แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 (2564/2021) เมื่อ เต๋ (บิวกิ้น) และ โอ้เอ๋ว (พีพี) สองเพื่อนสนิทที่เพิ่งเลื่อนสถานะขึ้นมาเป็นแฟน ต้องเดินทางจากบ้านเกิดที่จ.ภูเก็ต ขึ้นมาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพมหานคร เด็กต่างจังหวัดสองคนต้องเผชิญกับการปรับตัวเข้ากับความวุ่นวายของเมืองใหญ่ และโลกใบใหม่ ที่ทั้งคู่ไม่มีทางรู้ว่าจะมีอะไรรออยู่ข้างหน้า แม้ว่าจะเรียนคณะนิเทศศาสตร์เหมือนกัน แต่เพราะอยู่กันคนละมหาวิทยาลัย ทำให้ทั้งคู่ต่างก็ได้พบกับเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนกัน และสิ่งเหล่านี้เองที่ค่อย ๆ หล่อหลอม เต๋ และโอ้เอ๋ว ให้เติบโตขึ้นไปกันคนละทาง บนเส้นทางของการไล่ล่าตามความฝัน คำสัญญาว่าจะรักกันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง จะถูกรักษาไว้ได้จริงหรือไม่ ? ติดตามชมซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 (I Promised You the Moon)

Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ (2562/2019) เรื่องราวสุดเพี้ยนทั้งหมดนี้เริ่มต้นขึ้นจากความคลั่งไคล้ พี่เวียร์ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) ของ เลิฟ (ชัญญาภัค นุ่มประสพ) สาวน้อยที่คลั่งไคล้พี่เวียร์ชนิดที่ถ้าสิงได้ก็จะสิงแล้ว ได้ไปทำร้ายร่างกายเพื่อนที่โรงเรียนบาดเจ็บจนถูกสั่งพักการเรียน 3 เดือน เลิฟไม่รู้จะทำอะไรนอกจากกิน นอน และคลั่งไคล้พี่เวียร์ไปวัน ๆ เธอจึงได้ออกไปเดินเล่นที่ส่วนป่าแถวโรงเรียน Great Men Academy และพบกับม้าตัวหนึ่งที่กำลังบาดเจ็บ ด้วยจิตใจที่อ่อนโยนเธอจึงเข้าไปช่วยม้าจนหายจากอาการบาดเจ็บ ม้าตัวนั้นเผยร่างกายที่แท้จริงให้เห็นเป็น "ยูนิคอร์น" สัตว์ในตำนานอันเลื่องลือของโรงเรียน Great Men Academy ยูนิคอร์นตัวนั้นได้มอบพรวิเศษข้อหนึ่งเป็นของตอบแทนน้ำใจที่เลิฟเข้ามาช่วยไว้ เลิฟจึงขอให้ตนได้พบกับรักที่แท้จริงของตัวเอง ยูนิคอร์นจึงมอบพรวิเศษให้ดั่งปรารถนา แต่สิ่งทิ่มอบให้กลับเป็นความสามารถในการแปลงร่างเป็น "ผู้ชาย!" ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า "พร" หรือ "คำสาป" ดี เพราะว่า เลิฟ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ในตอนนี้เธอ.. เอ้ย เขา.. มีชนักติดหลังเข้าเสียแล้ว เลิฟสามารถเปลี่ยนร่างเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงได้ดั่งใจปรารถนา เพียงแค่ชุบตัวลงในทะเลสาบที่ยูนิคอร์นพัดเธอตกลงไปเท่านั้น แต่ว่า... เมื่อใดที่เลิฟอยู่ในร่างผู้ชาย เลิฟจะต้องกลับเป็นร่างผู้หญิงก่อนเวลาเที่ยงคืนทุกวัน มิเช่นนั้นเลิฟจะติดอยู่ในร่างผู้ชายไปตลอดกาล ทางเดียวที่จะแก้มนต์บ้า ๆ นี้ เลิฟจะต้องหารักแท้ให้เจอเพื่อลบปานแดงรูปยูนิคอร์นออก ด้วยเวลาที่ถูกพักการเรียน 3 เดือน เลิฟจึงตัดสินใจใช้ร่างผู้ชายปลอมตัวเข้าเรียนที่โรงเรียน Great Men Academy เพื่อหาโอกาสตีสนิทและเข้าใกล้พี่เวียร์ให้ได้มากที่สุด แต่ชีวิตที่โรงเรียน