เด็กเสเพล 2563

เรื่องย่อ : เด็กเสเพล (2563/2020) เส้นทางชีวิตของพวกเขาต้องมาบรรจบกัน เพราะเหตุบังเอิญ แต่พรหมลิขิตทำให้พวกเขาต้องเผชิญปัญหาและเดินทางแก้ไขไปด้วยกัน จนความผูกพันและมิตรภาพเริ่มก่อตัว จาก...เด็กเสเพลจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเยาวชนที่ดีของสังคมตลอดไป การเจอกันครั้งแรกของ กอบกุล และ ทิน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่น่าประทับใจนัก เพื่อน ๆ ของกอบกุล ทั้ง บิว เมฆ และเปรี้ยว มองทินเป็นพวกเด็กเกเร แต่สำหรับกอบกุลกลับคิดต่างจากเพื่อนของเธอ เธอมองเห็นสิ่งที่ลึกลงไปว่าภายใต้ท่าทางเย็นชานั้นกลับแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด เช่นเดียวกับ ศักดิ์ เจ้าของมูลนิธิโรงเรียนข้างถนน ที่เพียงแค่เห็นทินครั้งแรกเขาก็รู้สึกถูกชะตาและสนใจมากเป็นพิเศษ แม้ว่า เทิ้มจะบอกว่า เด็กพวกนี้เป็นพวกเด็กเสเพล!! ก็ตาม พวกเด็กเสเพล ที่เทิ้มพูดถึง ไม่ใช่มีแค่ทิน แต่ยังมีบอล และ แมน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่รักกันมากถึงขนาดยอมตายแทนกันได้ ทั้งทินและเพื่อน ๆ ต้องทำงานให้กับ ชด โดยมี แก้ว มือขวาของชดเป็นคนคุม และมีไอ้ม้วน คนสนิทของแก้ว ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาของทินและเพื่อน คอยจับผิดและหาเรื่องทินและเพื่อน ๆ มาโดยตลอด ตั้งแต่ทินมาอยู่กับชดใหม่ ๆ ย้อนกลับไปเมื่อทินยังเป็นเด็ก ทินจำได้ว่า ผิว ผู้แม่ป่วยหนัก คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วย ก็คือ ชด นักธุรกิจผู้ใจบุญ ที่ยื่นข้อ เสนอว่าจะเอาทินไปเลี้ยงดู และให้การศึกษาอย่างดี แต่นั่นกลายเป็นหนทางที่ทำให้ทินเดินเข้าสู่วงการนักเลง และเป็นเด็กเสเพล เพราะเบื้องหลังของชด คือ การค้ายา และ ค้ามนุษย์ รวมทั้งธุรกิจสีดำทุกรูปแบบ ชดมอบหมายให้แก้วคอยสอนทินให้เป็นโจร แก้วให้ทินทดลองทำงานมิจฉาชีพครั้งแรกด้วยการปล้นร้านทอง ความว่องไวปราดเปรียวและเฉลียวฉลาดของทิน ทำให้ทินหนีรอดจากตำรวจไปได้ง่าย ๆ เรื่องนี้เองที่ทำให้ชดรักและชื่นชมทินมาก และดูเหมือนว่าความรักที่ชดมีให้ทินจะมากเกินกว่าที่ชดให้กับเด็กเสเพลคนอื่น ทำให้แก้วและม้วนยิ่งเกลียดชังทินเพิ่มเป็นทวีคูณ เมื่อผิวรู้ว่าทินต้องกลายเป็นเด็กเสเพล ก็เศร้าเสียใจเฝ้าแต่โทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้ทินตกนรกทั้งเป็น แม้ว่าผิวและทินอยากจะหนีจากชดแค่ไหน ก็ทำไม่ได้ เพราะชดขู่ว่าจะฆ่าผิวได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าผิวจะย้ายไปทำงานที่ไหน ชดก็ตามเจอ เมื่อมีชีวิตของผิวเป็นตัวประกัน ทินก็จำต้องยอมทำตามคำสั่งของชดทุกเรื่อง แม้ว่าใจของเขาจะไม่ยินยอมก็ตาม ทำให้ทุกครั้งที่ทินลงมือทำงานก็จะใช้ความฉลาดของตัวเอง หลบเลี่ยงและยั้งมือให้กับคนบริสุทธิ์เสมอ เรื่องเหลือเชื่อกว่านั้น คือ แม้ว่าทินจะต้องทำงานสกปรกให้กับชด แต่เขาก็ไม่เคยลงมือฆ่าใครเลยซักครั้งเดียว ความจริงวันที่ทินได้พบกับกอบกุลและศักดิ์ครั้งแรกนั้น เป็นเพราะ ชดสั่งให้ทินวางแผนเข้าไปขโมยของสำคัญในตู้เซฟของแก๊งต้าหลง เพราะต้าหลงแอบเก็บข้อมูลทุจริตของชดเอาไว้ ชดไม่ได้บอกความจริงของเรื่องนี้ให้พวกทินรู้ ในขณะที่ทินหลบ หนี ทินโยนถุงผ้าที่ใส่ของในตู้เซฟให้กับแมน ทำให้แมนเห็นพวงกุญแจปริศนาและเก็บมันเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าข้างในมันมีชิปใส่ข้อมูลของชด ทำให้ชดโมโหมากที่ไม่ได้ของที่ต้องการ แต่กลับคิดไปว่า ต้าหลงอาจเปลี่ยนที่ซ่อนของสำคัญก็เป็นได้ โชคชะตาของทินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อได้เจอกับกอบกุล ซึ่งมารู้ภายหลังว่า เธอเป็นลูกสาวของเจ้านายคนใหม่ ที่ผิวไปทำงานให้ ทำให้ทินได้มีโอกาสเจอกับกอบกุลหลายครั้ง เขามองกอบกุล หญิงสาวที่มีชีวิตแตกต่างกับเขาราวหน้ามือกับหลังมือด้วยความชื่นชม ไม่น่าเชื่อที่ ลูกสาวคนรวยอย่างนั้น จะเลือกลงพื้นที่ทำงานเป็นครูอาสา และช่วยงานที่มูลนิธิของครูศักดิ์ ซึ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตของทินอย่างน่ามหัศจรรย์ เปรี้ยว เป็นเพื่อนในกลุ่มของกอบกุล ที่มีปัญหามากที่สุด การเที่ยวกลางคืนของเปรี้ยวทำให้กอบกุลเป็นห่วง ต้องตามมาดูแล ทำให้กอบกุลได้เจอกับม้วน ผู้อ้างตัวเป็นเจ้าของผับ เปรี้ยวหลงม้วนทันทีที่เห็น ในขณะที่ม้วนให้ความสนใจไปที่กอบกุล เปรี้ยวโดนม้วนหว่านเสน่ห์ ทำให้โดดเรียนเป็นประจำ จนเพื่อน ๆ ระอาใจ เปรี้ยวโดนม้วนหลอกเข้าม่านรูด ทินกับกอบกุลไปช่วยเปรี้ยวเอาไว้ได้ทัน เพื่อน ๆ เห็นว่าเปรี้ยวน่าจะเลิกกับม้วนแน่นอน แต่ว่าผิดคาด เพราะเปรี้ยวดันเชื่อความกะล่อนของม้วน จึงกลับไปคืนดีกันอีกครั้ง เมื่อเกิดการถล่มแก๊งเสือขาวและต้าหลง แก้วกับม้วนที่ต้องการฆ่าทิน วางแผนทำร้ายพวกทิน จนทำให้แมน เพื่อนรักของทิน ต้องมาตาย ในขณะที่ชดแสดงความอำมหิต ไม่สนใจชีวิตของแมนแม้แต่น้อย ทินไปล้างแค้นม้วน แต่โดนม้วนยกพวกมากกว่าทำร้าย เปรี้ยวที่มาเที่ยวผับของม้วนเห็นเหตุการณ์รีบโทรแจ้งตำรวจ เพราะเห็นว่าทินเป็นคนดี และเคยช่วยเหลือตนเองมาก่อน แล้วโทรบอกกอบกุลให้รู้เรื่อง กอบกุลรีบพาครูศักดิ์ไปช่วยประกันตัวทิน ทำให้ทินได้มาอยู่ที่มูลนิธิของครูศักดิ์ นับแต่นั้น ครูศักดิ์ให้ความเมตตากับทินมาก ม้วนที่มีอดีตเป็นเด็กเสเพล มองทินไม่ไว้ใจ กลัวว่าจะมาทำให้ครูศักดิ์ ผู้มีพระคุณของตนเดือดร้อน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า แท้ที่จริงแล้ว ทิน คือ สันต์ ลูกชายของครูศักดิ์ ที่พลัดพรากจากกัน เมื่อครั้งอดีตที่ผู้มีอิทธิพลสั่งคนมาเผาบ้านครูศักดิ์ ทำให้ผิวที่ทำงานเป็นแม่บ้านในตอนนั้น อุ้มสันต์หนีไป โดยที่ทั้งผิวและครูศักดิ์ต่างก็คิดว่าอีกฝ่ายตายในกองเพลิง ต๋อย น้องชายของกอบกุล ที่กลายเป็นเพื่อนรักกับ จ้อย เด็กวัดที่ทินให้ความช่วยเหลือ เกิดหนีออกจากบ้านเพราะน้อยใจแม่ ทินช่วยกอบกุลตามหา และได้สอนให้ต๋อยเข้าใจความรักความเป็นห่วงของพ่อแม่ ที่ทินเองก็โหยหา นอกจากนี้ทินยังชี้ให้เห็นความลำบากรวมทั้งอันตรายนานาชนิดเมื่อต้องกลายเป็นเด็กเร่ร่อน ทำให้ต๋อยยอมกลับบ้าน และรักทินมากขึ้น จนกลายเป็นกาวใจเชื่อมสัมพันธ์ให้ทินกับกอบกุลได้สนิทกัน ทำให้เมฆ เพื่อนชายที่แอบหลงรักกอบกุลไม่พอใจ และเอาเรื่องความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ รวมทั้งเรื่องที่ทินเป็นเด็กเสเพลไปฟ้องบุญเกื้อและวนิดา ทำให้พ่อแม่ของกอบกุลรังเกียจและมองทินไม่คู่ควรกับลูกสาวของพวกเขา เปรี้ยวที่น่าสงสารโดนม้วนลงโทษเรื่องที่โทรแจ้งตำรวจ จนเปรี้ยวติดยาเสพติด ต้องยอมทำทุกอย่างตามที่ม้วนสั่ง นั่นคือ หลอกกอบกุลมาให้ม้วน โชคดีที่ ทิน เข้ามาช่วยกอบกุล และ เปรี้ยวได้ทันเวลา เปรี้ยวโดนส่งไปรักษาอาการติดยา เรื่องนี้ทำให้เมฆ ยอมรับทิน และไปบอกบุญเกื้อและวนิดาว่าทินแท้ที่จริงเป็นคนดี พอชด แก้ว และม้วน รู้ว่าทินอยู่ที่มูลนิธิครูศักดิ์ ก็ยกคนมาป่วนมูลนิธิ ทำให้เด็กโข่งในมูลนิธิไม่พอใจที่ทินเอาความเดือดร้อนมาให้ครูศักดิ์ ทินจึงหนีออกจากมูลนิธิ ยอมกลับไปหาชด ชดที่โดนตำรวจปิดผับ เพราะเรื่องเปรี้ยวแดงขึ้นมา ทำให้ขายยาเสพติดไม่ได้จนสูญเสียรายได้มหาศาล ให้ทินและบอล ใช้ความสามารถทางเทคโนโลยี แฮกเส้นทางหลบหนีตำรวจ ทินแอบส่งข่าวให้ตำรวจทำให้สินค้าของชด โดนตำรวจยึดไปจนหมด ชดโมโหมาก และเริ่มไม่ไว้ใจทินกับบอล สั่งจับขังแยก และลงโทษทินจนบาดเจ็บสาหัส และสั่งให้บอลพิสูจน์ตัวเองด้วยการแฮกเข้าธนาคารแล้วโอนเงินของพ่อบอล ที่เป็นนักธุรกิจเข้าบัญชีเงินของชด ทินแม้จะโดนขังแต่ก็แอบสื่อสารกับบอลตลอด และแนะให้บอลทำตามชดสั่งเพื่อให้ชดกลับมาไว้ใจอีกครั้ง และซื้อเวลาระหว่างที่บอลพยายามเจาะเข้ารหัสของชิปข้อมูลที่ได้มาจากกุญแจปริศนา ที่ทินและบอลเจอโดยบังเอิญเมื่อตอนที่พายายของแมนย้ายไปอยู่กับมูลนิธิครูศักดิ์ ชดที่จนตรอก หลังจากผิดหวังจากงานประมูลโครงการท่าเรือ ที่บุญเกื้อ พ่อของกอบกุลเป็นคนดูแล ต้องการล้างแค้นบุญเกื้อ จึงสั่งให้ม้วนไปลักพาตัวลูกของบุญเกื้อมา ม้วนจับต๋อยมาได้ ชดให้ขังรวมกับทิน แล้วเรียกค่าไถ่จำนวนมหาศาล ในขณะที่ครูศักดิ์อาสามาช่วย แต่วนิดากลับดูถูก และคิดว่าวิธีของตนจะปลอดภัยกว่า แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้คนร้ายไหวตัวทัน ชดสั่งตัดหูต๋อย เพื่อส่งกลับไปให้วนิดากับบุญเกื้อ แต่ทินออกรับแทนต๋อย ทำให้ชดตัดหูของทินส่งไปแทน วนิดาที่คิดว่าต๋อยโดนตัดหูถึงกับเป็นลม ฝั่งทินกับบอลวางแผนช่วยต๋อย บอลส่งข่าวให้ทางตำรวจบุกเข้ามาช่วยทินกับต๋อย ในขณะที่ตัวเองซึ่งเก่งทางเทคโนโลยี จัดการไลฟ์สด แฉเรื่องราวของชด พร้อมเอาหลักฐานที่ตัวเองแฮกเข้าชิปสำเร็จเผยแพร่ ชด แก้ว และ ม้วนโมโหมาก รีบกลับเข้ามาจัดการกับทินและบอล การต่อสู้ของพวกเขาเริ่มขึ้น ในที่สุดพวกชดก็ตาย ส่วนทินได้กลับไปที่มูลนิธิครูศักดิ์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เขากลับไปเพื่อพบความจริงที่ว่า พ่อที่แท้จริงของเขา ก็คือ ครูศักดิ์นั่นเอง เรื่องราวของทินยังไม่จบแค่นั้น ทินต้องเข้ารับโทษที่เขาได้เคยก่อเอาไว้ แต่ความดีความชอบที่ทินช่วยเหลือตำรวจ ทำให้ทินพ้นโทษเร็วและออกมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง ชีวิตที่ไม่ต้องเป็นเด็กเสเพลอีกต่อไป พร้อมด้วยคนรู้ใจอย่างกอบกุล

