ทำที่สงขลาไม่ได้ เพราะปุ๊คกี้ได้ย้ายทะเบียนบ้านมากรุงเทพฯ แล้ว ชลีกรขึ้นมากรุงเทพฯ แสร้งทำดี ขอให้หัฏฐ์ถอนตัว แต่พฤติกรรมของชลีกรทำให้หัฏฐ์ไม่ยอมถอนตัวและให้ไปสู้กันในศาล หัฏฐ์มาขอให้ชินานางและชนนีเป็นพยานให้ฝ่ายของตน ซึ่งชินานางก็รับด้วยความเต็มใจ และมี ดร.จูนกับอ้อยหวานที่ตอนนี้รู้จักและเริ่มสนิทสนมกัน ช่วยเป็นพยานฝ่ายหัฏฐ์ หัฏฐ์ชวนชินานางและหลานๆ ไปเลี้ยงไอศกรีมตอบแทนที่ร้านในหมู่บ้าน แต่ก็ต้องเซ็งเมื่อเจอกับชมพูนุชที่กำลังพูดนินทาหัฏฐ์กับชินานางไปในทางชู้สาว หัฏฐ์โกรธมากออกโรงปกป้องชินานางโดยบอกให้ชมพูนุชหยุดพูดและขอโทษชินานาง ชมพูนุชยอมทำตามเพราะเห็นว่ากำลังเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ แต่เก็บความแค้นที่โดนฉีกหน้าต่อหน้าธารกำนัลไว้รอวันเอาคืน ชินานางขอบคุณที่หัฏฐ์ปกป้องเธอ แต่ขอเตือนว่ากับชมพูนุชอาจจะสร้างปัญหาใหญ่ตามมา ชลีกรต้องการได้เงินก้อนใหญ่จากการขายที่ดินมรดกซึ่งปุ๊คกี้ถือกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่ เธอเอาผลประโยชน์เข้าล่อให้ลดามณี น้องสาวแสนสวยรวยเสน่ห์ของสามี ขอให้ลดามณีไปเกลี้ยกล่อมหัฏฐ์เรื่องขายที่ดินในส่วนของปุ๊คกี้ ลดามณีที่พอใจในอาจารย์มาดเข้มอย่างหัฏฐ์อยู่แล้วจึงรับไปเจรจาให้ ลดามณีไปหาหัฏฐ์ที่บ้านและได้พบกับชินานาง ลดามณีที่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหัฏฐ์อย่างออกนอกหน้าและดูหมิ่นชินานางเมื่อเห็นสายตาอ่อนโยนอาทรเวลาที่หัฏฐ์มองหญิงสาวร่างเล็กที่ไม่มีอะไรน่าสนใจพอจะมาเทียบกับเธอได้แม้แต่น้อย ลดามณีรายงานข้อมูลภายในบ้านและการใช้ชีวิตของปุ๊คกี้ให้ชลีกรฟังอย่างละเอียด ชลีกรแอบซุ่มมาที่บ้านของชินานางเพื่อหาโอกาสข่มขู่ปุ๊คกี้ แล้วก็ได้จังหวะขณะที่ลูกหมีวิ่งไปตามผู้ใหญ่มาช่วย ชลีกรล็อกคอปุ๊คกี้ไว้แล้วข่มขู่ให้บอกศาลว่าอยากอยู่กับป้า ไม่อย่างนั้นจะฆ่าให้ตาย ปุ๊คกี้กลัวลนลานและเชื่อว่าชลีกรสามารถฆ่าทุกคนได้ ชลีกรจากไปด้วยใจอาฆาต ก่อนกลับชลีกรได้เจอกับชมพูนุช ชมพูนุชรู้เรื่องราวการฟ้องร้อง รีบเสนอตัวเป็นพยานให้กับฝ่ายชลีกร ด้วยความแค้นหัฏฐ์กับชินานางและละโมบเมื่อเห็นว่าจะได้ค่าตอบแทนก้อนใหญ่ หัฏฐ์โกรธมากเมื่อรู้ว่าชลีกรมาจับตัวปุ๊คกี้ เขาจะไปแจ้งความแต่ชินานางห้ามไว้เพราะจะทำให้มีผลกระทบเมื่อต้องขึ้นศาล หัฏฐ์ขอบคุณชินานางที่ช่วยปุ๊คกี้และขอโทษแทนลดามณีที่แสดงกิริยาไม่ดีใส่ลูกหมีและชินานาง ชินานางไม่สนใจเรื่องเล็กน้อย เมื่อลดามณีมาขอฟังคำตอบเรื่องปุ๊คกี้ หัฏฐ์จึงปฏิเสธไปอย่างหนักแน่น ว่าเขาจะไม่ถอนเรื่องการเป็นผู้ปกครองของปุ๊คกี้เป็นอันขาด และไม่เห็นด้วยกับการขายที่ในส่วนของปุ๊คกี้ในตอนนี้ อยากรอให้ได้ผู้ปกครองที่แท้จริงก่อน ทำให้ชลีกรและลดามณีไม่พอใจอย่างมาก ชลีกรขอให้ลดามณีเป็นพยานให้กับฝ่ายของตน แต่ลดามณีไม่ยอมเป็นให้ เพราะไม่อยากสร้างความไม่พอใจให้กับหัฏฐ์ชายที่เธอชอบพออยู่ ชลีกรเจ็บใจ เก็บความแค้นลดามณีเพิ่มไว้อีกคน ในวันแรกของการสืบพยาน ชินานาง ดร.