หมอผี (2559/2016) หมอผี สมญานามของ อาจารย์วิเศษ (รับบทโดย วสุ แสงสิงแก้ว) ผู้อำนวยการของสถาบัน Paranormal Reseach ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และไม่ค่อยจะมีคนรู้จักมากนัก หน้าที่หลักของสถาบันแห่งนี้ คือค้นคว้าหาความจริงในปรากฏการณ์ที่อยู่เหนือธรรมชาติ เช่น เรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ ภูติผีปีศาจ ซึ่งในความจริงแล้วอาจารย์วิเศษไม่ได้เป็นหมอผีอย่างที่เรารู้จัก แต่เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดี ทั้งยังเป็นนักค้นคว้าเกี่ยวกับวิญญาณศาสตร์และรอบรู้เกี่ยวกับไสยศาสตร์ (จากมุมมองของวิทยาศาสตร์) อีกด้วย เขาจึงได้รวบรวมกลุ่มคนหลากหลายความสามารถ แต่สนใจในเรื่องของวิญญาณ ภูตผีปีศาจ เหมือน ๆ กัน เข้ามาเป็นสมาชิกของสถาบันเพื่อร่วมพิสูจน์เรื่องราวต่าง ๆ อาคม (รับบทโดย เจสัน ยัง) อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ และนักแม่นปืนมือฉมัง ซึ่งเขามีความหวังว่าจะได้พบกับวิญญาณของอดีตคนรักอย่าง ขวัญข้าว ผู้ที่ฆ่าตัวตายโดยที่เขาไม่ทราบสาเหตุ เศก (รับบทโดย ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม) หนุ่มฮิปสเตอร์ ผู้ชอบความท้าทาย ผู้ที่เป็นกำลังสำคัญในการประดิษฐ์เครื่องมือจับผีนานาชนิด และเป็นคนที่แอบหลงรัก รัตติกาล (รับบทโดย พิชญ์นาฏ สาขากร) ผู้ที่เก่งเรื่องการสะกดจิต แถมเธอยังมีสัมผัสพิเศษ สามารถรับรู้ และสื่อสารกับพลังงานหรือวิญญาณที่อยู่รอบ ๆ ตัวได้ นอกจากนั้น ยังมีสมาชิกคนอื่น ๆ อย่าง จอห์นนี่ (รับบทโดย โจนาธาน แซมซัน) หรือ ไอ้จ้อน ลูกครึ่งไทยแคนาดา ที่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และศาสนาสากล แต่กลับไม่เชื่อเรื่องผีเอาเสียเลย และมหาเนิร์ด (รับบทโดย อาร์ตี้-ธนฉัตร ตุลยฉัตร) เด็กหนุ่มที่อายุอ่อนที่สุดในกลุ่ม จบปริญญาเอกทางคอมพิวเตอร์สามารถเข้าสู่ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ได้ทุกระดับทั่วโลก ฉับไวยิ่งกว่าใครในประเทศนี้ ยิ่งนานวันเข้า ภารกิจของทีมหมอผีก็ยิ่งมีมากขึ้น เมื่อสถาบันเริ่มเป็นที่รู้จัก หลังจากคลี่คลายคดีลึกลับได้หลาย ๆ คดี หลังจากนั้นก็เริ่มมีคดีแปลก ๆ และลึกลับน่ากลัว เข้ามาให้ทีมงานหมอผีเข้าไปแก้ปัญหามากขึ้น แล้วความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นภายในทีมหมอผี เมื่ออาจารย์วิเศษนำทีมไปปราบผีร้ายตนหนึ่ง แต่เกิดความผิดพลาดขึ้นจนเป็นเหตุให้ครอบครัวหนึ่งเสียชีวิตทั้งครอบครัว เหลือรอดเพียงลูกสาวคนเดียว ในขณะที่รัตติกาลก็บาดเจ็บหนักถึงขั้นไม่ได้สติจากการที่ถูกผีร้ายตนนั้นทำร้าย