ลูกหลง 2560

เรื่องย่อ : ลูกหลง (2560/2017) บุญหลง (ฟิล์ม-ฉัตรดาว สิทธิผล) ตกใจมากเมื่อรู้จาก ยายกลับ (น้ำเงิน บุญหนัก) ว่า บุหรง (น้ำทิพย์ เสียมทอง) แม่ของเธอป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ก่อนสิ้นลมบุหรงสั่งเสียให้ เปรียว (โม อมีนา) โทรตาม ปราภพ (บิ๊ก ศรุต) พ่อแท้ ๆ ที่บุญหลงไม่เคยรู้จักมารับบุญหลงไปอยู่ด้วย แพงทอง (แยม ธมลพรรณ์) ศรีภรรยาผู้ดีทุกกระเบียดเข้าใจทุกอย่างยินยอมให้ปราภพรับบุญหลงมาอยู่ด้วยทำให้ พะเพื่อน (แพรว-ดวงกมล ศรีหนองหว้า), พะแพง (ข้าวจ้าว-ณัฐนันท์ ศรีโกศักดิ์) ลูกสาวของเธอกับปราภพโกรธมาก ฤทัย (เฟิร์น ฐิตินันท์) กับคุณนายทองศรี (ปิยะมาศ โมนยะกุล) น้องสาวและแม่ของแพงทองกลัวบุญหลงแย่งสมบัติหลานจึงตั้งตัวเป็นศัตรูและทำทุกวิถีทางเพื่อให้บุญหลงกลับไปอยู่สลัม แม้ ไสว คนรับใช้ใกล้ชิดจะคอยห้ามปราม แต่ฤทัยกับทองศรีก็ไม่ฟัง ความก้าวร้าวของบุญหลงทำให้มีปากเสียงกับปราภพบ่อย ๆ ยิ่งฤทัยส่ง มะลิ (ปุ๊กปิ๊ก-ณัฎฐกันย์ อัมพรพงษ์) มาคอยสืบข่าวและกลั่นแกล้งยิ่งทำให้ปราภพเข้าใจบุญหลงผิด แวว (เจเน็ต เขียว) วอก (ปิ๊ง-ด.ช.ธีระภพ ทรงวาจา) คอน (วีระชัย หัตถโกวิท) ครอบครัวคนรับใช้ของปราภพสงสารบุญหลงจึงคอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ บุญหลงเซ็งสุด ๆ เมื่อรู้ว่าเรียนโรงเรียนเดียวกับ มาร์ค (อั๋น ชยพล) โจทย์เก่า มาร์คพา ไข่ (เซินเจิ้น-พสธร ทรงถาวรทวี) กับ โจ้ (ตอง-พชรพล ศุขอร่าม) เพื่อนสนิทมาเล่นงานบุญหลงแต่ ช้างน้ำ (เป๊ป เขมิกา สุขประสงค์ดี) มดแดง (พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) เข้ามาช่วยห้าม แต่กลับกลายเป็นว่าบุญหลงซัดหมัดเดียวมาร์คสลบกลางอากาศ ช้างน้ำ มดแดงประทับใจมากจึงกลายเป็นเพื่อนกับบุญหลง อาจารย์ขนบ (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช) ครูแผนกช่างยนต์ผ่านมาเห็นพวกมาร์คกับพวกบุญหลงทะเลาะกันจึงลงโทษที่ทุกคนให้ไปทำงานที่โรงซ่อม ทำให้เด็กทั้งสองกลุ่มใกล้ชิดและรู้จักกันมากขึ้น ขนบแจ้งเรื่องบุญหลงวิวาทกับนักเรียนชายให้แพงทองทราบ แพงทองไม่กล้าบอกปราภพเพราะไม่อยากให้พ่อลูกผิดใจกันหนักขึ้น แต่ฤทัยที่รู้เรื่องเข้าก็ไปฟ้อง ปราภพต่อว่าบุญหลงอย่างหนักพ่อลูกทะเลาะกันบุญหลงโกรธจะกลับไปอยู่สลัมแต่เปรียวและยายกลับที่มาเยี่ยมบุญหลงห้ามไว้ขอให้ทำตามคำสั่งเสียของบุหรง บุญหลงจึงยอมอยู่บ้านปราภพต่อไป ไม่ใช่แค่บุญหลงที่ไม่ลงรอยกับพ่อ มาร์คก็ทะเลาะกับ คณิต (เอก โอรี) พ่อของเขาเป็นประจำ มาร์คประชดชีวิตด้วยการเที่ยวเตร่มีเรื่องกับคู่อริจนมีศัตรูไปทั่ว สีวิกา (จิ๊บ-คีตภัทร อันติมานนท์) หญิงสาวที่คณิตหมายมาดจะแต่งงานด้วยกลัวมาร์คโดนคู่อริทำร้ายจึงอาสาไปส่งมาร์คที่โรงเรียนทำให้ได้พบบุญหลง สีวิกาตกหลุมรักบุญหลงทันทีจึงขอเป็นเพื่อนกับบุญหลง สีวิกาเทียวรับเทียวส่งบุญหลงจนได้เจอกับขนบ ขนบปิ๊งสีวิกาและขอให้บุญหลงเป็นแม่สื่อ สีวิกาเข้าใจว่าบุญหลงจีบจึงมีความสุขมาก แม้จะมีความสุขแต่ต้องเก็บความรู้สึกนี้เป็นความลับ เพราะกลัวพ่อแม่อับอายที่มีลูกสาวชอบเพศเดียวกัน วันหนึ่งมาร์คโดนคู่อริไล่ตี บุญหลงช่วยให้รอดมาได้ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกัน ขณะเดียวกันความพยายามของแพงทองก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุญหลงกับปราภพดีวันดีคืน ครอบครัวบุญหลงกำลังจะมีความสุขแต่ก็เหมือนฟ้าแกล้ง มะลิที่อยากจับปราภพวางแผนให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าโดนปราภพข่มขืน แพงทองเสียใจมากเก็บข้าวของย้ายไปอยู่บ้านทองศรีและขอหย่ากับปราภพ แต่ก่อนที่ครอบครัวจะแตกกระสานซ่านเซ็นบุญหลงก็ช่วยแก้ไข้สถานการณ์จนทุกคนได้รู้ความจริง มะลิโดนไล่ออกจากบ้านแพงทองเข้าใจปราภพ มะลิแค้นที่บุญหลงทำให้อนาคตคุณนายอันสวยหรูพังพินาศ จึงให้ แม็ก (อิทธิกร สาธุธรรม) ผัวขี้ยาช่วยแก้แค้น แม็กเอายามาขายหวังให้บุญหลงติด แต่บุญหลงรักดีไม่เอาด้วยแม็กจึงหลอกใช้มาร์คหวังให้เอายาไปแพร่ให้บุญหลง มาร์คซื้อยาคลุกคลีกับแม็กจนเสียการเรียน บุญหลงกับเพื่อน ๆ รู้ว่ามาร์คติดยาก็ขอให้เลิก แต่มาร์คไม่ยอมจึงทะเลาะกันจนตัดเพื่อน ไม่มีใครรู้เลยว่ามาร์คแกล้งทำเป็นติดยา เพราะอยากจับแม็กเข้าคุก ความเข้าใจผิดของบุญหลงทำให้มาร์คเสียแผน ตำรวจจับได้แต่ลูกน้องของแม็ก ทุกคนเข้าใจมาร์คและกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม คณิตภูมิใจในตัวมาร์คยอมแสดงความรู้สึกให้มาร์ครู้ว่าคณิตรักตนมากเพียงใด มาร์คจึงยอมอ่อนข้อให้คณิตสองพ่อลูกเข้าใจกันมากขึ้น แม็กแค้นมากที่มาร์คหักหลัง แต่โทษว่าบุญหลงเป็นตัวต้นคิด จึงจับตัวบุญหลงกับสีวิกาไปจะข่มขืน สีวิกากลัวว่าจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปจึงสารภาพความในใจว่ารักบุญหลงฉันชู้สาว บุญหลงบอกว่าคิดกับสีวิกาแค่พี่น้อง สีวิกาเสียใจ แต่ก็ดีใจที่ได้บอกความรู้สึกที่แท้จริง มาร์คกับเพื่อน ๆ รู้ว่าบุญหลงกับสีวิกาโดนแม็กจับไปก็ตามไปช่วยบุญหลงกับสิวิกาไว้ได้ ตำรวจไล่ล่าแม็ก มะลิอย่างหนัก สองผัวเมียจึงจับตัวยายกลับไปเรียกค่าไถ่ ความฉลาดของบุญหลง ทำให้แม็กกับมะลิชวดเงินล้านแถมแม็กโดนตำรวจยิง จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน สองผัวเมียแค้นบุญหลงมาก จึงบุกปล้นบ้านปราภพจับบุญหลงขังไว้แล้วจะย่างสดให้ตายคาเรือนคนใช้ มาร์คได้ยินเสียงแม็กจากโทรศัพท์ของบุญหลง จึงมาช่วยบุญหลงไว้ได้ทันท่วงที เหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้น ครอบครัวบุญหลงกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ฤทัย ทองศรี รู้แล้วว่าบุญหลงไม่เคยคิดร้ายกับพะเพื่อน พะแพงจึงรับบุญหลงเป็นหลานอีกคน สีวิกาเห็นความขยันของเปรียว ยายกลับจึงเปิดกิจการตลาดน้ำให้เปรียวดูแล ยกห้องให้ยายกลับขายขนม จนเปรียวกับยายกลับชีวิตดีขึ้น มาร์คที่เก็บซ่อนความรู้สึกมานานตัดสินใจสารภาพรักกับบุญหลง บุญหลงมีใจให้มาร์ค แต่ห่วงเรียนมากกว่า จึงยื่นเงื่อนไขว่าถ้ามาร์ครอได้จนเรียนจบปริญญาตรีจะยอมเป็นแฟนด้วย บุญหลงไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่เมืองนอก วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว บุญหลงกลับมาพร้อมปริญญา แถมเปลี่ยนจากสาวห้าวทอมบอยเป็นสาวสวยผู้อ่อนโยน มาร์คยังรอคอยบุญหลงอย่างมั่นคงบุญหลงจึงยอมเป็นแฟนกับมาร์ค ปราภพมองบุญหลงอย่างมีความสุข ดีใจที่ลูกหลงเลือกที่จะไม่หลง..ทาง ติดตามชมละคร ลูกหลง ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.20 น. และวันศุกร์ เวลา 18.30 น. ทางช่อง 7 สี ละคร ลูกหลง เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 กันยายน 2560