จูน และอ้อยหวานให้การเป็นประโยชน์กับฝ่ายของหัฏฐ์ แม้ว่ายิ่งยศทนายของชลีกร จะเอาข้อมูลที่ได้จากชมพูนุชมาทำลายความน่าเชื่อถือของชินานาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของชินานางกับหัฏฐ์ในวันที่โจรขึ้นบ้าน หรือเรื่องที่ชินานางเคยพูดผสมโรงกับชมพูนุชว่าหัฏฐ์เย่อหยิ่งหัวสูง ไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้ปกครองเด็ก แต่ชินานางก็ตอบกลับตามข้อเท็จจริงอย่างฉลาด คมคาย จนชมพูนุชร้อนตัวพูดโพล่งแสดงตัวตนอันน่ารังเกียจขึ้นมากลางศาล ส่วนชนนีก็ให้การว่าการเลี้ยงดูของหัฏฐ์และหทยาทำให้ปุ๊คกี้สดใสขึ้นมาก ต่างจากเมื่อขึ้นมาจากหาดใหญ่ใหม่ๆ ตามประสบการณ์แล้วเธอเชื่อว่าปุ๊คกี้ต้องเจออะไรที่มากกว่าการตายของย่า ที่ทำให้กลายเป็นเด็กเซื่องซึมไม่เข้าสังคม และมีแววตาที่ไร้ชีวิตชีวาแบบนี้ สาวิตรลุงของปุ๊คกี้ให้การเป็นพยานฝ่ายชลีกร แต่จากการซักถามของเสนีย์ทนายของหัฏฐ์กลับแสดงให้เห็นว่าเขาทำแต่งาน ปล่อยปะละเลยหลานสาว ไม่เคยรู้เลยว่าชลีกรเลี้ยงหลานอย่างไร เสื้อผ้าเก่าๆ ปอนๆ ที่ติดตัวปุ๊คกี้มาจากหาดใหญ่ใช้เป็นหลักฐานในศาล ทำเอาสาวิตรถึงกับอึ้งไป และเงินเลี้ยงดูหลานชลีกรก็ไม่เคยส่งมาให้หัฏฐ์ ในขณะที่ชลีกรให้การแก้ตัวไปว่าเป็นเพราะปุ๊คกี้อยู่ในระหว่างการไว้ทุกข์ เลยไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ และคิดว่าอีกไม่นานก็จะให้กลับไปอยู่หาดใหญ่ แต่ชลีกรก็พูดไม่ออกเมื่อเสนีย์อ้างว่าการที่ชลีกรต้องการเป็นผู้ปกครองก็เมื่อรู้ว่าปุ๊คกี้ได้มรดกมากมาย และแสดงความงกของชลีกรด้วยหลักฐานการซื้อขายที่ดินของภาวนาและโอนเข้าบัญชีของตัวเองโดยไม่ปรึกษาทายาทคนอื่นๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรการที่หัฏฐ์เป็นหนุ่มโสด และไม่มีเวลาให้หลานเต็มที่ ต้องพาหลานไปฝากเพื่อนบ้านไว้ ในขณะที่สาวิตรมีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกที่เป็นเหมือนพี่น้องแท้ๆ ของปุ๊คกี้ และมีฐานะทางการเงินที่ดีกว่า ทำให้ฝ่ายชลีกรมีส่วนได้เปรียบอยู่บ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะชนะคดีแน่ๆ ชลีกรจึงแอบมาหาปุ๊คกี้ที่โรงเรียน ใช้อุบายโกหกสร้างภาพกับครูจนได้พบปุ๊คกี้ แล้วข่มขู่เด็กน้อยอีกครั้งว่าถ้าไม่พูดว่าอยู่กับป้าในศาลจะฆ่าให้ตายจริงๆ ทำให้ปุ๊กกี้กลัวจนฝังใจ เมื่อทนายเสนีย์ซักซ้อมก่อนขึ้นศาลถามปุ๊คกี้ว่าจะอยู่กับใคร ปุ๊คกี้จึงตอบด้วยความยากลำบากว่าอยู่กับใครก็ได้ ทำให้หัฏฐ์น้อยใจหลานเป็นอย่างมาก ชินานางได้แต่ปลอบให้ใจเย็นๆ นอกจากหัฏฐ์จะเครียดเรื่องหลานแล้ว ลดามณียังรุกหนักแวะเวียนไปมาหาสู่เขาแทบทุกอาทิตย์ จุดมุ่งหมายก็เพื่อมาหาแต่หัฏฐ์เพียงคนเดียว เธอแทบจะไม่เหลียวแลปุ๊คกี้หลานอาที่น่าสงสารเลยแม้แต่น้อย ในช่วงเวลาอีกไม่กี่วันก่อนปุ๊คกี้จะขึ้นให้การ หทยามีเหตุจำเป็นจะต้องไปดูงานที่ญี่ปุ่น หัฏฐ์อยากหนีหน้าลดามณีเลยชวนครอบครัวของชินานางทั้งหมดไปเที่ยวทะเลกับเขาและปุ๊คกี้ วันที่จะเดินทางทนายเสนีย์มาหาเพื่อคุยเรื่องคดีและได้ซื้อตุ๊กตาตัวใหม่มาให้ปุ๊คกี้แต่ปุ๊คกี้แค่หยิบดูแล้ววางไม่ได้อุ้มติดตัวตลอดเวลาเหมือนกับดวงใจ ตุ๊กตาเก่าๆ สกปรกมอมแมม ระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกัน ลูกหมีชวนปุ๊คกี้ไปเล่นกับลูกหมาท้ายซอย ลูกหมาน่ารักถูกใจปุ๊คกี้ แต่เมื่อแม่หมาวิ่งมาเด็กๆ ก็ต้องถอย ลูกหมีถามว่าแม่หมารักลูกของมันแต่ถ้าเป็นลูกหมาอื่นมันจะรักไหม คำถามไปสะกิดใจปุ๊คกี้อย่างจัง ปุ๊คกี้พรั่งพรูออกมาว่าถ้าเป็นลูกหมาอื่นมันจะกัดจนตาย เหมือนกับป้าของเธอ แม้เธอจะรักป้าแค่ไหนป้าก็ไม่รักตอบ ปุ๊คกี้ไม่อยากไปอยู่กับป้า แต่ถ้าพูดว่าอยากอยู่กับน้าหัฏฐ์ ป้าบอกว่าจะฆ่าปุ๊คกี้ ปุ๊คกี้ไม่อยากถูกป้าฆ่าตาย เหมือนกับคุณย่า ลูกหมีตกใจบอกให้ปุ๊คกี้เล่าให้หัฏฐ์ฟัง แต่ปุ๊คกี้ไม่ยอม และให้ลูกหมีสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ไม่อย่างนั้นจะเลิกคบ ลูกหมีเลยจำใจต้องหุบปาก ช่วงที่ปุ๊คกี้กับลูกหมีไม่อยู่ ทนายเสนีย์เห็นดวงใจตุ๊กตายัดนุ่นสกปรกเหม็นสาบของปุ๊คกี้แล้วก็แนะนำให้หัฏฐ์เอาไปทิ้ง เพราะมันเป็นภาพลักษณ์ที่เหมือนหัฏฐ์ไม่เอาใจใส่ซื้อของเล่นให้หลาน หัฏฐ์อธิบายว่าพยายามแล้วแต่ปุ๊คกี้ไม่เคยสนใจของเล่นอื่น เสนีย์แนะว่าถ้าไม่ทิ้งของเก่าเด็กจะไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ หัฏฐ์เห็นดีด้วย ทิ้งดวงใจไป ปุ๊คกี้กลับมาไม่เจอดวงใจ เมื่อถามหาแล้วหัฏฐ์บอกว่าทิ้งไปแล้ว เด็กน้อยกรีดร้องโหยหวนดิ้นรนเหมือนสัตว์ได้รับบาดเจ็บ หัฏฐ์ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ชินานางรีบมาถามดูถึงได้รู้ว่าหัฏฐ์ทิ้งดวงใจไป โดยไม่รู้ว่าดวงใจไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตาแต่มันคือความมั่นคงและสิ่งยึดเหนียวทางจิตใจของปุ๊คกี้ เด็กน้อยทั้งดิ้นทั้งกรีดร้องจนชินานางและหัฏฐ์เอาไม่อยู่ ชนนีต้องเข้ามาช่วย เด็กน้อยได้แต่คร่ำครวญว่าไม่เหลือใครแล้ว ชนนีพอจะเดาได้ว่าตุ๊กตาตัวนี้คงเป็นฝีมือของแม่ปุ๊คกี้ทำให้ หัฏฐ์รับรู้ด้วยความสะเทือนใจรู้สึกผิดอย่างที่สุด ชนนีปลอบปุ๊คกี้ว่ายังมีน้าหัฏฐ์ ป้าหทัย มีย่า มีอาช้าง และลูกหมี ความรักความอ่อนโยนทำให้ปุ๊คกี้ยอมสงบลงและหลับไป แผนการไปเที่ยวทะเลต้องยกเลิกไปอย่างน่าเสียดาย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หัฏฐ์ยอมรับว่าความจริงว่า ปุ๊คกี้เป็นเด็กมีปัญหา ชินานางช่วยปลอบใจและให้กำลังใจหัฏฐ์ว่าอีกสักพักปุ๊คกี้ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่หัฏฐ์ทำลงไปก็เพราะรักปุ๊คกี้ หัฏฐ์จับมือชินานางด้วยความซาบซึ้งใจ ลดามณีเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี หัฏฐ์ไม่อยากให้ลดามณีรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับปุ๊คกี้ เลยขอให้ชินานางช่วยแสดงตัวเป็นแฟนของเขา ลดามณีมาหาเพื่อจะบอกหัฏฐ์ว่าเธอยินดีจะย้ายเข้ามาอยู่กับเขาเพื่อช่วยเลี้ยงปุ๊คกี้ หัฏฐ์สวนกลับว่าไม่จำเป็นเขามีคนรู้ใจคือชินานางมาช่วยดูแล้ว และต่อว่าที่ลดามณีไม่เคยดูแลปุ๊คกี้เลย ลดามณีทั้งขายหน้าทั้งผิดหวังจนปล่อยนิสัยที่แท้จริงออกมา พูดจาดูถูกหัฏฐ์ว่า เป็นเพียงข้าราชการจนๆ กินอาหารปิ่นโต บ้านก็เท่ารูหนู จะเลี้ยงหลานได้ดีแค่ไหน ที่จะเลี้ยงปุ๊คกี้ก็เพราะอยากได้สมบัติของหลานเท่านั้นเอง ทำให้หัฏฐ์โกรธจะตอบโต้แต่ชินานางได้ห้ามไว้ ปุ๊คกี้ตื่นขึ้นมาก็ติดชนนีแจ จนหัฏฐ์ต้องย้ายของของหลานมาที่บ้านของชนนี หัฏฐ์ชวนลูกหมีและชินานางไปตามหาดวงใจมาคืนปุ๊คกี้ ทั้งสามตามไปจนถึงที่ทิ้งขยะกองมหึมาแต่ก็หาไม่เจอ หัฏฐ์ขอทำตุ๊กตาดวงใจสองให้หลานด้วยตัวเอง เพื่อหลานจะได้รับรู้ว่าเขารักหลานเพียงใด ภาพชายตัวโตเย่อหยิ่ง เจ้าระเบียบอย่างหัฏฐ์อดหลับอดนอนเย็บตุ๊กตาท่าทางเก้งก้าง แต่เพียรทำให้หลานสาวทั้งคืน ทำให้ชินานางซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก วันรุ่งขึ้นหัฏฐ์มอบดวงใจสองให้ปุ๊คกี้หลานรัก แม้มันจะเป็นเพียงตุ๊กตายัดนุ่นหน้าตาไม่น่าดูเท่าไหร่ แต่ปุ๊คกี้ก็รับรู้ได้ว่าน้าหัฏฐ์ทำให้ด้วยความรัก หัฏฐ์สัญญาว่าจะไม่ทำให้ปุ๊คกี้เสียใจอีก ปุ๊คกี้ยอมรับตุ๊กตาของน้าชายมากอด หัฏฐ์กอดหลานสาวแน่น น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพรั่งพรูด้วยความรักความสงสารหลานตัวน้อยอย่างจับใจ หัฏฐ์พาปุ๊คกี้ไปหาหมอชินวัตรจิตแพทย์ที่อ้อยหวานแนะนำให้ชินานางรู้จัก นายแพทย์อาวุโสท่าทางใจดีบอกว่าอาการทางจิตใจของปุ๊คกี้ค่อนข้างน่าหนักใจ แต่ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงเพราะเด็กไม่ยอมพูด สิ่งที่พอช่วยได้ตอนนี้คือให้ช่วยกันมอบความรักความอบอุ่น พยายามเข้าใจความกลัวของปุ๊คกี้ และช่วยให้เธอเอาชนะความกลัวนี้ไปให้ได้ ในวันที่ศาลนัด แม้จะรู้อยู่ว่าหลานไม่พร้อมแต่หัฏฐ์ก็ไม่มีทางเลือกต้องให้ขึ้นให้การศาล ลูกหมีเกลี้ยกล่อมให้ปุ๊คกี้บอกน้าเรื่องป้าใจร้ายที่ข่มขู่ปุ๊คกี้ แต่ปุ๊คกี้ก็กลัวเกินกว่าจะพูดออกมาได้ ในขณะที่พยานของฝั่งตรงข้ามขึ้นให้การที่เป็นประโยชน์กับชลีกร หัฏฐ์ก็เหลือแต่ปุ๊คกี้เท่านั้นที่จะให้การว่าเลือกอยู่กับใคร ในการซักถามเยาวชน สมลักษณ์ผู้พิพากษาหญิง เป็นผู้ซักถามปุ๊คกี้ด้วยตัวเอง สมลักษ์ถามปุ๊คกี้ถึงตุ๊กตาที่อยู่ในมือว่าชื่ออะไร ปุ๊คกี้ตอบว่าชื่อดวงใจ และน้าหัฏฐ์เป็นคนทำให้ ทำเอาหัฏฐ์ได้เปรียบมากขึ้น