Great Men Academy ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เลิฟคิด เพราะนอกจาก นิวเคลียร์ (ลภัส งามเชวง) และ เม่น (จักริน กังวานเกียรติชัย) เพื่อนซี้สองคนที่เลิฟเจอตั้งแต่วันแรกแล้ว อุปสรรค์สำคัญที่เลิฟต้องเจอทุกวันและเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอดก็คือ กู๊ด (ศิวกร อดุลสุทธิกุล) พี่ชายแท้ ๆ ของเลิฟซึ่งบัดนี้เขาคือผู้คุมหอที่เลิฟ(ผู้ชาย)ต้องมาอาศัยอยู่ด้วย และไม่ใช่แค่นั้น หนทางที่เลิฟจะได้เข้าหาพี่เวียร์สุดที่รักก็ยากยิ่งกว่า เพราะมีตัวอุปสรรค์ที่จะเรียกว่าอะไรดี? น่ารำคาญ? หรือ บลา ๆๆ อย่าง แตงโม (กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) รุ่นพี่ปี 3 ที่ทั้งกวนตีนและขี้เล่น และ ฌอน (ชลธร คงยิ่งยง) รุ่นพี่ปี 2 ที่โคตรจะเจ้าระเบียบแถมยังตั้งใจเข้าหาเวียร์เพื่อให้เวียร์คืนดีกับ โรส (นรีกุล เกตุประภากร) ที่เป็นทั้งแฟนเก่าของเวียร์และพี่สาวของฌอนอีกต่างหาก ยิ่งเลิฟใช้เวลาในโรงเรียน Great Men Academy มากเท่าไหร่ ความลับของเธอก็ยิ่งเก็บไว้ยากขึ้นมากเท่านั้น โดยเฉพาะกับฌอนและกู๊ดที่จ้องจะจับผิดเลิฟอยู่ตลอด แถมนับวันเลิฟยิ่งเข้าหาพี่เวียร์จนพี่เวียร์ก็แอบหวั่น ๆ จนทำให้นิวเคลียร์และเม่นคิดไปไกลว่าเลิฟจะเป็นเกย์ไปอีก ในขณะเดียวกันความใกล้ชิดระหว่างแตงโมกับเลิฟก็ทำให้แตงโมก็แอบหวั่น ๆ กับเลิฟอยู่ไม่น้อย และปัญหาที่กวนใจเลิฟมากที่สุดคือไอ้เพื่อนสนิทอย่างเม่นกลับมาหลงรักเลิฟ(ตัวจริง)เสียนี่ แถมยังมาขอให้เลิฟ(ตัวปลอม)ช่วยจีบอีกต่างหาก สุดท้ายแล้วปัญหาสุดป่วนชวนบ้าของสาวน้อยคนนี้จะลงเอยอย่างไร เลิฟจะแก้ปัญหา(และพร.. เอ้ยคำสาป)นี้ได้หรือไม่ และรักแท้ของเลิฟกับพี่เวียร์จะเป็นจริงได้ไหม? โรงเรียน Great Men Academy แห่งนี้จะเปลี่ยนชีวิตเลิฟให้ปั่นป่วนชวนปวดหัวไปตลอดกาล

My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน (2562/2019) ทานตะวัน (ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์) เด็กสาวที่เกิดมาในครอบครัวที่เพรียบพร้อม ต้องเจอกับภาวะเศรษฐกิจจนครอบครัวล้มละลาย และพ่อแม่เลือกจบชีวิตลงเพื่อให้ทานตะวันและน้องชายยังอยู่รอดต่อไปได้ ท่ามกลางความสิ้นหวัง ทานตะวันตั้งใจจบชีวิตลงตามไปพร้อมกัน แต่โชคยังดีที่เธอตกมาลงบนกองฟางและบาดเจ็บหนัก เธอได้แต่ร้องเรียก เป้ง (วชิรวิชญ์ ชีวอารี) ให้เข้ามาช่วยเหลือ เฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นลม เธออ้อนวอนต่อดาวตกให้นำพาใครก็ได้มาช่วยเหลือเธอ และนั่นทำให้ทั้งคู่มีพลังวิเศษที่ทำให้เป้งทะลุไปหาทานตะวันได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คืนนั้นเป้งมาช่วยทานตะวันได้สำเร็จ และทั้งคู่ตกลงคบเป็นแฟนกันโดยเรียกพลังวิเศษนั้นว่า พลังแฟน 15 ปีต่อมา ทานตะวัน (ดาวิกา โฮร์เน่) ใช้ชีวิตทั้งชีวิตดูแล หมอเป้ง (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) แบบไม่ขาดสาย โดยมีพลังแฟนเป็นเครื่องช่วยเชื่อมหัวใจของทั้งคู่ แต่กลับกันหมอเป้งกลับใช้ชีวิตทั้งชีวิต อุทิศให้กับการเป็นแพทย์และการรักษาคนอย่างเต็มที่ จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มระหองระแหง และทานตะวันชักไม่แน่ใจแล้วว่าเป้งจะเอายังไงต่อกับชีวิต ในคืนวันเลี้ยงฉลองครบรอบ 15 ปี เป้งทะเลาะกับทานตะวันอย่างหนัก เพียงเพราะเธอใช้พลังไปขัดขวางการรักษาคนไข้ของเป้ง คืนนั้นเป้งตัดสินใจบอกเลิกทานตะวัน ทานตะวันเสียใจมากและเหม่อลอยไม่รู้สึกตัวใด ๆ จนเป้งต้องเรียกสติกลับมา และพบว่าทั้งคู่อยู่ที่ "โรงพยาบาล" ในสภาพที่ทั้งตัวเปื้อนไปด้วยเลือด เป้งจึงบอกความจริงไปว่า ระหว่างทางกลับ เขาขับรถชนจนทำให้มีคนตาย ทานตะวันทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นเธอกลับมีอาการเหม่อลอยเมื่อเห็นแสงไฟจากหน้ารถ และภาพที่เธอไม่เคยรู้เริ่มผุดขึ้นมาในหัว วินาทีนั้นเธอเผลอใช้พลังเรียกเป้งให้มาหา แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อคนที่หลุดมาพร้อมกันอีกคน คือ ฉลาม (วงศ์รวี นทีธร) นักศึกษาแพทย์รุ่นน้องของเป้ง วินาทีนั้นเป้งจึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลังแฟน และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แม้ภาพที่เป้งเห็น ฉลามคือไม้เบื่อไม้เมาของทานตะวัน และทุกครั้งที่เจอกันทั้งคู่ก็ตีกันอยู่ตลอด เป้งตัดสินใจให้ ทิวเขา (กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) พักการเรียนและกลับมาดูแลทานตะวัน ในขณะที่เขาก็พาทานตะวันไปพบจิตแพทย์จนทำให้รู้ว่าทานตะวันมีอาการ PTSD และจะมีอาการเหม่อทุกครั้งเมื่อเจอแสงไฟ แต่ทุกครั้งที่เธอเหม่อ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนวันฉลองครบรอบ ก็เริ่มออกมาทีละน้อย เธอจึงตัดสินใจหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นโดยใช้ความผิดปกติของเธอเป็นเครื่องมือ แต่ระหว่างที่เธอสืบหาความจริง ใจเธอกลับไปรู้สึกดีกับฉลามแบบไม่รู้ตัว และในที่สุดความรักของเธอต่อเป้งก็หมดลง เมื่อเธอเกิดอุบัติเหตุใหญ่และเป้งเลือกช่วยเหลือคนที่บาดเจ็บหนักตามจรรยาบรรณของแพทย์ก่อนตัวเธอ เป้งเองก็รู้ตัวดีว่าที่ผ่านมาเป้งไม่ได้ให้ความรักกับทานตะวันมากเท่าที่ควร หนำซ้ำ ยังเจอ บะหมี่ (กัญญาวีร์ สองเมือง) นักขับรถพยาบาลฝึกหัด ตามตื้อตามจีบไม่ห่าง เป้งจึงตัดสินใจขอทานตะวันแต่งงานเพื่อผูกมัดทานตะวันไว้กับเขาตลอดไป แต่ด้วยความรักที่หมดลง เป้งกลับไม่สามารถใช้พลังทะลุไปหาทานตะวันได้อีก เป้งจึงตัดสินใจบอกเลิกทานตะวันตรง ๆ และให้ทานตะวันไปใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป คืนนั้นทานตะวันเสียใจมากจนทำให้ฉลามกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ฉลามจึงใช้พลังนั่งคุยเป็นเพื่อนจนทำให้รู้ตัวว่าเขาเองก็มีใจให้ทานตะวันที่แก่กว่าเขามากเช่นกัน ทานตะวันใช้อาการผิดปกติสืบเรื่องราวจนรู้เรื่องว่า คืนนั้นรถที่ชนด้วยเป็นรถของ ไท (ธิติ มหาโยธารักษ์) และขิม (มาชิดา