ยมบาลเจ้าขา ปี 2 2559

เรื่องย่อ : ยมบาลเจ้าขา ปี 2 (2559/2016) จากอพาร์ตเม้นต์ของลลิต ประตูนรกได้หมุนเคลื่อนอีกครั้ง ด้วยสาเหตุจากบาปกรรมอันหนาหนักที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ ได้ไปก่อกวนประตูเชื่อมมิติแห่งกาลเวลา และครั้งนี้ประตูนรกได้เคลื่อนตัวมายังโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทางเชื่อมได้เปิดขึ้นอีกครั้ง ณ ห้องดับจิต สถานที่ที่ไม่มีใครต้องการเฉียดใกล้แม้ในช่วงเวลากลางวัน “นพ. มังกร สืบบุญ” แพทย์หนุ่มไฟแรง อายุ 30 ปี มีความแปลกแหวกแนวกว่าเพื่อนๆ ที่จบแพทยศาสตร์บัณฑิตทั่วไป เพราะเขาเลือกที่จะเรียนต่อสาขานิติเวชวิทยา หรือ นิติเวชศาสตร์ (Forensic Medicine) นายแพทย์มังกรเป็นคนหนุ่ม มาดนิ่ง สุขุม มีความกวนตีนอยู่ลึกๆ บางครั้งเขานิ่งฟังคนพูดมากๆ ก็จะสวนกลับด้วยคำพูดสั้นๆ ที่กระแทกใจคน เข้าทำนองพูดน้อยต่อยหนัก นายแพทย์มังกรใช้ชีวิตเรียบง่าย อาศัยที่คอนโดไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก ชอบอาหารฟาสฟู้ดเพราะง่ายและเร็ว แม้จะรู้ว่ามันไม่ค่อยดีกับสุขภาพ แต่บางครั้งก็ฝากท้องกับร้านอาหารของโรงพยาบาล ปัจจุบันนายแพทย์มังกรทำงานที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง (ที่เดียวกับประตูนรกเปิดเชื่อม) *** แพทย์ทางนิติเวชจะมีประจำที่โรงพยาบาลศิริราชตลอด 24 ชั่วโมง สามารถไปถึงยังสถานที่ที่เกิดเหตุได้ตลอดเวลา *** ชีวิตของนายแพทย์มังกร เริ่มเข้าสู่โหมดความวุ่นวายมากขึ้น เมื่อได้มารู้จักกับนักข่าวสาวอาชญากรรมมือใหม่ไฟแรง ชื่อ “น้ำหวาน” หรือ มธุรส เรียงอักษร นักข่าวสาวสวยอายุ 24 ปี เป็นนักข่าวหน้าใหม่ที่เพิ่งได้รับการบรรจุงานเป็นนักข่าวสายอาชญากรรม สำหรับนักข่าวสาวคนอื่นๆ งานสายอาชญากรรมอาจจะเป็นสายที่เอาไว้อันดับท้ายๆ แต่ไม่ใช่กับน้ำหวาน น้ำหวานกลับเลือกที่จะทำข่าวอาชญากรรม เพราะน้ำหวานมีความมุ่งมั่นที่จะทำข่าวเพื่อช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือสังคม นำความจริงมาเผยแพร่ และนำคนร้ายมาลงโทษ น้ำหวานต้องส่งสกู๊ปงานและภาพข่าวให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 สกู๊ป ชีวิตการทำงานของน้ำหวานจึงต้องเกาะติดอยู่กับโรงพัก โรงพยาบาล รวมทั้งมูลนิธิร่วมกตัญญู ปอเต็กตึ๊ง เพื่อหาข่าวให้ได้ น้ำหวานเป็นสาวตัวเล็กๆ คล่องแคล่ว แต่โก๊ะๆ เปิ่นๆ ซุ่มซ่ามในบางเวลา เพราะความเร่งรีบตามข่าวของเธอ เธอจึงไม่ชอบแต่งหน้า เวลาจะไปทำงานน้ำหวานจะทาครีมกันแดด แต่ทาแป้งเด็ก แล้วก็ทาลิปมัน แค่นี้ก็เหนอะปากมากพอแล้ว เรื่องเดียวที่ทำให้เธอลำบากใจก็คือ การทำงานของเธอ ทำให้ไม่มีเวลาให้กับ “น้ำฝน” น้องสาวเพียงคนเดียวของเธอ น้ำฝนต้องรอคอยเธอกลับมาดูแล ซึ่งบางครั้งเธอก็ทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร พ่อแม่ของน้ำหวานและน้ำฝน เสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากที่น้ำหวานได้รับใบปริญญาได้ไม่นาน โชคดีที่พ่อแม่ทิ้งบ้านทาวน์เฮ้าส์ไว้ให้ 1 หลัง และเงินอีกจำนวนหนึ่ง น้ำหวานได้งานทำทันทีหลังเรียนจบ เธอจึงตั้งใจที่จะใช้ชีวิตแบบประหยัดมัธยัสถ์ เก็บเงินที่พ่อแม่เหลือไว้ให้ไว้เป็นค่าเล่าเรียนของน้ำฝน สำนักข่าวของน้ำหวาน อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่นายแพทย์มังกรทำงานอยู่ แถมคอนโดของนายแพทย์มังกรก็ยังอยู่ซอยเดียวกับบ้านทาวน์เฮ้าส์ของน้ำหวานด้วย บางครั้งนายแพทย์มังกรขับรถผ่านบ้านน้ำหวาน เขาเห็นน้ำฝนออกมานั่งเล่นหน้าบ้านคนเดียวบ่อยๆ ดูแล้วน่าสงสาร มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลูกบอลของน้ำฝนกระเด็นออกมากลางถนน โชคดีที่เขาเบรกรถไว้ได้ทัน จากการพูดคุยวันนั้น นายแพทย์มังกรจึงได้รู้ว่าน้ำฝนมีพี่สาว ชื่อน้ำหวานและเป็นนักข่าวจอมป่วน ที่ชอบมาป้วนเปี้ยนที่ทำงานของเขานั่นเอง นายแพทย์มังกรสงสารน้ำฝน จึงมักหาเวลาซื้อขนมมาฝากและนั่งเล่นเป็นเพื่อนบ่อยๆ จนกลายเป็นเพื่อนซี้ต่างวัย บางครั้งเขาจะได้ยินน้ำฝนพูดคุยกับใครบางคน น้ำฝนแนะนำให้เขารู้จักกับทอง แต่เขามองไม่เห็นใคร นายแพทย์มังกรคิดว่า อายุของน้ำฝนโตเกินกว่าจะมีเพื่อนในจินตนาการแล้ว แล้วที่น้ำฝนพูดมันหมายความว่าอย่างไร?? เรื่องนี้ทำให้นายแพทย์มังกรสนใจน้ำฝนมาก และกะว่าจะหาเวลาพูดกับน้ำหวาน เพราะคิดว่าน้ำฝนอาจจะผิดปกติก็เป็นได้ กุมารทอง ไม่พอใจเล็กน้อย สุวานและสุวรรณพากันหัวเราะยั่วเย้ากุมารทอง จนพญายมต้องปรามและบอกกุมารทองว่า การที่เค้าไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าเขาดูถูก หรือไม่เห็นความสำคัญ เรื่องที่มีคนเห็นพวกเราอย่างเด็กที่ชื่อน้ำฝน ถือว่าเป็นเรื่องพิเศษ ไม่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะสามารถเป็นได้ หนูทอง สงสารน้ำฝนที่พ่อแม่ตายหมดแล้ว พญายมอธิบายว่าบุญกรรมคนเราทำมาไม่เท่ากัน แม้ว่าบิดามารดาจะจากไป แต่ก็ยังมีพี่สาวที่คอยรักและห่วงใย กุมารทองแย้งว่า แต่ก็ไม่เห็นมีเวลาให้น้องสาวเท่าไหร่เลย สุวานและสุวรรณส่ายหน้าบอกว่า จะให้พี่สาวอยู่ด้วยตลอด 24 ชม. ก็ไม่ต้องทำงานกันพอดี พญายมมองทางหมอหนุ่ม ที่ชื่อมังกร แล้วเปรยว่า นายแพทย์คนนี้เป็นคนดีและเถรตรง พวกเราจะต้องเจอกับมนุษย์ผู้นี้มีมากมายหลายครั้ง นับจากวันนี้เป็นต้นไป .......... กุมารทองสงสัยว่า เพราะอะไร สุวานและสุวรรณบอกว่า เหมือนบุพเพสันนิวาส คราวก่อนชะตาของพวกเราต้องกันกับมนัส นายตำรวจหนุ่ม แต่คราวนี้ กลับเป็นนายแพทย์มังกร พญายมหัวเราะบอกว่า อย่างเด็กน้อยที่ชื่อน้ำฝน ซึ่งสามารถมองเห็นเจ้าหนูทองได้ ก็ถือว่ามีอะไรที่พิเศษเหนือกว่าเด็กทั่วๆ ไป เนื่องจากในอดีต น้ำฝน เจอประสบการณ์เฉียดตายมาก่อน จนไข้สูงเกิดอาการชัก วิญญาณของพ่อและแม่ที่กำลังโดนเราพิพากษาร้อนรนทนไม่ไหว ขออนุญาตมาดูแลลูก ครั้งนั้นเราได้อนุญาตไป แต่ทำให้เด็กน้อยคนนี้ได้เห็นตัวเราโดยบังเอิญ จึงได้รับพลังพิเศษไปจากเราโดยไม่รู้ตัว สุวานสุวรรณทูลถามพญายมว่า พลังพิเศษนี้จะดำรงอยู่ตลอดไปหรือไม่ พญายมยิ้มบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีใครสามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับบุญบารมีที่ติดตัวมาแต่ดั้งเดิม บางทีเมื่อโตขึ้น จิตเริ่มไม่นิ่งไม่บริสุทธิ์พลังพิเศษเหล่านี้ก็จะถูกลบเลือนไปก็เป็นได้ หน้าบ้านทาวเฮ้าส์ของน้ำฝน “มานพ” วินมอเตอร์ไซค์ อายุ 26 ปี มองเข้ามาในบ้านอย่างสงสัย แล้วมองรถเก๋งหรูที่จอดหน้าบ้าน (รถของนายแพทย์มังกร) ใครมาวะ?? พอน้ำฝนเดินออกมากับนายแพทย์มังกร .. มานพก็มองอย่างระแวง น้ำฝนบอกเพื่อนหนูเอง แล้วแนะนำให้พี่มานพ รู้จักกับพี่หมอมังกร .. มานพมองมังกรไม่ไว้ใจ นายแพทย์มังกรหน้านิ่งรู้ว่ามานพคิดยังไง บอกลาน้ำฝนขึ้นรถจากไป มานพยื่นถุงก๋วยเตี๋ยวให้น้ำฝนพลางเตือนว่า อย่าเที่ยวเปิดประตูรับคนแปลกหน้าเผื่อมันเป็นโรคจิต น้ำฝนยิ้มพลางมองก๋วยเตี๋ยวในถุง บ่นว่าก๋วยเตี๋ยวอีกแล้วเหรอ มานพเกาหัวบอกพี่น้ำหวาน ฝากมาให้นี่ ไม่ชอบเหรอ น้ำฝนเบ้ปากบอกอยากกินไอติมกับน้ำขวด มานพหัวเราะบอกว่าอาหารแบบนั้นพี่สาวห้ามไม่ใช่หรอ แต่แล้วก็เรียกน้ำฝนซ้อนท้ายบอกไปปากซอยกันพี่เลี้ยงเอง พวกพญายม สุวานสุวรรณ กุมารทอง มองมานพและน้ำฝน พญายมบอกว่า เห็นมั้ยเจ้าหนูทอง แม้จะอาภัพบิดามารดา แต่บุญเก่ายังพอมี ถึงได้พบเจอแต่คนดีๆ .... พญายมพูดเพียงเท่านั้น ก็ชะงัก บอกกับพวกสุวานสุวรรณและกุมารทองว่า ได้เวลางานของพวกเราอีกแล้ว ..... มีการแจ้งเหตุการณ์ตายขึ้น พวกมูลนิธิ (ประมาณปอเต็กตึ๊ง ร่วมกตัญญู) มาที่สถานที่เกิดเหตุ เสียงหวอเปิดครวญครางน่ากลัวและเร่งเร้าความรู้สึก พวกพญายมปรากฏกายขึ้นมองทางด้านหน้าสถานที่แห่งนั้น “ดาว” สาวมาดทอมบอย เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ (เป็นเจ้าหน้าที่ น.เขต ได้เงินเดือนจากทางมูลนิธิ ทำงานเป็นอาชีพ) เดินทะลุผ่านกลุ่มพญายมไปด้วยความเร่งรีบ เธอต้องการไปถึงตัวผู้เคราะห์ร้ายให้รวดเร็วที่สุด ผู้เคราะห์ร้ายอาจจะยังมีชีวิต และเธอต้องช่วยกู้ชีพให้เร็วที่สุด ความจริงดาวเป็นคนกลัวผีที่สุด แต่มีจิตใจมุ่งมั่นในการช่วยเหลือคนมากกว่า พญายมบอกกุมารทองว่า ดาวคือ ตัวอย่างของคนในสังคมที่แม้จะอยู่ในชนชั้นล่าง เงินเดือนน้อย แต่มีความเสียสละ และชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ดาวมีสัมผัสพิเศษเจอผีบ่อย เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นผี บางครั้งผีก็มาบอกจุดเกิดเหตุ หรือมาขอความช่วยเหลือจากดาว คนรอบๆ ตัวดาว คิดว่าดาวเป็นพวกผิดเพศที่เพี้ยนๆ ทั้งดาวและมานพ อาศัยอยู่ในแฟลตเดียวกัน เป็นคู่กัดลับฝีปากกันเป็นประจำ แม้จะไม่ค่อยถูกชะตา แต่ก็คอยช่วยเหลือกันอยู่ในที เพราะเป็นคนจิตใจดีทั้งคู่ ดาวต้องพาคนเจ็บและศพมาส่งที่โรงพยาบาลของนายแพทย์มังกรบ่อยๆ ดาวแอบชอบนายแพทย์มังกร แต่เพราะมาดทอมบอยของดาว ทำให้หมอมังกรไม่ทันได้รับรู้ความรู้สึกของดาว ในขณะเดียวกันนายแพทย์มังกรกลับประทับใจน้ำหวาน นักข่าวสาวจอมยุ่ง ส่วนมานพก็หลงรักน้ำหวานด้วย ถึงแม้ภายนอกนายแพทย์มังกรกับน้ำหวานจะดูไม่ค่อยจะถูกกัน นายแพทย์มังกรออกจะรำคาญน้ำหวานที่มาคอยตื๊อทำข่าว แต่ใจจริงแล้วนายแพทย์มังกรประทับใจน้ำหวาน ที่เป็นผู้หญิงสู้ชีวิต แถมยังต้องดูแลน้องสาวคนเดียว จากความประทับใจก็กลายเป็นความรักในที่สุด เรื่องราวของนายแพทย์มังกร น้ำหวาน มานพ ดาว และน้ำฝน ล้วนมีชะตาต้องกัน เมื่อพวกเขาต้องมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ กับประตูมิติของนรกที่เชื่อมมายังห้องดับจิต นายแพทย์มังกรไม่เชื่อเรื่องผี แต่กลับต้องมาเจอเรื่องขนหัวลุกที่พิสูจน์ไม่ได้บ่อยๆ เมื่อวิญญาณที่ไม่ยินยอมพร้อมใจตายปรากฏให้เห็น ด้วยติดค้างเรื่องทางโลก กระทบไปถึงน้ำหวาน นักข่าวอาชญากรรมที่มาป้วนเปี้ยนตามข่าวกับนายแพทย์มังกร กุมารทองต้องมาช่วยเหลือนายแพทย์มังกรและน้ำหวานไม่ให้โดนวิญญาณที่มีดวงจิตอาฆาตทำร้าย รวมทั้งยังต้องช่วยสุวานและสุวรรณตามล่าวิญญาณโหดหลายดวงที่พยายามหลบหนีการจับกุม กุมารทองที่เฝ้ามองอยู่ถามพญายมว่า นี่คือการเรียนรู้ชีวิตมนุษย์ครั้งใหม่ของหนูใช่หรือไม่ พญายมตอบว่า ถูกแล้ว คนเหล่านี้ คือ ฟันเฟืองสำคัญที่จะเป็นสื่อกลางให้เราได้เรียนรู้ชีวิตมนุษย์ในยุคนี้ ... เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่จะหลีกหนีกรรมของตนได้พ้น หากต้องการพ้นจากนรก มีทางเดียว คือ รักษาศีลให้มั่นคงเข้าไว้ สุวานและสุวรรณได้ฟังก็หัวเราะออกมาดังกึกก้อง ด้วยรู้ว่าเป็นสิ่งยากยิ่งเพราะมนุษย์ทุกคนอุดมไปด้วยกิเลสนานาชนิดนั่นเอง ...