และเมื่อมาถึงคำถามสำคัญที่ว่า ระหว่างลุงสาวิตร กับน้าหัฏฐ์ ปุ๊คกี้จะอยู่กับใคร ปุ๊คกี้อึกอักหน้าซีดตกใจไม่ยอมตอบ ลูกหมีที่มาด้วยได้พูดสวนขึ้นมากลางศาลว่า ปุ๊คกี้เขาไม่กล้าพูดว่า อยากอยู่กับน้าหัฏฐ์ เพราะป้าสะใภ้ใจดำบอกให้อยู่กับลุง ยิ่งยศทนายฝ่ายชลีกรรีบปรามลูกหมี แต่เสนีย์ได้ทีขอเบิกตัวลูกหมีเป็นพยาน ผู้พิพากษาให้ลูกหมีเป็นพยานฝ่ายปุ๊คกี้ที่ร้องไห้ไม่หยุด ลูกหมีเล่าเหตุการณ์ที่ชลีกรบุกไปที่บ้าน จับตัวปุ๊คกี้เขย่า จนลูกหมีต้องไปตามอาช้างมาช่วย และเผยเรื่องที่ปุ๊คกี้เคยเล่าให้ฟังว่า ปุ๊คกี้กลัว ถ้าพูดว่าอยากอยู่กับน้าหัฏฐ์คุณป้าจะตีให้ตาย และไม่ให้บอกใคร เมื่อสมลักษ์ถามกลับมาที่ปุ๊คกี้ ปุ๊คกี้ก็ตอบว่าไม่กล้าพูด ป้าบอกว่า ถ้าปุ๊คกี้พูดป้าจะตีให้ตาย ความจริงอันขมขื่นจากปากเด็กทำให้ทุกคนในศาลถึงกับนิ่งอึ้ง ในภาวะที่ทุกคนกำลังงงงัน ชลีกรที่ข่มความโกรธไม่ไหว ตรงเข้าไปบีบคอปุ๊คกี้ หัฏฐ์เข้าไปช่วย และลูกหมีกัด จนแยกตัวปุ๊คกี้ออกมาได้ ผู้พิพากษาให้ทุกคนอยู่ในความสงบ แต่ชลีกรไม่ฟังพยายามคว้าตัวปุ๊คกี้ไว้ แต่คว้าได้แค่หางม้า ปุ๊คกี้ตกใจกรีดร้องออกมาจากใจที่เต็มไปด้วยความกลัวอย่างสุดขีด “ไม่ไป ไม่ไป จะอยู่กับน้าหัฏฐ์ ปุ๊คกี้กลัว ไม่อยากตายเหมือนคุณย่า คุณป้าจะฆ่าปุ๊คกี้เหมือนคุณย่า กด กด เอาหมอนกด คุณย่าดิ้น ดิ้น ปุ๊คกี้กลัว” ภาพความหลังที่ปุ๊คกี้เห็นคุณป้าชลีกรกดหมอนลงที่ใบหน้าของคุณย่าย้อนกลับมาอย่างน่าหวาดหวั่นเหมือนฝันร้าย ปุ๊คกี้กรีดร้องเหมือนหัวใจจะแตกสลาย คำพูดที่ออกมาจากใจของเด็กน้อยที่ถูกกระทำย่ำยีถึงที่สุด เปิดเผยความจริง ฉีกหน้ากากอันชั่วร้ายของชลีกรลูกสะใภ้ที่แสดงตัวว่าแสนดี การตายของภาวนาเศรษฐินีชื่อดังของจังหวัดถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ชลีกรโดนจับ แต่เธอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ชุลีกรพยายามที่จะกำจัดพร้อมพร พยานปากเอกที่อยู่ในเหตุการณ์แต่โชคไม่เข้าข้างชลีกรอีกต่อไป แฟนของพร้อมพรเห็นเหตุการณ์และช่วยเธอเอาไว้ได้ พร้อมพรเห็นแล้วว่าเข้าข้างคนผิด จึงให้การกับตำรวจว่าเธอเห็นชลีกรฆ่าภาวนา ที่ไม่บอกก่อนหน้านี้เพราะกลัวจะโดนจัดฉากฆ่าเหมือนกับที่ทนายสุทินซึ่งเป็นทนายของภาวนาเคยโดนมาแล้ว ตำรวจห้ามประกันตัวชลีกรแม้เธอจะปฏิเสธแต่ผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นๆ สารภาพผิดและซัดทอดเธอเป็นผู้บงการทุกคน ชลีกรได้แต่กรีดร้องโหยหวนอยู่ในห้องขังด้วยหวาดกลัวกับเสียงแว่ว
สองหัวใจนี้เพื่อเธอ 2558