และผีร้ายตนนั้นก็หนีรอดไปได้ อาคมตัดสินใจลาออกจากทีม และได้แต่โทษตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องชีวิตของผู้บริสุทธิ์ และรัตติกาลจากวิญญาณของผีร้ายตนนั้น อาจารย์วิเศษถูกเรียกตัวสอบสวนจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ข่าวการทำงานพลาดของทีมหมอผีเริ่มถูกแพร่ออกไป จนเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา ถึงความเหมาะสมของการตั้งสถาบัน Paranormal Reseach จนในที่สุดได้มีคำสั่งให้ปิดสถาบันนี้ลง โดยที่ยังไม่มีเรื่องราวใด ๆ คลี่คลายทั้งสิ้น อาจารย์วิเศษจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร ติดตามต่อได้ในละคร หมอผี

รัตนาวดี (2558/2015) รัตนาวดี...เป็นความรักของ ท่านหญิงรัตนาวดี (ญีน่า ซาลาส) กับ ท่านดนัยวัฒนา (กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา) เพื่อนของท่านชายพจน์ เมื่อครั้งที่ท่านหญิงรัตนาวดี เสด็จประพาสยุโรป เพื่อจะไปท่องเที่ยว โดยได้นัดแนะให้ท่านดนัยนำเที่ยว แต่ท่านดนัยกลับผิดนัด จึงทำให้ท่านหญิงโกรธมาก และเมื่อทั้งสองได้พบหน้ากัน ท่านหญิงก็เข้าใจผิดคิดว่าท่านดนัย คือนายเล็กเป็นมหาดเล็กของท่านชาย ท่านดนัยจึงทำทีสวมรอยเป็นนายเล็ก เพราะอยากใกล้ชิดกับท่านหญิงรัตน์ และได้เขียนจดหมายไปถึงท่านชายพจน์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ก่อน เพราะตนอาสาอยากนำเที่ยวให้ท่านหญิงรัตน์ ระหว่างทางก็มีเพื่อนของท่านหญิงแวะเวียนมาร่วมเดินทางด้วย ทั้งประพัทธ์ (กิตติศักดิ์ อัศวศิริชัยกุล) หนุ่มไทยที่นิสัยเสีย ที่ท่านหญิงไม่สนใจ และคณะเดินทางจากไทยชื่อเก็จกำก๋ง (สมบัติ ขจรไชยกุล) ที่มีลูกสาวชื่อสะอาดศรี (พัสกร พลบูรณ์) ที่มาชอบนายเล็ก สร้างความไม่พอใจให้กับท่านหญิงรัตน์ไม่น้อย ส่วนลูกชายก็มีทีท่าชอบท่านหญิงรัตน์ แต่เป็นคนขี้อายสุด ๆ การเดินทางที่มีความสุขในครั้งนี้ ทำให้ท่านดนัยได้ใกล้ชิดกับท่านหญิงรัตน์ และก่อเป็นความรักขึ้นมาในใจของทั้งคู่ แต่เมื่อเพื่อนสนิทของท่านหญิง วิมล (ณฐมณฑ์ งามกนก) น้องสาวของประวิช (ติณห์ ศรีตรัย) ที่เรียนพยาบาลอยู่อังกฤษแวะมาเที่ยว และวิมลจับได้ว่าแท้จริงนายเล็กคือ ท่านดนัย พอดีกับช่วงที่ท่านหญิงรัตน์ได้รับจดหมายจากเมืองไทย ว่าท่านดนัยได้ให้คนมาสู่ขอกับเจ้าป้า (นันทวัน เมฆใหญ่) ท่านหญิงรู้สึกโกรธท่านดนัย และไม่พอใจเรื่องการสู่ขอ ทั้ง ๆ ที่ท่านดนัยผิดนัดการนำเที่ยวครั้งนี้ ท่านดนัยจึงขอให้วิมลช่วยอีกแรง เมื่อนพ (ปิยะณัฐ แดงพลูผล) น้องของอานนท์ และเป็นเพื่อนรักของปริศนา มาพบท่านดนัย ก็ทักทายท่านดนัยต่อหน้าท่านหญิงรัตน์ จึงทำให้ได้รู้ความจริง ว่าตัวเองถูกหลอกมาตลอด ท่านหญิงโกรธมากจึงพาป้าสร้อยและวิมลหนี ไปยังเมืองโรมประเทศอิตาลี ท่านดนัยรีบตามไปง้อ เพราะตกหลุมรักท่านหญิงรัตน์ตั้งแต่แรกพบ แต่ท่านหญิงจะให้อภัยกับเรื่องนี้ไหม ต้องติดตามกันต่อใน ละครรัตนาวดี