สะใภ้ไร้เงา 2559

เรื่องย่อ : สะใภ้ไร้เงา (2559/2016) เช้าตรู่ในวันพิธีมงคลสมรสของ “มัจฉา” ว่าที่เจ้าสาวพันล้าน เธอได้นครอบครัวอันได้แก่ “พ่อเพิ่ม” แม่วรรณา” “ยายทอง” และ “ข่อย” น้องชายสุดแสบจาก “โคกอีเห็น” มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อมาให้ทันงานหมั้นของมัจฉาในตอนเช้า แต่แล้วเหตุการณ์คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อระหว่างเดินทาง ได้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้ครอบครัวของมัจฉาดับอนาถตายคาที่ !!!

แต่แล้ว มัจฉาฟื้นขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องแต่งตัว และกำลังจะเข้าพิธีหมั้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ทันทีที่ส่งกระจก เธอก็พบว่าในกระจกปราศจากซึ่งเงาของเธอ เพราะในตอนนี้เธอกลายเป็นเพียงวิญญาณแล้ว... ตึงงงงง!!

มัจฉาร้องไห้เสียใจที่รู้ว่า ความตายกำลังจะพรากเธอไปจาก “ไตร ฐากูลเรืองวิริยา” ว่าที่สามีอันเป็นที่รัก เธอจึงได้แต่ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงบุญกุศลที่ได้ทำมา เพื่อให้เธอได้เข้าพิธีแต่งงานกับคนที่เธอรัก และแล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น เมื่อร่างกายของมัจฉากลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง

ในที่สุด มัจฉาก็เข้าพิธีหมั้น และพิธีสมรสสมใจปรารถนาจนได้ หนำซ้ำ ครอบครัวของเธอยังเข้าร่วมพิธีด้วยหน้าตาเฉย เวลานี้มัจฉาสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน ความจริงแล้วคือเธอยังไม่ตาย !

แต่งานแต่งงานของมัจฉาก็หาใช่ว่าจะราบเรียบ เพราะครอบครัวของมัจฉาเคยแต่ใช้มือจกข้าวเหนียมกับปลาแดก เลยไม่เคยขึ้นโต๊ะอาหารหะรูหะราแบบพวกไฮโซฯ ทำให้อาหารกระเด็นกระดอนไปตกลงบนโต๊ะแขกท่านอื่นบ้าง บางทีก็พานตกลงไปในถ้วยไวน์ที่ “คุณอดิศร” พ่อของไตรที่กำลังกระดกดื่ม จนเจ้าตัวตกใจทะลึ่งพรวดไวน์ออกมาเลอะเทอะไปหมด หนักสุดเห็นจะเป็นขาหมูที่แม่วรรณาพยายามหั่น ดันลอยละล่องตกลงไปบนกระบังผมของ “คุณหญิงตรีทิพย์” แม่ของไตร ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์กรี๊ดแตก เดือดร้อนไตรต้องมาไกล่เกลี่ย คุณหญิงตรีทิพย์เห็นภายในงานต่างเต็มไปด้วยแขกที่เป็นทั้งนักการเมือง ไฮโซฯ รวมทั้งสื่อมวลชนทั่วฟ้าเมืองไทย เลยยอมไม่เอาเรื่องครอบครัวโคกอีเห็นของมัจฉา

งานแต่งงานดำเนินมาถึงช่วงพิธีกรเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาว รวมทั้งพ่อแม่ของทั้ง 2 ฝ่าย ขึ้นมากล่าวคำอวยพร ไตรให้คำมั่นสัญญาว่าไม่ว่ามัจฉาจะเป็นอะไรก็ตาม เขาจะรักมั่นเพียงมัจฉาคนเดียว ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง สร้างความตื้นตันใจแก่มัจฉาเป็นอย่างมาก จนถึงกับน้ำตารินออกมา

เมื่อถึงคราวของฝ่ายพ่อและแม่ของเจ้าข่าว-เจ้าสาว พ่อเพิ่มบอกว่า ได้แต่งเพลงอวยพรมาให้ลูกเขยและลูกสาววของเขา ทีแรกคุณหญิงตรีทิพย์นึกว่าพ่อเพิ่มจะดีดเปียโนพร้อมกับร้องเพลงให้ แต่พอมองซ้ายก็ไม่เห็นเปียโนสักหลัง พอมองไปทางขวา เอ๊ะ! ไหงกลับกลายเป็นว่า คุณหญิงตรีทิพย์เห็นข่อยเอาแคนที่พกติดตัวมาจากโคกอีเห็น มาเป่าให้พี่สาวสุดที่รัก โดยมีพ่อเพิ่มเริ่มขับขานเพลงหมอลำที่ตัวเองแต่งขึ้นมาเอง

ไตรกับมัจฉาชวนแขกในงานให้มาเซิ้งด้วยกัน ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์ตาลีตาเหลือกรีบบอกสามี ให้ไปห้ามยายสะใภ้ไม่ได้รับเชิญหยุดทำอะไรบ้านนอกบัดเดี๋ยวนี้ ! แต่พอคุณหญิงตรีทิพย์หันไปก็แทบทรุด เมื่อเห็นคุณอดิศรกำลังเซิ้งอยู่กับแม่วรรณาและยายทองอย่างออกรสออกชาติ สิ้นสภาพนักธุรกิจหมื่นล้าน

เสียงเพลงและทำนองที่คึกครื้นของมนต์แคนแดนอีสาน ทำเอาแขกไฮโซฯ ในงานที่เอียงๆ อายๆ อยู่ ค่อยๆ ลุกขึ้นมาเซิ้งกันอย่างสนุกสนาน (ม้วนแต้ฯ)

แต่แล้วความสนุกก็อยู่กับมัจฉาและครอบครัวได้ไม่นาน เมื่อในคืนส่งตัวเจ้าสาว มัจฉา พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เอง เริ่มรู้ตัวว่า ตอนนี้ตัวเองได้ตายไปแล้ว เพราะระหว่างที่พวกเขาจะไปส่งตัวมัจฉาที่ห้องพักในโรงแรม จู่ๆ ก็มีผู้ชายแต่งตัวแปลกๆ สีขาวๆ มีชฎา แถมพอยายทองถามชื่อแซ่ อีกฝ่ายก็บอกว่าชื่อ “พระภูมิ” ตอนแรกพ่อเพิ่มเข้าใจไปตามประสาซื่อว่า โรงแรมที่จัดงานแต่งของลูกสาวเขาคงอยากอนุรักษ์ความเป็นไทย เลยสั่งให้พนักงานแต่งชุดไทย

ทว่า พอพระภูมิเอ่ยปากไล่ให้มัจฉากับครอบครัวออกไป โดยบอกว่า ที่โรงแรมแห่งนี้เป็นที่ของคน ไม่ใช่ที่ของผี ทำเอายายทองโกรธจัดจนลืมไปว่าแก่ กระโดดขาคู่ซัดพระภูมิเข้าให้ แต่แล้วทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้น ลากพระภูมิหายตัวไปต่อหน้าต่อตามัจฉาและครอบครัว ทำเอายายทองตกใจจนแทบจะหัวใจวาย

และแล้ว ภาพขณะที่ประสบอุบัติเหตุ ก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัวของมัจฉาและครอบครัว “ใช่แล้ว... พวกเขาตายแล้วแหงๆ” โดยยายทองเครียดกว่าใครเพื่อน เพราะแกเพิ่งไปเตะพระภูมิ !

พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ร้องห่อร้องไห้เสียใจที่ยังใช้ชีวิตไม่คุ้ม โดยเฉพาะชีวิตคนกรุงเทพฯ ที่ปรารถนามานานแสนนาน จนกระทั่งมัจฉาได้พบกับ “ยมทูตแอนดี้” ที่ยอมเปิดเผยตัว และได้สารภาพกับมัจฉาว่า เกิดความผิดพลาดทางด้านระบบคอมพิวเตอร์ของนรก ทำให้นำตัววิญญาณมาผิดบ้าน ด้วยเหตุนี้จึงได้พยายามที่จะให้มัจฉาได้เข้าพิธีแต่งานตามความตั้งใจ

มัจฉาโวยวายที่ตัวเองยังไม่ถึงที่ตาย แต่กลับต้องมาโดนพรากจากสามีอันเป็นที่รัก จึงขอให้ยมทูตแอนดี้รับผิดชอบกับความผิดในครั้งนี้ ระหว่างที่คุยๆ กันอยู่ พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ก็โผล่พรวดเข้ามา เรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองสุดฤทธิ์ ทำให้ยมทูตแอนดี้ต้องยอมทำผิดกฎนรก โดยยอมให้พลังวิเศษแก่ครอบครัวมัจฉา ให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ต่อไป ตราบจนกว่าจะหาทางแก้ไขทางอื่นได้

หลังงานแต่งงาน มัจฉาขอร้องให้ไตรให้ครอบครัวของเธอได้เข้าไปพักในคฤหาสน์หรูของไตร แต่คุณหญิงตรีทิพย์ แม่ของไตร กลับไม่ยินยอมให้ครอบครัวของมัจฉาเข้าไปอยู่ร่วมบ้านด้วย เพราะแม้แต่ตัวมัจฉาเอง ตรีทิพย์ก็ไม่ได้ยินดีที่จะรับเป็นสะใภ้อยู่แล้ว

แต่ขณะที่อดิศร พ่อของไตร สามีของตรีทิพย์ เห็นว่าไหนๆ มัจฉาก็มาเป็นสะใภ้ในบ้านแล้ว ก็ควรจะยอมรับในครอบครัวของมัจฉาด้วย แต่แล้วคุณอดิศรก็ต้องรูดซิปปากเงียบทันที เมื่อคุณตรีทิพย์ ภรรยาบังเกิดเกล้าทุบโต๊ะดังปัง ! ซึ่งคนในตระกูล “ฐากูลเรื่องวิริยา” ต่างรู้ดีว่า คุณอดิศรกลัวภรรยาจนขึ้นสมอง เพราะคุณตรีทิพย์มีนิสัยด่าเป็นจรวด เค็มเป็นทะเล ข่มผัวเป็นกิจวัตร

เมื่อแม่ไม่ต้องการให้มัจฉาและครอบครัวมาอยู่ในคฤหาสน์ “ฐากูลเรืองวิริยา” ไตรก็บอกว่าเขาต้องไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา ในฐานะของสามีที่ต้องดูแลภรรยา ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์รีบห้ามเป็นการด่วน ด้วยเพราะรัก หวง ห่วงไตรที่เธอเลี้ยงมาอย่างดี ชนิดยุงตัวไหนมาไต่ นอกจากคุณหญิงตรีทิพย์จะตบแล้ว นางยังขยี้ๆ ซ้ำจนจำซากเดิมไม่ได้

และแล้ว เรื่องจึงลงเอยด้วยการให้เพิ่ม วรรณา ทอง และข่อย เข้าไปอยู่ในเรือนหลังเล็กของคฤหาสน์ แม้ว่าบรรดาครอบครัวหรรษาจะไม่ยินดีนัก เพราะหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะเป็นไฮโซอยู่บ้านโก้หรูกับเขาบ้าง แต่ด้วยหลักทฤษฎีที่ว่า กำขี้ดีกว่ากำตด ทำให้ทุกคนยินยอมอยู่ในบ้านเล็กในเรือนใหญ่ ด้วยความไม่เต็มใจ

แต่ขณะที่บ้านน้อยในเรือนใหญ่ พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ลั้ลลาที่ได้กลายเป็นคนกรุงเทพฯ หรือผีกรุงเทพฯ คนรับใช้ในคฤหาสน์ทั้ง “ป้าแจง” แม่ครัว และ “ไอ้หนึ่ง” คนขับรถ ต่างงุนงงที่เห็นหมาหอนตลอดเวลา ตั้งแต่ครอบครัวนี้มาอยู่ที่นี่

ชีวิตสมรสของไตรและมัจฉาเริ่มต้นด้วยอุปสรรคนานัปการ เพราะตรีทิพย์ทนรับสภาพที่มีมัจฉาอยู่ร่วมบ้านไม่ได้ จึงหาทางกลั้นแกล้งมัจฉาต่างๆ นานา โดยมี “พิศ” และ “น้อย” คนรับใช้คู่บารมีของตรีทิพย์ คอยช่วยหาเรื่องมัจฉา ทั้งให้ซักผ้า กวาดบ้าน ตัดหญ้า จ่ายตลาด ทำกับข้าว ใช้ราวกับเป็น “ศรีทนได้” ส่วนพิศกับน้อย เอาแต่นั่งทำท่าเป็นคุณหญิง คอยสั่งการมัจฉา ด้วยความเป็นคนจิตใจดีและรักสามีอย่างไตรมาก มัจฉาจึงยอมทำงานบ้านทุกอย่างที่คุณหญิงตรีทิพย์สั่ง โดยหวังว่าสักวันความดีของเธอจะชนะใจแม่สามีได้

แต่ความดีของมัจฉายากที่จะชนะใจแม่สามีสุดร้าย เพราะทันทีที่คุณหญิงตรีทิพย์รู้ว่ามัจฉาจ่ายตลาดเกินโควต้าของคฤหาสน์ ก็เทศนายับ โดยบอกว่าหากไปจ่ายตลาดต้องห้ามเกินอาทิตย์ละ 300 บาท (ซื้อข้าวสารก็หมดตัวแล้ว ค่ะคุณแม่!) น้ำสุดท้ายที่ซักผ้าก็ต้องเอามาเช็ดพื้นบ้าน (จะพอเหรอคะ บ้านหลังใหญ่ราวกับสนามกอล์ฟเลยนะคะ) ใบไม้ที่กวาดก็ต้องมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวิภาพ หนังสือพิมพ์ที่อ่านเสร็จต้องเอามาพับขาย (ไอ้ย๊ะ!) หรือไม่ก็ไปขายซาเล้งที่มารับซื้อ (คุณพระ!)

โดยการทำผิดของมัจฉาครั้งนี้ คุณหญิงตรีทิพย์ลงโทษด้วยการยึดบัตรเครดิตที่ไตรให้มัจฉาไว้ใช้จ่าย โดยสั่งมัจฉาว่าห้ามบอกไตร เรื่องถูกยึดบัตรเครดิตเด็ดขาด แม้ว่าคุณอดิศรจะรู้อยู่แก่ใจว่าเมียหาเรื่องแกล้งยึดบัตรเครดิตของมัจฉา แต่เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะตัวของเขาเองยังได้เงินไปทำงานวันละ 50 บาทเลย ขืนไปช่วย อาจจะถูกตัดเหลือเป็นวันละ 20 บาทก็เป็นได้

พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เห็นสภาพลูกสาวถูกกลั่นแกล้งก็ทนไม่ได้ ขอประกาศให้มันรู้ซะบ้างว่า คุณหญิงตรีทิพย์กำลังเล่นกับใครอยู่ (โฮะๆๆ)

เริ่มจากพ่อเพิ่ม จัดการแกล้งพิศที่กำลังอาบน้ำ ด้วยการลอดหัวออกมาจากฝักบัว ผลปรากฏว่า พิศกรี๊ดดังลั่น เอาขวดยาสระผมตบข่อยซะหัวหันกลับด้าน เดือดร้อนแม่วรรณา ยายทอง และข่อย ต้องมาช่วยกันหมุนหัวข่อยให้กลับมาเหมือนเดิม ก่อนที่พ่อเพิ่มจะถูกแม่วรรณาตบซ้ำ ข้อหาที่ขี้หลีไปหลอกพิศตอนโป๊

คนต่อมาที่ถูกคิดบัญชีก็คือน้อย ขณะที่น้อยกำลังซักผ้าอยู่ ก็ต้องตกใจจนฉี่ราด เมื่อผ้าที่หยิบขึ้นมาจะซัก เป็นหัวของข่อยที่ยาวยืด (บรื๋อส์ส์!)

และคนที่พลาดไม่ได้อย่างแรงคือ คุณหญิงตรีทิพย์ ซึ่งกำลังนอนหลับฝันหวานอยู่ แต่แล้วคุณหญิงตรีทิพย์ก็พลันตกใจตื่น เมื่อจู่ๆ พบว่า ตัวเองกลังนอนอยู่บนบัตรเครดิตขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่บนฟ้า ซึ่งบินฉวัดเฉวียนไปมา จนชนโน่นนี่นั่น จนร่างอวบๆ ของคุณหญิงตรีทิพย์จะร่วงตกตั้งหลายครั้ง ก่อนจะตกลงมาดังตุ๊บจริงๆ ที่กลางป่าช้า คุณหญิงตรีทิพย์วิ่งหนีหาทางออกจ้าละหวั่น แต่สุดท้ายก็หลงกลับมาที่เดิม ก่อนจะพบคนกลุ่มหนึ่งนุ่งสุมกองไฟอยู่ ความดีใจว่างานนี้รอดแล้วเรา ทำให้คุณหญิงตรีทิพย์ตรงรี่ไปขอความช่วยเหลือ แต่พอคุณหญิงตรีทิพย์เห็นใบหน้าของแต่ละคนที่เต็มไปด้วยเลือด บางคนก็ลูกกะตาถลนออกมา คุณหญิงตรีทิพย์ก็ช็อกน้ำลายฟูมปาก ผมตั้งตรงแด่ว

รุ่งเช้า... ไตรถึงกับสำลักกาแฟพรวด เมื่อเห็นสภาพแม่ พิศ และน้อย ที่มีอาการคล้ายกัน นั่นคือจับไข้หัวโกร๋น ผมตั้งฟู พอคุณหญิงตรีทิพย์ พิศ และน้อย เห็นหน้าครอบครัวของมัจฉา ภาพเหตุการณ์ที่ถูกหลอกก็ฉาบวาบเข้ามา เพราะใบหน้าของบรรดาผีที่หลอก หน้าพิมพ์พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เป๊ะ! ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์ พิศ และน้อย พากันประสานลูกคอกรี๊ดดังลั่น กระทั่งลืมตัวเผลอหลุดปากเรื่องยึดบัตรเครดิตจากมัจฉา ไตรรู้เรื่องแม่ของตัวเองยึดบัตรเครดิตจากมัจฉา ก็คาดคั้นจนรู้ความจริงทั้งหมด จึงต่อว่าคุณหญิงตรีทิพย์

คุณหญิงตรีทิพย์พยายามบอกกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เรื่องผีที่หลอกเธอมีหน้าตาเหมือนกับครอบครัวของมัจฉา แต่ไตรเข้าใจผิดคิดว่าแม่ของตัวเองกำลังใส่ร้ายครอบครัวของมัจฉา จึงต่อว่าแม่ และบอกว่า หากครอบครัวของมัจฉาเป็นผีจริง ทำไปถึงถูกแดด อีกทั้งยังใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้ ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์ พิศ และน้อย ถึงกับอึ้ง พลางคิดในใจว่า หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น พวกตนแค่ฝันไป ?