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ (2558/2015) ธรรณธร(มาริโอ้ เมาเร่อ) นักธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์ ที่เงียบขรึมและเจ้าอารมย์ มีคู่ควง คือ แชมเปญ(แพท ณปภา) เซเลปสาวคนดัง เธอฝันว่าจะได้แต่งงานกับธรรณธร แต่ความจริงธรรณธรกลับมีภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ติดอยู่ในใจเขามานาน ผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก แต่เขามักจะฝันถึงเธอเสมอ ธรรณธรจับได้ว่า ทนง (กระดุม)หัวหน้าฝ่ายขายแอบโกงเงินบริษัท เขาไล่ทนงออกทันที ทุกคนต่างหวาดกลัว ไม่ใช่เพราะอารมณ์แต่กลับเป็นพลังบางอย่างที่ทำให้ดวงไฟภายในห้องระเบิด แต่ไม่มีใครรู้ว่าคนที่ทำให้เกิดเรื่องประหลาดนี้ขึ้น...คือธรรณธรนั่นเอง หมอกฤต(นนท์) เพื่อนรักคนเดียวของธรรณธร อธิบายว่าธรรณธรน่าจะมีพลังจิตรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Telkynesysคือพลังงานที่บังคับให้วัตถุคลื่นที่ หรือทำลายวัตถุนั้นๆ กฤตรับหน้าที่เป็นจิตแพทย์ให้กับเขาด้วย เพราะเขามีอาการป่วยด้วยโรค DID (Dissociative Identity Disorder) หรือโรคหลายบุคลิกซึ่งเป็นหนึ่งในภาวะของโรคทางจิตเวช จะมีลักษณะท่าทางและความคิดเป็นอีกคน แถมจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลย! กรณ์ (ปั้นจั่น-ปรมะ)และเกวลิน(มิ้น-ชาลิดา) สองพี่น้องอยู่กันตามลำพัง เพราะพ่อแม่ไปเป็นชาวสวนอยู่ต่างจังหวัด นอกเหนือจากอาชีพนักร้องกรณ์ยังเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และดึงเกวลินไปทำด้วย ไอ้ปู่(ฟรอย์) หลงรักเกวลินมาตั้งแต่มัธยม และปู่เป็นคนเดียวที่มักจะเห็นผี เกวลินมีเพื่อนสนิทคือ ยุ้ย(โบว์) ที่ชื่นชมผู้ชายที่อยู่รอบตัวเกวลิน โดยเฉพาะพี่กรณ์ มีวิทยุแจ้งอุบัติเหตุ เกวลิน และทีมอาสาฯเฮฮาอีก 4 คนคือ ไอ้ปู่ (ฟรอย์) ต๋อง(แจ๊ส ชวนชื่น) แม็ค(สรรเพชร) ใหญ่(ใหญ่-ฝันดี) ไปที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันธรรณธรขับรถผ่านมาพอดีจึงลงไปช่วยคนเจ็บ ธรรณธรเห็น เกวลินครั้งแรกก็รู้สึกวาบขึ้นมาในใจ ส่วนเกวลินสนใจแต่คนเจ็บเลยไม่ได้สนใจธรรณธรที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แต่แล้วคืนนั้นเอง ธรรณธรกลับมาล้มใส่เธอที่หน้าบ้าน แต่จำตัวเองไม่ได้ ธรรณธรเรียกเกวลินว่า “แก้ว” แล้วบอกว่าตัวเองชื่อ นายเมฆ ...เมฆไม่รู้จักข้าวของต่างๆรอบกาย จนเหมือนกับว่าเมฆหลุดมาจากสมัยโบราณไม่มีผิด แต่เช้าวันถัดมาเมฆก็หายตัวไปอย่างไร้ล่องรอย เกวลินมาสมัครงานที่บริษัทของธรรณธร แต่ไม่เห็นธรรณธรกับ อณิมา (จีน เกล้าแก้ว) น้องสาว ธรรณธรก็งงเพราะเกวลิน เหมือนหญิงที่ฝันถึงบ่อยๆ เกวลินก็แปลกใจเพราะธรรญธรเหมือนกับนายเฆมมาก แต่ทำไมธรรณธรจำเธอไม่ได้ กรณ์ทำเพื่อนอนิมาอกหักทำให้อนิมาต้องการเอาคืน ธรรณธรให้เกวลินมาเป็นเลขา อนิมาจึงจับเกวลินแต่งสวย สร้างความไม่พอใจให้กับแชมเปญมาก หมอกฤตสรุปว่าคนที่กระตุ้นพลังจิตของธรรณธรได้ดีก็คือเกวลิน พ่อเกวลิน(โจม สุกล) เล่าถึงประวัติครอบครัว (ตรงกับที่เมฆเคยเล่าให้ฟัง) แม่เกวลิน(เจี๊ยบปวีณา)ได้โอกาสโม้ว่าเราเป็นตระกูลเก่ามีทาสชื่อเมฆ และขึ้นชื่อว่าเป็นทาสที่ซื่อสัตย์เป็นคนช่วยชิวิตของคนในตระกูล แถมยังมีหนังสือเก่าของตระกูล มีรูปท่านขุนวรงค์ ซึ่งหน้าตาเหมือนธรรณธร รูปคุณแก้ว ก็หน้าตาคล้ายเกวลิน แต่รูปของนายเมฆกลับไม่มี ในอดีต เขาทั้งสองเป็นคนละคนกัน!! ถ้าเป็นแบบนั้น นายเมฆมาอยู่ในร่างธรรณธรได้อย่างไร!! ธรรณธรรู้สึกมีคนคอยจ้องเล่นงานเขาและเกวลิน ธรรณธรพาเกวลินไปทำบุญ พอเกวลินก้าวเข้าประตูวัดสิ่งต่างๆรอบกายกลายเป็นอดีต ธรรณธรกลายเป็นท่านขุนวรงค์ และเธอคือนางแก้ว เมื่อเดินพ้นประตูอีกบานรอบตัวกลับเป็นปรกติ สร้างความงุนงงให้กับเกวลินเป็นอย่างมาก โดยที่ธรรณธรไม่ได้รับรู้เหตุการณ์นั้นร่วมด้วย แชมเปญกดดันขอให้ธรรณธรแต่งงานด้วย โดยนำเรื่องพ่อของเธอมาขู่ แต่สุดท้ายแชมเปญก็ต้องยอมยุติความสัมพันธ์เอง เมื่อเธอรู้ว่าธรรณธรไม่มีความรักให้กับเธอ ตลอดที่ผ่านมาเธอคิดไปเองคนเดียว ที่จึงหันไปสนใจกรณ์ และต่อมาจึงได้รู้ว่ากรณ์คือพี่ชายเกวลิน และทิ้งเธอไปหาอนิมาซึ่งเป็นน้องสาวของธรรณธร เธอโกรธแค้นมาก จึงร่วมมือกับทนง ซึ่งมารู้ภายหลังว่า ทนงที่แสนเลว ติดการพนัน คือพ่อแท้ๆของเธอเอง เมื่อเธอไม่ได้สิ่งที่เธอต้องการ เธอก็จะทำลายทุกคน .....อดีต ท่านขุนวรงค์มีความรักให้กับแก้วหญิงผู้เป็นที่รักอย่างมาก เมฆก็เช่นเดียวกันเขารักคุณแก้ว และพร้อมเป็นทาสรับใช้ตลอดไป จนกระทั่งคุณแก้วตกน้ำแต่เมฆไปช่วยไว้ เมฆเผลอโอบกอดด้วยความรัก โดยที่คุณแก้วก็ไม่รู้ตัว แต่ท่านขุนวรงค์จึงสั่งฆ่าเมฆ โดยมีแชมเปญและทนงร่วมวางแผนในอดีตด้วย และนี่คือจุดเริ่มต้นของอดีตที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน เรื่องราวความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร ธรรณธรจะสามารถควบคุมหัวใจและพลังพิเศษได้หรือไม่ เกวลินจะเลือกหัวใจรักจากผุ้ชายภพใด ??? ต้องติดตามชมในละคร “สองหัวใจนี้ เพื่อเธอ”

ไฟรักเพลิงแค้น 2557

ไฟรักเพลิงแค้น (2557/2014) วีรดา หรือ วีด้า (มทิรา ตันติประสุต) สาวสวยดีกรีนักเรียนนอก สวย ฉลาด แต่หัวใจเธอเจ็บปวด วีด้าพ้นสภาพเด็กกำพร้าด้วยความช่วยเหลือของอากำธร (ศุกล ศศิจุลกะ) พ่อบุญธรรม วีด้ากลับมาเมืองไทยพร้อม ดนัย (อัศนัย เทียนทอง) คนรักหนุ่มที่อยู่เคียงข้างเธอเสมอ วีด้ากลับมาพร้อมการแก้แค้น บรรชา (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) เจ้าของธุรกิจเรือสำราญ และท่าเทียบเรือยักษ์ ที่พ่อเธอเคยร่วมสร้าง แต่โดนโกงจนครอบครัวล้มละลาย พ่อตายพร้อมน้องชาย แม่เสียสติ ธุรกิจของนายบรรชาจะต้องกลับมาเป็นของเธอ วีด้าไปสมัครงานในบริษัทของนายบรรชา จนรู้ว่านายบรรชามีลูกชาย 3 คนคือ คัชพล (วรวุฒิ นิยมทรัพย์) ยศสรัล (กฤษฎา พรเวโรจน์) และ ธัญกร (ธารา ทิพา) วีด้าเคยเจอยศสรัลแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเธอยังเด็ก