เจ้าสาวของอานนท์ (2558/2015) เจ้าสาวของอานนท์ เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มวิศวกรนอกกับสาวชาวสวน ซึ่งแท้จริงเป็นลูกของพระยา ที่มีโอกาสได้พบกัน หลังจากที่ ตระกล (สมัชญ์ ชัยสุวรรณ) เพื่อนของอานนท์ได้ฝากฝังอานนท์ช่วยไปดูงานให้ตรวจและดูแลเครื่องจักรที่สวนมะพร้าวแห่งหนึ่ง จึงทำให้ อานนท์ (โทนี่ รากแก่น) ได้พบรักกับ สุชาดา หรือสุ (เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) ที่มีฝาแฝดผู้ชายชื่อโสภณ ซึ่งเรียนอยู่ต่างประเทศ ในตอนแรกอานนท์ไม่ถูกชะตากับ สุชาดามากนักเพราะเธอ มีนิสัยห้าวเหมือนผู้ชาย แต่เมื่อได้รู้จักและใกล้ชิดกันมากขึ้น ก็ทำให้ อานนท์ กับ สุชาดา รักกันและคบหากันในที่สุด เมื่ออานนท์ตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ของเขา ว่าต้องการแต่งงานกับสุชาดา ทำให้พ่อกับแม่ของอานนท์ไม่ค่อยพอใจเพราะรู้ว่า สุชาดา เป็นแค่สาวลูกชาวสวน แต่เมื่อตอนหลังทราบความจริงว่า นายตะวัน (แม่ของสุชาดา) เป็นภรรยาคนแรกของพระยาสุทธาเทพวิสุทธิ์ ที่พลัดพรากจากกันมานาน ก็ทำให้ครอบครัวของอานนท์ยอมรับในตัวสุชาดา ด้านพระยาสุทธาเทพวิสุทธิ์ ก็มีครอบครัวใหม่ และมีลูกด้วยกันถึงสามคนคือ เสาวนิต (ณัฐชา เจกะ) ลูกสาวคนโต ไม่ค่อยได้ความเท่าไรแค่สวยไปวัน ๆ ไพจิตร (เขษมพงษ์ พลเดช) ลูกชายคนรองท่าดีทีเหลวแต่มีความรู้ดีและเรียนเก่ง และ นิศา ลูกสาวคนเล็กไม่สวยเท่าพี่สาวแต่ร่าเริงและขยัน เมื่อพี่น้องได้พบหน้ากันต่างก็ดีใจที่มีพี่สาวพี่ชายเพิ่มมาอีก 2 คน นอกจากเรื่องความรักระหว่างคู่พระนางแล้ว ยังมีความรักของอีกหลาย ๆ คู่ทั้ง นงลักษณ์ (มรกต หทัยวสีวงศ์) น้องสาวของอานนท์กับตระกล เพื่อนของอานนท์ ที่รักและได้แต่งงานกัน อีกหนึ่งคู่คือคู่ของ สิรี พี่สาวของปริศนา ที่เคยผิดหวังจากความรักมาตั้งแต่ในเรื่องปริศนา และดำเนินเรื่องมาจนถึงเรื่องนี้ สิรีได้พบคนที่รักเธอจริง ๆ อย่าง โกศล (ธนศักดิ์ สำราญมน) ทั้งคู่จึงแต่งงานกัน ติดตามชม เรื่องราวความรักของอานนท์และ บทสรุปของคู่รักอีกหลายคู่จะเป็นอย่างไร ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครเจ้าสาวของอานนท์