ไตรไม่พอใจเป็นอย่างมากที่นอกจากแม่จะหาเรื่องรังแกมัจฉาแล้ว ยังมากล่าหาว่ามัจฉาและครอบครัวเป็นผีอีก จึงประกาศกร้าวว่า หากมัจฉาและครอบครัวถูกกลั่นแกล้งอีก เขาจะย้ายไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉาและครอบครัว

ด้านมัจฉารู้ดีว่าเรื่องที่คุณหญิงตรีทิพย์เล่า เป็นความจริง จึงเรียก พ่อ แม่ ยาย และน้อง มาเอ็ด พร้อมทั้งสั่งห้ามหลอกใครอีก เพราะเธอไม่อยากให้ไตรรู้เรื่องที่เธอและครอบครัวเป็นผี

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ถึงคุณหญิงตรีทิพย์ พิศ และน้อย จะคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือการฝันไป แต่ทุกครั้งที่ต้องมาป้วนเปี้ยนใกล้มัจฉากับครอบครัว ก็มักอดที่จะรู้สึกแหยงๆ ไม่ได้ ซึ่งพ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย จะรู้ เลยชอบมาหาเรื่องสนทนาปราศรัยกับคุณหญิงตรีทิพย์กับ 2 สมุนอยู่บ่อยๆ ซึ่งทุกครั้งก็ทำเอาทั้ง 3 คนเหงื่อแตก ปากคอสั่นทุกที จนในที่สุด คุณหญิงตรีทิพย์ต้องยอมสงบศึกชั่วคราว เพื่อขอเรียกขวัญและกำลังใจ ในการที่จะเฉดหัวมัจฉากับครอบครัวไปเสียให้ไกลๆ

เวลาเดียวกันนั้น ณ บ้านโคกอีเห็น หมู่บ้านเล็กๆ ทางภาคอีสาน “สุดที่รัก” เจ้าของโรงสีข้าวที่รวยที่สุดในตำบล ผู้เป็นแฟนคลับของมัจฉา ได้ข่าวจากทางตำรวจว่ามัจฉาและครอบครัวประสบอุบัติเหตุ เพราะเห็นซากรถคว่ำอยู่ข้างถนน ทำเอาสุดที่รักที่หลงรักมัจฉาอย่างบ้าคลั่งทนไม่ได้ ต้องรีบหาทางติดต่อมัจฉาและครอบครัวด่วน

ทันทีที่โทรงมา สุดที่รักก็พบว่า ทุกคนยังอยู่ดีมีสุข จนกระทั่งข่อยรายงานสุดที่รักให้ได้รู้ว่า มัจฉาแต่งงานมาอยู่ครอบครัวนี้ด้วยความลำบาก เพราะถูกตรีทิพย์กลั่นแกล้งตลอด ทำเอาสุดที่รักทนไม่ไหว จึงตัดสินใจเดนิทางมากรุงเทพ เพื่อปกป้องยอดดวงใจของเขาด้วยชีวิต

ขณะเดียวกัน “ตวิษา” น้องสาวของไตร เดินทางกลับจากต่างประเทศ ก็ได้พบกับสุดที่รัก ขณะที่เขาเดินทางมาหามัจฉาและไดขับรถชนรถของตวิษาเข้าให้ ด้วยความเป็นไฮโซประจำหมู่บ้าน สุดที่รักโวยวายจะเอาเรื่องตวิษาให้ได้ ขณะที่สาวเจ้าก็ไม่ยอมเช่นกัน โชคดีที่ไตรมาห้ามทัน ทำให้สุดที่รักได้รู้ว่า ผู้หญิงบ้านนี้ร้ายกาจกันทุกคน แล้วมัจฉาจะอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไง

สุดที่รักจึงสัญญากับตัวเองว่า จะต้องหาทางทำให้มัจฉาหย่าขาดกับไตร แล้วกลับไปเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ ผ่าง ผ่าง ผ่าง !!!

ความวุ่นวายไม่หยุดคืบคลานเข้ามาในบ้านของไตรเพียงแค่นี้ เพราะในที่สุด ตัวช่วยของคุณหญิงตรีทิพย์ก็ปรากฏตัวขึ้น นั่นก็คือ “เอื้อมพร” เพื่อนสนิทของตวิษา ที่ได้พบกับไตร ก็เกิดประทับใจในตัวพี่ชายของเพื่อนรักเข้าให้ ตรีทิพย์และตวิษาเห็นเป็นโอกาสเหมาะ ที่จะทำให้ใตรและมัจฉามีปัญหากัน จึงขอให้เอื้อมพรช่วยร่วมมือในการกำจัดมัจฉาออกจากสกุล “ฐากูรเรืองวิริยา” ให้ได้

เอื้อมพร ตรีทิพย์ และ ตวิษา พยายามทำทุกวิถีทางให้ไตรและมัจฉาเข้าใจผิดกัน โดยเอื้อมพรพยายามแสดงความสนิทสนมกับไตร ด้วยการใช้อกอวบๆ หยุ่นๆ กระแซะสีข้างแนบเนื้อไตรตลอด แต่มัจฉาเชื่อมั่นในความหนักแน่นของไตร จึงไม่พยายามใส่ใจกับวิถีนางร้ายของ 3 แสบ ที่พยายามทำให้เธอและสามีมีปัญหากัน ผิดกับแม่วรรณา ที่เห็นแล้วอยากจับเอื้อมพรหักคอ แต่มัจฉาขอไว้ พร้อมกับสั่งว่า ห้ามใครหลอกเอื้อมพรและครอบครัวของไตรอีก ไม่อย่างนั้นเธอจะโกรธจริงๆ แม่วรรณาเลยหงุดหงิด งุ่นง่านยกใหญ่

แต่เอื้อมพรก็ไม่ยอมแพ้ เธอรู้ดีว่าความน้อยใจกำลังค่อยๆ สะสมอยู่ในใจของมัจฉา เอื้อมพรจึงใช้แผนสอง ด้วยการใช้ความเป็นสาวไฮโซฯ พ่อเป็นนักการเมืองใหญ่ ช่วยสนับสนุนธุรกิจก่อสร้างของไตร จนประสบความสำเร็จ โดยเอื้อมพรมักจะมาพูดหยอดให้มัจฉาคิดมาก ว่าเธอกับไตรคือคู่ที่ควรคู่กัน เพราะต่างเกื้อหนุนกัน ไม่เหมือนกับมัจฉา ที่เป็นแค่สาวบ้านนอก ซึ่งแผนนี้ของเอื้อมพรได้ผล เพราะมัจฉาเป็นแค่ลูกชาวนายากจน ไม่มีอะไรที่จะช่วยสามีให้ก้าวหน้าได้เลย

ไม่ใช่เพียงแค่มัจฉาเท่านั้นที่เริ่มน้อยใจในตัวของสามี ด้านไตรเองก็เป็นเช่นกัน โดยตัวต้นเหตุก็คือสุดที่รัก ซึ่งบ้ายมาปักหลักเช่าคอนโดฯ อยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อพามัจฉากลับบ้านนั้น คอยมาหามัจฉาที่คฤหาสน์ของไตร พอสุดที่รักเห็นมัจฉา ต้องมาคอยซักเสื้อผ้าของตวิษา ทีแรกพอมัจฉาบอกว่า เธอเต็มใจทำให้ตวิษา สุดที่รักก็พอจะกัดฟันทนได้

แต่พอเขาเห็นน้อยเอาชุดชั้นในของตวิษามาให้มัจฉาซักด้วย ก็เลือดขึ้นหน้า ไปเอาเรื่องตวิษา ถึงขั้นลากตวิษาให้มาซักชุดชั้นในเอง โดยมีพ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เป็นกองเชียร์ เพราะพวกเขาถูกมัจฉาคาดโทษไว้ว่าห้ามก่อเรื่อง ทั้งๆ ที่ใจอยากจะหลอกตวิษาให้น้ำลายฟูมปากไปเลย

คุณหนูอย่างตวิษาไม่เคยยอมให้ใครมาสั่งง่ายๆ จึงแข็งขืนยืนยันจะให้มัจฉาซักชุดชั้นในเหมือนเดิม ส่งผลให้สุดที่รักได้ยิน ก็ควันออกหู ไม่เข้าใจว่าซักชุดชั้นในมันยากเย็นแสนเข็ญตรงไหน เลยลงมือซักให้ดูซะเลย ทำเอาตวิษากับคุณหญิงตรีทิพย์กรี๊ดลั่น ช่วยกันแย่งกะละมังเป็นการใหญ่

คุณหญิงตรีทิพย์โกรธจัด จนเผลอตัวพูดจาดูถูกครอบครัวมัจฉาว่าบ้านนอก สุดที่รักและครอบครัวของมัจฉาได้ยิน ก็โกรธจัด จนสุดที่รักปรามาสคุณหญิงตรีทิพย์ว่า ถึงพวกเขาจะจน แต่ก็ไม่เลี้ยงลูกจนโง่ ถึงขนาดซักชุดชั้นในไม่เป็น ชาตินี้ตวิษาไม่มีใครเอาไปทำเมียหรอก เพราะเอาตวิษาไปทำปุ๋ยคอก ก็ยังปลูกถั่วงอกไม่ขึ้นเลย