แต่ยศสรัลจำสาวน้อยน่ารักได้ไม่รู้ลืม วีด้าแกล้งมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน ยศสรัลจำวีด้าได้แต่วีด้าก็ปฏิเสธ ยศสรัลเฝ้าสังเกตวีด้าจนพบว่าวีด้าสนใจพี่ชายและน้องชายของเขาเป็นพิเศษ มันทำให้ยศสรัลไม่พอใจวีด้า มนฑิตา (ณิชาพันธ์ ชุณหะวงศ์วสุ) แฟนของยศสรัลอิจฉาวีด้าที่เด่นกว่า ส่วน รัชนา (น้ำหนึ่ง สุทธิดาชัย) แฟนของธัญกร ก็รู้สึกว่าธัญกรสนใจวีด้า วีด้าวางแผนจับคัชพลแต่เสน่ห์ของวีด้าดึงให้ธัญกรมาติดบ่วงนี้ด้วย วีด้าใช้เสน่ห์หลอกให้คัชพลหลงรัก ส่วนยศสรัลผิดหวังในตัววีด้า และเริ่มสืบเรื่องของวีด้า ธัญกรตีตัวออกห่างรัชนาจนต้องเลิกกัน อากำธรขอให้วีด้าถอนตัวจากเรื่องที่กำลังทำแต่วีด้าไม่ยอม วีด้าไม่ยอมตกเป็นของคัชพลทำให้คัชพลรักเธอมากยิ่งขึ้น ยศสรัลทนไม่ไหวจึงต่อว่าวีด้าและทะเลาะกัน วีด้าพูดดูถูกยศสรัลว่า "คุณจะเป็นผู้ชายคนเดียวในโลก ที่ฉันจะไม่ชายตามอง" คัชพลขอวีด้าแต่งงาน นายบรรชา กับ สินี (สาวิตรี สามิภักดิ์) แม่ดีใจมาก ดนัยตัดความเป็นเพื่อนและคนรักกับวีด้า งานหมั้นคัชพล ธัญกรเมาอาละวาดพังงาน ทำให้ยศสรัลยิ่งเกลียดวีด้า เพราะพี่ชายและน้องชายเกือบฆ่ากันตายเพราะเธอ ธัญกรหนีออกจากบ้าน ยศสรัลสืบรู้ว่าวีด้าไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลโรคจิตเป็นประจำ แตกต่างจากวีด้าที่สวยสง่าเซ็กซี่ ยศสรัลจำได้ว่า คือกานดา (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสิรฐ) ภรรยาของอดีตหุ้นส่วนพ่อ ยศสรัลไปหาอากำธรจนรู้เรื่องทั้งหมด เขาประกาศจะปกป้องครอบครัวของเค้าจนถึงที่สุด วีด้ากลับไปหาดนัยเพื่อให้เขาปลอบ สินีไม่ให้คัชพลแต่งงานกับวีด้า ยศสรัลทนไม่ไหวที่เธอปั่นหัวพี่ชายและคิดทำลายธุรกิจของครอบครัว ยศสรัลหลอกวีด้าไปที่บ้านพักบนเกาะ ยศสรัลบอกว่าจะไม่ปล่อยตัวเธอหากเธอไม่หยุดเรื่องนี้ คัชพลโมโหยิงยศสรัลบาดเจ็บ คัชพลโกรธน้องชายจึงมีอะไรกับมนฑิตาเพื่อให้น้องชายเสียใจ มนฑิตาก็เต็มใจเพื่อเอาคืนเช่นกัน วีด้าสับสนว่าจะหยุดเรื่องทุกสิ่งหรือเดินหน้าต่อไป คัชพลขอแต่งงานกับวีด้า สินีขอให้วีด้าล้มเลิกงานแต่งกับคัชพล วีด้าเล่าความจริงให้ดนัยฟังและบอกให้รอเธอ สินีโกรธวีด้ามากจ้างมือปืนมายิงวีด้าที่งานมอบรางวัลนักธุรกิจดีเด่นวีด้าถูกยิงล้มหัวกระแทกพื้นความจำเสื่อมคัชพลยอมรับผิดแทนแม่ว่าเป็นคนจ้างมือปืน และหนีหายไปจากบ้าน ยศสรัลกับกำธรพยายามช่วยกันฟื้นความจำให้วีด้าด้วยการพาไปเที่ยวที่เกาะส่วนตัว จนวีด้าความทรงจำกลับมาทั้งหมด เรื่องราวความวุ่นวาย "ไฟแค้น" จาก 2 ครอบครัว จะสามารถลบด้วย "ไฟรัก" ของเขาและเธอได้หรือไม่ "ยศสรัล" จะสามารถเอาชนะหัวใจที่แข็งแกร่งของ "วีรดา" ด้วยวิธีใด สุดท้ายใครจะเป็นผู้ดับไฟแค้นครั้งนี้ ต้องติดตามในละครแนวดราม่าเข้มข้น ละครไฟรักเพลิงแค้น

กำลังแสดงผลลัพธ์ทั้งหมด 8 รายการ