ปริศนา (2558/2015) ปริศนา สุทธากุล (สุษมา กิติยากร ณ อยุธยา) เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนลูกสาว 4 คน ของ คุณนายสมร (อาภาศิริ นิติพน) และพระวิจิตร มนตรี ที่เธอได้ชื่อนี้เพราะปริศนาเกิดหลังจากบิดาเสียชีวิตไปได้ 6 เดือน ทำให้ญาติพี่น้องฝ่ายพ่อซึ่งรังเกียจความเป็นครูจน ๆ ของคุณนายสมรอยู่แล้ว สงสัยว่าปริศนาอาจจะเป็นลูกชู้ไม่ใช่ลูกพระวิจิตรกับคุณนายสมรอยู่แล้ว คุณนายสมรตกพุ่มม่าย ก็ต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงลูกทั้ง 4 คนคือ อุบล (ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา) สิรี (พิมลรัตน์ พิศลยบุตร (กบ) อนงค์ (ปจิตรา ภรณ์เจริญ (นุกนิก) และปริศนา โดยไม่มีญาติฝ่ายสามีมาใยดี จะมีก็แต่ วิรัช น้องชายของพระวิจิตรมนตรีที่ดีต่อพี่สะใภ้และหลาน ๆ มาโดยตลอด เมื่อวิรัชต้องย้ายไปรับราชการที่สหรัฐอเมริกา เขาจึงขอปริศนาหลานคนโปรดไปอุปการะด้วย ที่อเมริกา ปริศนาได้รับการศึกษาที่ดี ได้รับความรักความอบอุ่นจากวิรัชประหนึ่งลูกสาวแท้ ๆ ปริศนาเติบโตขึ้นเป็นสาวน้อยที่สดใส ร่าเริง มีความมั่นใจในตัวเองแบบเด็กฝรั่ง และมีความสามารถมากมาย ทั้งทางด้านดนตรี กีฬา และศิลปะ ปริศนากลับมากรุงเทพฯ อายุ 19 ปี ด้วยความสวยและความเก่ง ขณะเดียวกันชายหนุ่มที่ได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุด ท่านชายพจน์ปรีชา ราชนิกูล (ศรราม เทพพิทักษ์) หนุ่มหล่อเจ้าของวังศิลาขาวทายาทมรดกจำนวนมหาศาล ท่านชายมีขนิษฐาสุดสวาทเพียงคนเดียวคือท่านหญิงรัตนาวดี (ญีน่า ซาลาซ (จีน่า) แต่ก็ได้อุปการะลูกภรรยาน้อยของน้าชายอีก 2 คน คือ ประวิช (ติณห์ ศรีตรัย) และ วิมล (ณฐมณฑ์ งามกนก (เจน) ท่านชายให้ความไว้วางใจประวิชเหมือนน้องแท้ ๆ ส่วนวิมลก็สนิทสนมกับท่านหญิงรัตน์ ประวิช รู้จักกับอนงค์พี่สาวผู้สงบเสงี่ยมเรียบร้อยของปริศนาที่หัวหิน เขาสนใจในตัวอนงค์ตามประสาชายหนุ่ม แต่เมื่อประวิชได้พบกับปริศนาเขาก็หลงใหลในตัวเธอและเปลี่ยนใจมาชอบปริศนาแทนในขณะที่อนงค์หลงรักประวิชเข้าจริง ๆ ต่อมาปริศนาได้งานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสิขาลัย เป็นนักเรียนประจำแก่นแก้วและหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือท่านหญิงรัตน์ และ วิมลต่อมาประวิชได้ชวนปริศนาให้มาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในวังศิลาขาวมากขึ้น ทำให้ท่านชายได้ใกล้ชิดเห็นความฉลาดน่ารักของเธอและเกิดหลงรักปริศนาขึ้นทีละน้อยปริศนาก็รู้สึกประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของท่านชายจนกลายเป็นความรักเช่นกัน ประวิช หลงรักปริศนาจนถอนตัวไม่ขึ้นแต่ปริศนากลับเข้าใจว่าประวิชมาชอบอนงค์ เธอจึงให้ความสนิทสนมในฐานะเพื่อนและว่าพี่เขยมากกว่า ประวิชจึงได้ขอให้ท่านชายช่วยพูดแทน ท่านชายซึ่งรู้ตัวว่ารักปริศนาเข้าให้แล้วก็จำเป็นต้องตัดใจจากปริศนาเพราะเห็นแก่ประวิชและหันมาทำหน้าที่พ่อสื่อ ปริศนาปฏิเสธความรักฉันท์ชู้สาวของประวิช ภายหลังประวิชได้มาสารภาพรักกับปริศนาด้วยตัวเอง ทำให้เขารู้แน่ว่าปริศนาไม่ได้รักเขา ประวิชจึงหันกลับไปหาอนงค์ตามเดิมด้วยความรักที่มีเป็นทุนเดิมทำให้อนงค์ตอบรักประวิชด้วยความดีใจ ระหว่างนี้สิรี พี่สาวคนรองของปริศนาชอบพอกับคุณเสมอลูกชายคหบดีเพื่อนของท่านชาย แต่เมื่อคุณเสมอขอให้พ่อมาสู่ขอสิรีพ่อของเขากลับปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าสิรีจนไม่คู่ควร และได้หาผู้หญิงไว้ให้เขาแล้ว ผู้หญิงที่พ่อคุณเสมอหาไว้คือ รตี (ปกฉัตร เทียมชัย) แต่รตีปฏิเสธเพราะมีความหวังอยู่ที่ท่านชาย คุณเสมอจึงกลับไปหาสิรี แต่สิรีตัดใจแล้วและจะไม่ยอมรักใครอีก หลังจากห่างเหินกับทางวังศิลาขาว ปริศนามีเพื่อนบ้านใหม่ คือครอบครัวของ นงลักษณ์ เจ้าของร้านตัดเสื้อที่สิรีทำงานด้วยครอบครัวของนงลักษณ์ประกอบด้วยอานนท์ (โทนี่ รากแก่น) พี่ชายนักเรียนนอกสุดโก้ และนพ (ปิยะณัฐ แดงพูนผล (โด่ง) น้องชายผู้ใฝ่รู้ทะเยอทะยาน ทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีของปริศนา ปริศนากับอานนท์สนิท กันมากขึ้นในฐานะเพื่อนและคนที่เคยอยู่เมืองนอกเหมือนกัน จนทำให้ท่านชายเข้าใจผิด ฝ่ายรตีก็พยายามใกล้ชิดเพื่อเอาชนะใจท่านชายปริศนาเองรักท่านชายไม่น้อยไปกว่าที่ท่านรักเธอ แต่ด้วยความถือดีคิดว่าท่านชายมีเงินคอยแต่จะดูถูกผู้หญิงว่าวิ่งไล่จับท่าน ทำให้ปริศนาแข็งข้อกับท่านเสมอ จนสุดท้ายมีข่าวลือว่าปริศนากับอานนท์รักและจะแต่งงานกัน ท่านชายรู้ข่าวก็เสียใจหนีขึ้นไปเชียงใหม่ไปล่าสัตว์ที่เชียงราย วันหนึ่งปริศนาก็ได้รับข่าวร้ายว่าท่านชายป่วยเป็นไข้ป่าอาการปางตาย และกำลังถูกส่งกลับมากรุงเทพฯ ปริศนารู้สึกเสียใจและรู้ใจตัวเองว่าท่านชายมีความสำคัญกับเธอมากขนาดไหน ปริศนามาดูแลท่านชายที่วังศิลาขาว ในคืนที่ความเป็นความตายเท่ากัน ปริศนาสารภาพรักกับท่านชายว่าเธอรักท่านชายมากแค่ไหน ทั้งสองจึงเข้าใจกันในที่สุด อาการของท่านชายดีวันดีคืน เมื่อความรักของทั้งสองสุกงอมจึงมีการหมั้นกันอย่างเงียบ ๆ แต่แล้วเรื่องก็ เข้าถึงหูคุณหญิงราชวรรลภแม่ของรตีที่อยากได้ท่านชายมาเป็นเขย คุณหญิงเอาความไปบอกเสด็จอา ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของท่านชายให้คัดค้านและใส่ไฟว่าปริศนาเป็นไพร่ ไม่มีชาติตระกูล ทำตัวเหลวแหลก มีคู่รักมากมายเสด็จอาจึงเรียกท่านชาย เข้าไปพบและถามความในใจ เมื่อรู้ว่าท่านชายรักปริศนาอย่างแท้จริง เสด็จอาจึงขอดูตัวปริศนาในงานเลี้ยงที่วังศิลาขาว