สุทธิกุลพานิช) ไทที่อาการหนักกว่าต้องขึ้นรถพยาบาลไปกับเป้ง ส่วนขิมที่อาการแย่น้อยกว่า เป้งเลือกให้ฉลามดูแลไปพร้อมกับทานตะวันที่บาดเจ็บ แต่เพราะการรักษาผิดขั้นตอนของฉลาม ทำให้ฉลามเผลอทำขิมเสียชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจ และเป้งต้องรับผิดชอบในฐานะคนดูแลนักศึกษาแพทย์ ทานตะวันจึงเริ่มสืบหาที่อยู่ของไทเพื่อไปขอโทษ จนได้รู้ว่าเป้งซ่อนตัวไทไว้กับแม่ที่เชียงใหม่ เธอจึงตามขึ้นไปโดยที่เผลอใช้พลังตลอดทาง ทำให้ ฉลาม และ เต่า (พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) เพื่อนสนิทของฉลามหลุดมาเชียงใหม่พร้อมกัน และเหตุการณ์นั้นก็ยังทำให้บะหมี่รู้ด้วยว่าทานตะวันกับเป้งมีพลังวิเศษที่สามารถทะลุไปหากันได้ ทานตะวันได้เจอกับไทตามที่ตั้งใจไว้ แต่เป้งกลับสั่งให้ไทปิดเรื่องไว้เป็นความลับ ไทจึงไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากทำตัวสนิทกับทานตะวันตามคำสั่งของเป้ง แต่ลึก ๆ เขาอยากแก้แค้นทานตะวันใจจะขาด ไทเริ่มเกมแก้แค้นด้วยการพาทานตะวันไปนอนแก้ผ้าบนดอย เพื่อให้ร่างกายเกิดภาวะช็อคจากอากาศที่หนาวจัด แต่โชคช่วยที่ทานตะวันยังมีสติและเรียกฉลามให้ไปช่วยได้ทัน คืนนั้นทานตะวันเลยได้รู้หัวใจตัวเองและตัดสินใจคบฉลามจริงจัง หลังเหตุการณ์ที่เชียงใหม่ เรื่องร้าย ๆ ก็เกิดขึ้นทีละน้อยกับทานตะวัน เป้ง ทิวเขา และเต่า จึงช่วยกันดูแลทานตะวันแบบไม่ให้ห่างสายตา จนทำให้เป้งรู้ตัวว่ายังรักทานตะวันอยู่ เขาจึงตัดสินใจขอโอกาสกลับมาคบกับทานตะวัน ในวันที่ฉลามก็ตั้งใจขอเป็นแฟนกับทานตะวันเช่นกัน และนั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์ของฉลามกับทานตะวันเริ่มแย่ลง และวันนั้นทานตะวันยังได้รู้ความจริงจากบะหมี่ด้วยว่าคนที่ขับรถชนจนมีคนตายคือตัวเธอเอง ไม่ใช่เป้งอย่างที่เธอรู้มา ทานตะวันเสียใจมากที่เป้งไม่เคยบอกอะไรกับเธอเลย เธอจึงตีตัวออกห่างจากเป้ง สุดท้ายเธอสับสนมากว่าแล้วตัวเธอรักใครกันแน่ แม้ทิวเขาจะคอยบอกให้ใช้ใจคิด แต่เพราะความรักก็ทำให้ทั้งฉลามและเป้งตัดสินใจกลับแข่งขันกันทำคะแนนเพื่อชิงทานตะวันมาเป็นของตัวเอง และแล้วทุกอย่างก็ถึงจุดสิ้นสุด ไทตั้งใจฆ่าทานตะวันและฉลามให้ตายไปพร้อมกัน เขาจึงวางระเบิดที่โรงพยาบาล และเอาระเบิดอีกลูกไปซ่อนไว้ในห้องฉุกเฉินจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่เป้งกลับรู้เรื่องทั้งหมดจากทานตะวันเพราะเธอใช้พลังเรียกฉลามให้ไปหา เป้งจึงวางแผนไปช่วยเหลือทั้งคู่ได้ทัน สุดท้าย เต่าเสียชีวิตจากแรงระเบิด และไทถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงและพยายามฆ่า เป้งและฉลามจึงใช้โอกาสสุดท้ายสารภาพรักกับทานตะวัน เธอจึงบอกไปว่าเธอไม่รู้ว่าใจเธอเลือกใคร และเธอยังสับสนมากตลอดเวลาที่ทั้งคู่แข่งกันทำคะแนน เธอจึงเลือกใช้พลังเพื่อให้คนใดคนหนึ่งทะลุมาหา และถ้าพลังกับใจตรงกัน คนที่ออกมา ก็คือคนที่เธอเลือก ในที่สุดพลังและใจก็เลือกให้ฉลามทะลุมาหา เธอจึงตัดสินใจคบฉลาม และเอาแหวนแต่งงานไปคืนเป้งและขอเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตามเดิม

เลือดข้นคนจาง 2561

เลือดข้นคนจาง (2561/2018) ตระกูลจิระอนันต์เป็นครอบครัวไทยเชื้อสายจีน เป็นเจ้าของกิจการโรงแรมจิรานันตา กรุงเทพฯ และพัทยา อากง สุกิจ (นพพล โกมารชุน) และอาม่า ปราณี (ภัทราวดี มีชูธน) เป็นผู้ก่อตั้งโรงแรม โดยปัจจุบันโรงแรมบริหารโดยลูกชายคนโต ประเสริฐ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) และลูกสาวคนที่สามคือ ภัสสร (คัทลียา แมคอินทอช) ส่วนลูกชายคนที่สองคือ เมธ (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว อยู่บ้าน รับ-ส่งลูกหลาน และลูกชายคนสุดท้องคือ กรกันต์ (สุพจน์ จันทร์เจริญ) แต่งงานกับอดีตดาราหนัง น้ำผึ้ง (เก็จมณี พิชัยรณรงค์สงคราม) และใช้ชีวิตแบบเสเพลไปวัน ๆ โดยไม่ทำการทำงานใด ๆ สมาชิกในครอบครัวของตระกูลได้รวมตัวกันในวาระสำคัญ เช่นงานวันเกิดอากง อาม่า เทศกาลต่าง ๆ จนเมื่ออากงเสียชีวิต ได้ทำพินัยกรรมไว้ โดยแบ่งมรดกกิจการโรงแรมเป็น 4 ส่วน ให้ลูกชายทั้ง 3 คน และหลานชายผู้ซึ่งมีฐานะเป็น "ตั่วซุง" พีท (กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) ซึ่งเป็นลูกของประเสริฐซึ่งเป็นลูกชายคนโต ส่วนภัสสรได้เงินก้อนจำนวนหนึ่ง เธอไม่พอใจมากกับการแบ่งพินัยกรรมแบบนี้ เธอจึงเริ่มมีปากเสียงกับประเสริฐ แต่แล้วไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์นั้นประเสริฐถูกยิงเสียชีวิต โดยที่ตำรวจไม่สามารถหาหลักฐานอะไรได้จากสถานที่เกิดเหตุ นั่นจึงทำให้ภัสสรต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยลำดับแรกเนื่องจากเป็นผู้พบศพของประเสริฐคนแรกและมีแรงจูงใจที่จะฆ่าอยู่แล้ว นั่นจึงทำให้ อี้ (ธนภพ ลีรัตนขจร) ลูกชายคนโตของภัสสรต้องออกตามสืบหาแรงจูงใจและฆาตกรตัวจริงเพิ่มเติม เพื่อให้ภัสสรพ้นผิดจากข้อกล่าวหา แต่ต่อมาอี้ได้พบหลักฐานว่า คริส เฉิน (โสภิตนภา ชุ่มภาณี) อดีตภรรยาของประเสริฐได้ว่าจ้างให้ สมพงษ์ (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์) ออกตามสืบ ประเสริฐและ นิภา (อาภาศิริ นิติพน) ผู้ซึ่งเป็นคนรักเก่าของประเสริฐแบบทุกฝีก้าว จนประเสริฐตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกับนิภา คริสไม่พอใจมากจึงตามมาขู่ฆ่าและยกลำกล้องขึ้นขู่ต่อหน้าประเสริฐและนิภา นั่นจึงทำให้คริสตกเป็นผู้ต้องสงสัยรายถัดไป พีท ลูกของคริสกับประเสริฐ จึงต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้แม่ไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและโยนความผิดทั้งหมดกลับไปที่บ้านภัสสร วันหนึ่งเต้ย (จักริน กังวานเกียรติชัย) แอบเข้าไปในบ้านของเมธเพื่อจะเปลี่ยนถ่านในตุ๊กตาของ เหม่เหม (ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์) ที่เขาใส่กล้องกระดุมสำหรับแอบถ่ายไว้ แต่พบว่าเหม่เหมถือปืนที่สังหารประเสริฐอยู่ เหม่เหมบอกไปว่าเธอเป็นผู้ฆ่าประเสริฐเพราะประเสริฐข่มขืนเธอ เต้ยอาสาเอาปืนไปทิ้งแต่เหม่เหมกลับหักหลังและแจ้งตำรวจไปจับเต้ย ทำให้เต้ยเป็นผู้ต้องหาเนื่องจากมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง เต้ยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยบอกว่าตนถูกเหม่เหมวานให้เอาปืนไปโยนทิ้งให้ แต่ในการให้ปากคำเหม่เหมกลับบอกเจ้าหน้าที่สืบสวนว่าเธอไม่ได้ถูกประเสริฐข่มขืนแต่อย่างใด และเธอไม่รู้เรื่องปืนอะไรทั้งสิ้น การให้ปากคำของเหม่เหมทำให้เต้ยกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีในที่สุด และถูกส่งฝากขังทันที อี้ทนไม่ได้ที่เห็นน้องตัวเองต้องรับกรรมแทนคนผิด จึงออกหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านของเมธ ซึ่งในเวลาเดียวกัน เวกัส (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ลูกชายคนโตของกรกันต์กับน้ำผึ้งและเป็นลูกบุญธรรมของเมธ ได้ออกตามเหม่เหมไปในคืนวันที่เต้ยถูกจับ และพบว่าเหม่เหมเอาฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในอุปกรณ์บันทึกภาพของกล้องวงจรปิดภายในบ้านประเสริฐมาทิ้ง เวกัสจึงหยิบฮาร์ดดิสก์กลับมาแล้วเอาไปกู้ข้อมูลที่ศูนย์รับกู้ข้อมูลจนในที่สุดเวกัสก็ได้เห็นหน้าฆาตกรที่ฆ่าประเสริฐตัวจริงเป็นคนแรกนั่นก็คือ "เมธ" เวกัสเอาเรื่องที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดมาบอกให้อี้รู้ อี้จึงบอกว่าฆาตกรคงจะเป็นเมธแน่นอนแล้ว แต่ตนต้องหาหลักฐานและแรงจูงใจเพิ่มเติมให้ชัดเจนกว่านี้ ก๋วยเตี๋ยว (ศิวกร อดุลสุทธิกุล) ลูกชายของมนฤดี ลูกสาวคนที่สี่ของอากงและอาม่า จึงบอกว่าอากงชอบสเก็ตภาพของทุกคนเอาไว้ในสมุดภาพ แต่สมุดภาพที่ควรจะมีสามเล่มกลับหายไปหนึ่งเล่ม ซึ่งเล่มที่หายไปน่าจะมีหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะชี้ไปยังฆาตกรตัวจริงได้ อี้จึงตัดสินใจไปถามเต้ยว่าบุกเข้าบ้านเมธไปได้อย่างไร และทำตามที่เต้ยบอกทุกอย่างจนไปพบกับสมุดวาดภาพของอากงเล่มที่หายไป อี้ลองเปิดดูเหตุการณ์ในเล่มดังกล่าวและได้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งผูกคอตายเสียชีวิตและมีเลือดไหลคล้ายกับคนที่มีอาการตกเลือด เขาจึงนำสมุดที่เจอไปให้ก๋วยเตี๋ยวตีความร่วมกัน ก๋วยเตี๋ยวเปิดกลับไปเห็นภาพที่มีผู้หญิงใส่ชุดลายดอกคนหนึ่งกำลังยื่นถ้วยยาที่มีลายแบบเดียวกันให้ผู้หญิงคนนั้นดื่ม เขาจึงได้สาเหตุคร่าว ๆ แล้วว่าเมธน่าจะรู้เรื่องที่ภรรยาถูกวางยาขับเลือด และผู้หญิงใส่ชุดลายดอกน่าจะเป็นคริส เมธจึงตามไปเอาเรื่องคริสที่บ้าน แต่คริสไม่อยู่ประเสริฐจึงรับเคราะห์แทน ประกอบกับเวกัสเอาเรื่องของ พิม (พิมรา เจริญภักดี) ที่รู้มาจากกรกันต์มาเล่าให้ฟัง เขาจึงต่อเรื่องติดทันที วินาทีนั้นเวกัสจึงวิ่งกลับไปบอกให้เหม่เหมรู้ตัวและให้รีบหนีไปฮ่องกงทันที อี้รู้ตัวทีหลังว่าโดนเวกัสหักหลังและทำให้เมธหนีไปได้ อี้จึงตัดสินใจสืบหาว่าเมธกับคริสไปไหน จนรู้ชัดเจนว่าทั้งสามคนอยู่ที่ฮ่องกง เขาจึงตัดสินใจวางแผนจัดฉากให้เมธและคริสมาพบกันอีกครั้งให้ได้ เขาเริ่มออกตามหาเมธกับเหม่เหมเป็นลำดับแรก และปลอมตัวเป็นพีทไปหลอกคริสให้ออกมาพบกัน วินาทีที่ทั้งคู่เจอกันอี้จึงเอาปืนที่ตนซื้อมาให้เมธไปคุยกับคริสและบันทึกภาพไว้ จนคริสและเมธเริ่มสารภาพ จึงทำให้รู้ความจริงทั้งหมด ในวันที่เมธไปช่วยก๋วยเตี๋ยวเก็บของที่ห้องทำงานของอากง เขาได้เห็นสมุดภาพวาดของอากงที่คอยวาดเหตุการณ์ทุกอย่างไว้จึงได้รู้ว่าคริสเป็นต้นเหตุที่พิมแท้งและฆ่าตัวตาย เขาจึงเดินมาในบ้านประเสริฐเพื่อถามว่าคริสทำแบบนี้ทำไม แต่กลับมาเจอประเสริฐที่ยืนอยู่ในห้อง ประเสริฐพยายามเกลี้ยกล่อมให้เมธใจเย็นลงและปล่อยวางเรื่องของพิมไว้ข้างหลัง เมธเสียใจมากที่ทุกคนรู้เรื่องนี้ทั้งหมดยกเว้นตนด้วยความบันดาลโทสะเมธจึงหยิบปืนและยิงประเสริฐจนล้มลง เมธช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าจึงรีบเดินกลับบ้าน เหม่เหมเห็นท่าทีของเมธที่กลับมาบ้านจึงรีบพาไปอาบน้ำเพื่อทำลายคราบเขม่าปืนที่ติดอยู่ พร้อมให้เมธกินยานอนหลับเพื่อให้หลับข้ามเหตุการณ์ที่ตำรวจมาที่บ้านไป ส่วนตนก็เอาปืนมาเช็ดลายนิ้วมือออกแล้วซ่อนเอาไว้ในถังข้าวสาร ก่อนวิ่งกลับไปที่บ้านประเสริฐเพื่อไปทำลายลายนิ้วมือของเมธที่ติดอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อเข้าไปเหม่เหมได้เห็นว่าในบ้านมีกล้องวงจรปิด เธอจึงรีบขึ้นไปห้องของประเสริฐและได้เห็นอุปกรณ์บันทึกภาพ เธอจึงถอดสายและหยิบอุปกรณ์ดังกล่าวออกจากบ้าน แต่ขณะที่กำลังจะออกจากบ้าน ภัสสรรีบวิ่งเข้ามาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เหม่เหมได้โอกาสจึงปล่อยให้ภัสสรไปเจอประเสริฐที่ถูกยิงเพื่อโยนความผิดให้ภัสสรส่วนเธอก็วิ่งหนีออกจากบ้านไป ภัสสรตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพยายามเรียกแม่บ้านและโทรตามรถพยาบาลโดยเร็ว แต่ด้วยความโกรธและความเสียใจที่ถูกประเสริฐไล่ออกจากงาน เธอจึงปล่อยให้ประเสริฐเสียชีวิตลง และเริ่มสร้างเหตุการณ์อันซับซ้อนทั้งหมดขึ้น ท้ายสุดเมธและอี้ถูกสถานกงศุลไทย ณ ประเทศฮ่องกง ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย เมธถูกนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาในชั้นศาล ศาลจึงตัดสินจำคุกเมธตลอดชีวิตในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา พร้อมพ่วงด้วยคดีใช้ปืนที่จดทะเบียนโดยผู้อื่นอีกสองปี แต่เพราะเมธรับสารภาพทำให้เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงตัดสินลดโทษกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 25 ปีในฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ 8 เดือนในฐานใช้อาวุธปืนที่จดทะเบียนโดยผู้อื่น แต่เนื่องจากศาลได้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตกับเมธไปแล้ว จึงให้คงเพียงจำคุก 25 ปีเพียงสถานเดียว เหม่เหมถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และข้อหาพยายามทำลายหลักฐานเพื่อช่วยให้ผู้อื่นมิต้องรับโทษ ศาลตัดสินให้จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาทในฐานแจ้งความเท็จ และจำคุก 2 ปี ปรับ 100,000 บาทฐานพยายามทำลายหลักฐานเพื่อช่วยให้ผู้อื่นพ้นผิด แต่เหม่เหมให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเป็นคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 60,000 บาท แต่เพราะเหม่เหมไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ศาลจึงตัดสินให้โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี ส่วนเต้ยถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกเคหะสถานของบุคคลอื่น ข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลผู้ซึ่งมีอายุกว่า 15 ปี ในขณะที่บุคคลนั้นมิสามารถขัดขืนได้ และข้อหาพยายามทำลายหลักฐานเพื่อช่วยให้ผู้อื่นมิต้องรับโทษ ศาลตัดสินให้ความผิดของเต้ยต้องรับโทษเป็นกระทงไป แต่เนื่องจากเต้ยเพิ่งมีอายุได้สิบแปดปีเศษ ศาลจึงพิจารณาให้ลดความผิดส่วนหนึ่ง กล่าวคือศาลตัดสินให้เต้ยจำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาทฐานพยายามทำลายหลักฐานเพื่อช่วยให้ผู้อื่นพ้นผิด ประกอบกับเมธและเหม่เหมยอมความในคดีบุกรุกเคหะสถานและคดีอนาจารศาลจึงไม่ตัดสินโทษในคดีนี้ จึงคงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพจึงพิจารณาให้ลดโทษกึ่งหนึ่งเป็นคงจำคุก 6 เดือน ปรับ 25,000 บาท และจำเลยยังไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ศาลจึงตัดสินให้โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี หลังจากเมธถูกตัดสินคดี ภัสสรได้บอกความจริงอีกส่วนหนึ่งที่ทุกคนยังไม่ได้บอก นั่นคือภัสสรเป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กล่าวคืออาม่าใช้ให้คริสไปซื้อยาบำรุงมาให้พิมดื่ม แต่เพราะคริสอิจฉาที่ทุกคนท้องและกลัวว่าลูกของเมธจะได้รับความดีความชอบมากกว่า เธอจึงใส่ยาขับเลือดให้พิมกินทีละน้อยจนยาค่อยๆ เริ่มออกฤทธิ์ พิมเสียใจมากที่ถูกทั้งบ้านหักหลังเธอจึงผูกคอฆ่าตัวตาย ส่วนคริส เพราะภัสสรเอาเรื่องที่เธอทำมาบอกอากง อากงจึงขับไล่คริสออกจากบ้านและให้หย่าขาดกับประเสริฐ แต่เพราะคริสท้อง เธอจึงได้อยู่ที่บ้านต่อในฐานะแม่ของพีทผู้ซึ่งเป็นตั่วซุงเท่านั้น เมธขอให้ภัสสรปล่อยวางและเดินหน้าต่อเพราะเขาเองก็ทำใจและปล่อยวางเรื่องทั้งหมดแล้ว ภัสสรจึงตัดสินใจเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของโรงแรม และซื้อหุ้นของโรงแรมจำนวนหนึ่งที่พีทเสนอขาย ทุกคนเริ่มปรับความเข้าใจกันใหม่อีกครั้งเว้นแต่เต้ยกับเหม่เหมที่มองหน้าไม่ติดอีกต่อไป ส่วนอี้ถูกสังคมประนามฐานทำเกินกว่าเหตุ ลูกค้าทุกคนแบนกิจการร้านตัดผมที่เขาสร้างขึ้น เขาจึงหนีไปใช้ชีวิตตามลำพัง ก่อนกลับมาบริหารโรงแรมร่วมกับแม่แทน อาม่าขอโทษภัสสรที่ทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างเลวร้ายกว่าที่คิดและไม่เคยเข้าใจอะไรภัสสรเลย ภัสสรจึงปล่อยวางและใช้ชีวิตร่วมกับคนที่เหลือในบ้านอย่างมีความสุขปนความจางต่อไป

กำลังแสดงผลลัพธ์ทั้งหมด 4 รายการ