เมื่อได้พบกับปริศนาเสด็จอาก็โปรดปริศนาถึงกับประทานสร้อยเพชรของตระกูล ให้เธอ คุณหญิงราชวรรลภ เห็นท่าไม่ดีจึงแฉเรื่องที่ปริศนาเป็นลูกไม่มีพ่อ แต่เหตุการณ์กลับเปลี่ยนไปเมื่อคุณอาวิรัชของปริศนาซึ่งเพิ่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกาปรากฎตัวในงานพร้อมจดหมายรับรองฐานะของปริศนาที่พระวิจิตรมนตรีเขียนไว้ก่อนตายว่าปริศนาคือลูกของพระวิจิตร เมื่อปริศนาในตัวหญิงสาวถูกไขจนหมดข้อกังขา งานแต่งงานระหว่างนางสาวปริศนาและท่านชายพจน์ปรีชาก็เกิดขึ้น เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดราวเทพนิยาย ติดตามชม ละครปริศนา

แหวนทองเหลือง (2558/2015) กฤษฎา ดำรงค์พร กับญาติๆ เดินทางไปเที่ยวดอยติ โดยมีกำนันพ่อของ ดวงใจ คุ้มเกิด เป็นคนต้อนรับขับสู้ และแล้วความรักของกฤษฎากับดวงใจก็เกิดขึ้นที่ดอยติถึงขั้นได้เสียกัน โดยกฤษฎาสัญญาว่ จะไปขอดวงใจกับพ่อกำนัน แต่ว่าพอวันรุ่งขึ้นกฤษฎาก็ได้รับโทรเลขด่วนให้เดินทางกลับกรุงเทพฯ จึงไม่ได้พูดจากเรื่องแต่งงานกันกับพ่อกำนัน แต่กฤษฎาได้มอบล๊อตเก็ตต้นตระกูลให้ดวงใจไว้เป็นประกันความรัก ส่วนดวงใจนั้นก็มีเพียง แหวนทองเหลือง ไร้ราคามอบให้กฤษฎาสวมไว้ โดยกฤษฎาบอกว่า หากเห็นแหวนทองเหลืองที่นิ้ว ก็หมายว่าหัวใจเขามีดวงใจเพียงคน ต่อมาพ่อกำนันรู้เรื่องว่าดวงใจท้องกับกฤษฎาก็โกรธแต่ก็ไม่อาจจะไปสู้หน้าท่านเจ้าคุณ พ่อของกฤษฎาผู้มีพระคุณไม่จึงจับดวงใจขังไว้ในบ้านและจะให้แต่งงานกับผู้มีอันจะกินของหมู่บ้านแทน พอถึงวันแต่งงาน ดวงใจซึ่งถูกมัดล่ามโซ่ไว้ ก็เชือดส้นเท้าตัวเองรูดโซ่ออก กระโดดหน้าต่างหนีไปเพราะรักมั่นในกฤษฎาคนเดียวเท่านั้นระหว่างทางก็แลกชุดแต่งงานกับชุดของชาวบ้านที่กำลังท้องและเพราะไม่มีเงินติดตัวมาเลยก็เลยเดินทางตามทางรถไฟมุ่งหน้าจะไปหากฤษฎาคนรักที่กรุงเทพฯ ระหว่างเดินทางนั้น ดวงใจก็เป็นลมหมดสติ ก็มีนายแพทย์รถไฟเขต ที่นั่งรถโยกมาตรวจสุขภาพเจ้าพนักงานกรมรถไฟที่ชื่อ เมตตา มาพบเข้าและพาไปทำคลอด ออกลูกเป็นผู้หญิงและเมื่อรู้ว่า ดวงใจจะไปตามหากฤษฎาที่กรุงเทพฯ ก็เลยอาสาพาไปด้วย ดวงใจมาพักอาศัยกับนายแพทย์เมตตาซึ่งขณะนั้นกรุงเทพฯ ก็กำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี ดวงใจตามหากฤษฎานานถึง 3 ปี แต่ก็ไม่พบตัว กระทั่งทราบจากคนรับใช้เก่าแก่ว่า พอกฤษฎากลับมาถึงกรุงเทพฯ ท่านเจ้าคุณพ่อก็สิ้นใจและทิ้งหนี้สินไว้มากมายจนถึงขั้นฟ้องล้มละลาย ส่วนกฤษฎาก็หายสาบสูญไป ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน เมื่อดวงใจรู้ความจริง ก็เสียใจและกลับไปบอกนายแพทย์เมตตา นายแพทย์ซึ่งแอบรักแอบสงสารดวงใจอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยเอ่ยปาก ขอแต่งงานกับดวงใจเอง แต่ดวงใจก็ปฏิเสธเพราะรักยังมั่นในตัวกฤษฎาคนเดียวเช่นเดิมจึงพาลูกน้อยหลบหนีจากไปและไปเป็นขอทานหาเลี้ยงลูกน้อย กระทั่งแม่เล้ามาพบก็ชักชวนให้ไปเป็นหญิงโสเภณี แต่ดวงใจก็ไม่ยอม แม้เล้าจึงพวกมารุมข่มขืน ดวงใจเมื่อไม่อาจรักษาความบริสุทธิ์ไว้รอกฤษฎาคนเดียวได้ จึงจำยอมต้องเป็นหญิงโสเภณีโดยนำลูกสาวกลับไปฝากนายแพทย์เมตตาให้เลี้ยงดูแทน ต่อมาซ่องโสเภณีถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดตายหมด คงเหลือแต่ดวงใจจึงถูกนายทหารญี่ปุ่นนำไปเลี้ยงดูเป็นเมียเช่า แต่เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลง นายทหารญี่ปุ่นก็ต้องเดินทางกลับและเกิดเรืออับปาง ทำให้ดวงใจไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านจนต้องยกเฟอร์นิเจอร์ในบ้านใช้หนี้ทำให้ค้นพบว่าในห้องใต้ถุนมีทองคำจำนวนมากที่นายทหารญี่ปุ่นยักยอกเอาไว้ ดวงใจจึงกลายเป็นเศรษฐีนีใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น หทัยทิพย์ เกิดนพคุณ โดยได้อุปโลกน์หญิงรับใช้คือ เสาวรศ ที่กอดคอดูแลกันมาเป็นพี่สาวและเปิดบริษัทใหญ่โต ช่วงที่ดวงใจเป็นเศรษฐีนี้เอง สิ่งที่ดวงใจตามหามาตลอดชีวิตก็ปรากฏขึ้น ขณะที่เธอนั่งรถเก๋งคันโตมาทำงาน เผอิญรถไปเชี่ยวชนกับชายคนหนึ่งล้มลง เมื่อคนรถลงไปดู ชายคนนั้นก็รีบบอกว่าไม่เป็นอะไร แล้วจะหันไปขอโทษเจ้าของรถที่ตัวเองเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ ดวงใจถึงกับตะลึงเพราะชายคนคือ กฤษฎา คนที่เธอรักและตามหานั่นเอง เธออุทานเบาๆ คุณกฤษฎา สีหน้า แววตา ดูอิ่มเอิบเปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่อมองไปเห็นแหวนทองเหลืองของเธอยังคงสวมอยู่ที่นิ้วมือของกฤษฎา แต่กฤษฎานั่นเล่ากลับจดจำเธอไม่ได้เลย เธอไปถึงที่ทำงาน ก็รีบไปบอกเรื่องนี้ให้เสาวรศฟัง และจะหาทางมาพบกฤษฎาให้ได้เพื่อถามหาความจริง กฤษฎาถูกเชิญให้มาทำงานที่บริษัทของดวงใจ และเมื่อมีโอกาสอยู่ตามลำพัง ดวงใจก็พยายามเลียบเคียงถามถึงเรื่องคนรักของกฤษฎา กฤษฎาก็เล่าบอกแบบไม่ปิดบัง เขาบอกว่าความจริงว่า เขาเคยมีภรรยาแล้วชื่อ ดวงใจ เป็นสาวงามแห่งดอยติ รักเรากันมาก แต่ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็เพราะเขาไปเป็นเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่นแล้วถูกจับ กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงไปตามหาดวงใจที่ดอยติ ก็ทราบความจริงจากพ่อกำนันว่า ดวงใจตายแล้ว เขาก็เลยเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วมาถูกรถเชี่ยวชน

ผู้ชนะสิบทิศ (2556/2013) มหาราชพม่าพระองค์หนึ่งมีพื้นตระกูลกำเนิดสามัญชน "จะเด็ด" เป็นลูกพระนมหลวง จึงพลอยได้สมาคมกับพระราชวงศ์นับแต่ร่วมน้ำนมกับมังตราราชบุตร และตะละแม่จันทรา ต่อมาเป็นดั่งดวงใจ จะเด็ด ฉากของเรื่องมีสามเมืองใหญ่ที่เหตุการณ์เกี่ยวเนื่องกันด้วยการเมือง การรบ ความแค้น และความรัก คือตองอู เมืองพม่าอันมีจะเด็ดเป็นหนึ่งในตองอู กับเมืองแปร และเมืองหงสาวดี อันเป็นเมืองมอญ ตองอูนั้นสร้างด้วยสามเกลอร่วมใจกัน คือ มังสินธุ ขุนพลผู้ออกบวช ภายหลังเป็นมหาเถรกุโสดออาจารย์ของจะเด็ด, ทะกะยอดิน ขุนพลผู้พอใจเป็นขุนวัง และเมงกะยินโย ขุนพลผู้เป็นกษัตริย์เมืองตองอู มีพระราชธิดาเกิดแต่พระอัครมเหสีนามว่า ตะละแม่จันทรา มีพระราชโอรสเกิดด้วยพระมหาเทวีเป็นรัชทายาทนามว่า มังตรา ส่วนจะเด็ดเป็นลูกคนปาดตาลที่แม่ชื่อ นางเลาชี ซึ่งมหาเถรกุโสดอถวายคำแนะนำกษัตริย์ตองอู รับเป็นพระนมของมังตราและจันทรา ฝ่ายเมืองแปร หญิงผู้เป็นแสนรักของจะเด็ดอีกคนเกิดที่นี่ นามตะละแม่กุสุมา พระธิดาพระเจ้าเมืองแปรหรือพระเจ้านรบดี พระเจ้าแปรเป็นพระอนุชาของผู้ครองหงสาวดีคือพระยาราม มีราชบุตรชื่อสอพินยา ซึ่งมีบริวารนามว่าไขลู ตัวละครนี้ยาขอบรักที่สุด เพราะจะสร้างพระเอกอย่างจะเด็ดสร้างได้ไม่ยากนัก แต่จะสร้างคนชั่วช้าแบบไขลูสร้างได้ยากยิ่ง ตัวละครในผู้ชนะสิบทิศมีมากและกินเวลายาว กระนั้นการที่คนอ่านไม่เพียงตราตรึงบทของตัวละครเอก แต่ยังแผ่ใจจดจำตัวประกอบรองๆ ไม่สับสนหลงลืม เพราะผู้ประพันธ์กำหนดบทบาทและบุคลิกภาพของตัวละครชัดเจน เป็นกระพี้ที่สำคัญต่อการประสมประสานเป็นองค์เอกภาพเดียวกัน จะเด็ดเจ้าชู้และเป็นชายชาตรีลูกคนธรรมดา เกือบจะพิมพ์เดียวกับขุนแผน ขณะที่ขุนแผนใช้เวทมนตร์และวิ่งหาความรัก ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตรักโดยเฉพาะชีวิตครอบครัว ส่วนบทบาทของขุนแผนในทางสังคมก็เพียงขุนนางชาวบ้านผู้จงรักภักดี แต่จะเด็ดหนุ่มรูปงามคารมดี มิได้ใช้เวทมนตร์ใด หากกิริยาวาจานั้นกำใจทั้งสาวๆ ในตัวละครและทั้งคนอ่าน แม้ผู้หญิงตามปกติไม่เห็นใจชายเจ้าชู้ ทว่าจะเด็ดดูว่าเป็นข้อยกเว้น เพราะด้วยความเคลิ้มอยากเป็นตะละแม่สักนางหนึ่ง เมื่อจะเด็ดอ้อนรำพัน "ข้าพเจ้ารักจันทราด้วยใจภักดิ์ แต่รักกุสุมาด้วยใจปอง" ซึ่งหัวใจจะเด็ดยังกว้างเหมือนมหาสมุทรที่ไม่เลือกเรือสำหรับหญิงอื่นๆ อีกด้วย ในความเป็นสามัญชนของจะเด็ดยังแตกต่างจากขุนแผน ที่เป็นเพียงข้าผู้ภักดีในฐานะขุนนาง ทว่าจะเด็ดไม่เพียงเด็ดดอกฟ้าโดยเป็นสวามีพระพี่นางของมังตรา หลังสิ้นมังตรายังขึ้นเป็นกษัตริย์ของคนทั้งแผ่นดิน

กำลังแสดงผลลัพธ์ทั้งหมด 6 รายการ