ถ้อยคำปรามาสของสุดที่รัก ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์กับตวิษาเต้นเป็นเจ้าเข้า หาคำด่ากลับไม่ถูกเลยทีเดียว ส่วนคุณอดิศรได้แต่ตบมือดังฉาดอย่างสะใจ เพราะเขาไม่ชอบใจที่ตวิษาชอบทำตัวเป็นคุณหนู จนทำอะไรไม่เป็น

สุดที่รักเห็นว่ามัจฉาถูกครอบครัวสามีแกลงจริงอย่างที่ข่อยบอก จึงแตะมือ Give Me Five กับสมาชิกในครอบครัวของมัจฉา ทำเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้า ให้ตรีทิพย์และตวิษาต้องโมโหไม่เว้นแต่ละวัน

ด้านไตรนั้น ถึงแม้จะรู้ว่าสุดที่รักเป็นห่วงมัจฉา แต่เขาก็รู้สึกเกะกะสายตาทุกครั้งที่เห็นสุดที่รักพยายามมาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดมัจฉา เพราะไตรเคยรู้มาตั้งแต่จีบมัจฉาใหม่ๆ ว่าสุดที่รักชอบมัจฉาจนถึงขั้นเคยจะให้พ่อกับแม่มาสู่ขอ

ไตรไม่พอใจที่กลับมาจากทำงานทุกครั้งเป็นต้องเห็นสุดที่รักช่วยมัจฉาทำงานบ้าน ทำกับข้าว อีกทั้งหลายครั้งที่สุดที่รักชอบพูดจากระแนะกระแหน ว่าเขาเป็นลูกแหง่กลัวแม่ ปล่อยให้แม่โขกสับมัจฉา ไม่มีน้ำยาปกป้องเมียได้ แต่ที่ไตรเจ็บปวดมากที่สุดก็คือ สุดที่รักเข้ากันได้ดีกับครอบครัวของมัจฉามากกว่าเขา ซึ่งเป็นความน้อยใจลึกๆ ของไตร ที่เขามักทำอะไรดูเก้ๆ กังๆ ทุกครั้ง ยามอยู่กับครอบครัวมัจฉา เพราะปลาร้าเขาก็กินไม่ได้ เป่าแคนเขาก็เป่าผิดเป่าถูก เว้าอีสานจะพูดยังไง เขาก็ยังพูดไม่ถูกเลย ซึ่งครั้งหนึ่งไตรเคยได้ยินพ่อเพิ่มพูดว่า สุดที่รักน่าจะเป็นลูกเขย ทำให้ไตรรู้สึกเป็นส่วนเกินของครอบครัวมัจฉา

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ทะเลาะ จนกระทั่งบานปลายมีปากเสียงกัน ถึงขั้นไตรแยกมานอนนอกห้อง พ่อเพิ่มรู้เรื่องเข้าก็ไม่พอใจ จะไปหักคอลูกเขยที่ทำให้แก้วตาดวงใจของเขาเสียใจ แต่โชคดีที่แม่วรรณาห้ามไว้ก่อนจะเบิ้ดกะโหลกผัวตัวดีสักที พร้อมกับสั่งสอนชุดใหญ่ว่า ต้องให้ทั้งไตรและมัจฉาเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาในการใช้ชีวิตคู่เอง คนเป็นพ่อและแม่มีหน้าที่แค่คอยดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น

ปัญหาในชีวิตของมัจฉาคืบคลานมากระหน่ำซ้ำอีก เมื่อยมทูตแอนดี้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับข่าร้ายที่ว่า ทางนรกได้เช็คข้อมูลเรียบร้อยแล้ว และพบว่ายมทูตแอนดี้ไม่ได้ทำงานผิดพลาดแต่อย่างใด ซึ่งก็หมายความว่า ครอบครัวของมัจฉาชะตาถึงฆาตแล้วจริงๆ

ยมทูตแอนดี้เตรียมตัวมารับวิญญาณของมัจฉาและครอบครัว ทำเอาทุกคนเสียอกเสียใจที่หมดเวลาในการใช้ชีวิตการเป็นมนุษย์ มัจฉาหาทางบอกไตรให้รู้เป็นนัยๆ ว่า อีกไม่นานเธอและเขาจะตองพรากจากกันตลอดไป หากกลายเป็นว่า ไตรเข้าใจผิดคิดว่ามัจฉาจะทิ้งเขาแล้วไปอยู่กับสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่า ไตรจึงยิ่งกลุ้มใจมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งผลดีให้เอื้อมพรเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ด้วยการทำทีเป็นที่ปรึกษาให้ไตรระบายความกลัดกลุ้ม จนพานกลับบ้านดึก ทำให้มัจฉาเป็นห่วง รวมทั้งเสียใจทุกครั้งที่เห็นว่า คนที่มาส่งไตรทุกคืนคือเอื้อมพร

ตรงกันข้ามกับคุณหญิงตรีทิพย์และตวิษา ที่ดีใจจนเนื้อเต้น จนคุณอดิศรอดค่อนแขะไม่ได้ว่า หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตวิษา ไม่รู้ว่าตรีทิพย์ยังจะดีใจยิ้มจนเหงือกบานอย่างนี้หรือไม่ ทำเอาสองแม่ลูกกรี๊ดๆ ไม่หยุด

ฝ่ายข่อย สงสารพี่สาวที่จะถูกเอื้อมพรแย่งสามี เลยแกล้งทำให้หมาทั้งซอยหอน ทำเอาเอื้อมพรต้องรีบเผ่นแน่บ ทั้งๆ ที่อยากอยู่ออเซาะไตรต่อ จากนั้นข่อยก็แกล้งเสกให้กระป๋องน้ำอัดลม ท่อนไม้ ถังขยะ ลอยกระแทกมาใส่หัวของไตรเสียเลย เผื่อจะหายโง่เลิกคว้าก้อนกรวดมาแทนเมียแสนดีอย่างพี่สาวเขา

ข่อยอดรนทนไม่ไหวที่ต้องมาเห็นพี่สาวน้ำตาเช็ดหัวเข่าทุกวัน จึงไปฟ้องสุดที่รักว่า เอื้อมพรจะแย่งไตรไปจากมัจฉา สุดที่รักได้ยินก็กระโดดดีใจสุดเหวี่ยง ที่รู้ว่าไตรกับมัจฉาจะเลิกกัน ทำเอาข่อยถึงงงๆ ว่านี่เขามาหาตัวช่วยผิดคนหรือเปล่า พอสุดที่รักเห็นสายตาของข่อยก็รู้สึกได้ รีบทำเก๊กเป็นคนดี แสร้งทำเป็นเห็นใจ ไม่อยากให้ไตรกับมัจฉาเลิกกัน โดยรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้

ทีแรก สุดที่รักจะไปเอาเรื่องไตร แต่พอเห็นขนาดหุ่นและมัดกล้ามของไตร ที่ทั้งใหญ่ทั้งหนากว่า ก็ขอถอยไปตั้งหลักก่อน และแล้ว สุดที่รักก็คิดได้ว่า เขาควรเล่นงานใครดี ที่เขาพอจะสู้ได้อย่างสูสี ซึ่งคนที่หวยออกก็คือ ตวิษา

สุดที่รักไปต่อว่าตวิษา ว่าร่วมมือกับเอื้อมพรในการแย่งไตรกับมัจฉา หากนั่นยังไม่น่าเจ็บใจเท่าสุดที่รักบอกว่า ตวิษาทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง นอกจากทำให้ผัวเมียชาวบ้านเขาเลิกกัน ทั้งๆ ที่พ่อแม่ส่งไปเรียนถึงต่างประเทศ ทำเอาตวิษาโกรธจัด ปาข้าวของใส่สุดที่รักไม่หยุด ซึ่งตวิษาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า นอกจากความรู้สึกโกรธตาบ้านนอกคนนี้ เธอยังมีความรู้สึกน้อยใจรวมอยู่ด้วย น้อยใจที่เขาไม่เคยเห็นเธอมีดีในสายตา ต่างจากลูกชายลูกท่าน หลานเธอทั้งหลาย ที่ต่างชมว่าเธอคือผู้หญิงสุดเพอร์เฟกต์

และแล้ว ก็ได้เกิดเรื่องไม่คาดฝันครั้งใหญ่ขึ้นในวงการนรก เมื่อมัจฉาได้ตั้งท้องลูกของไตร... ตึงงงงงง!

ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อยมทูตรายงานกับทางนรกถึงปัญหาหนักที่ตามมา และแล้วมัจฉาก็ได้รับการต่อเวลาให้มีร่างมนุษย์ต่อไป ตราบจนกว่าจะคลอดลูก

ด้านตรีทิพย์ ที่ถึงแม้จะเกลียดชังมัจฉาแค่ไหน แต่เมื่อรู้ว่ามัจฉากำลังอุ้มท้องหลานของเธอ ตรีทิพย์ก็เริ่มใจอ่อน และยอมดูแลมัจฉาอยู่ห่างๆ อย่างไว้ฟอร์ม ขณะที่เอื้อมพรเล็งเห็นว่า ตรีทิพย์กำลังเอนเอียงไปทางมัจฉา จึงวางแผนรวบหัวรวบหางไตร เพื่อเรียกร้องสิทธิ์การเป็นภรรยาของไตรอีกคน แล้วแผนการของเอื้อมพรก็สำเร็จจนได้

รุ่งขึ้น เมื่อมัจฉาได้รู้ว่าไตรได้เสียกับเอื้อมพร ก็เสียใจมาก แต่ลึกๆ ก็แอบดีใจที่ไตรจะได้มีคนดูแลต่อจากเธอ หากแต่สิ่งที่เอื้อมพรต้องการมากกว่าแค่คำขอโทษ หรือการยินดีรับเลี้ยงดู เพราะเธอต้องการให้มัจฉาหย่าขาดจากไตร แลกกับการไม่เอาเรื่องไปแฉ ทำให้หน้าที่การงานของไตรต้องมีปัญหา

ด้านพ่อเพิ่ม ที่รู้เรื่องไตรมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอื้อมพร ก็โกรธจนตัวสั่น แต่ก็ติดตรงที่แม่วรรณา เมียรักเคยขอให้อย่าไปยุ่งเรื่องของลูก เลยไม่กล้าทำอะไรลูกเขยคนโปรดของแม่วรรณา ทว่า พอพ่อเพิ่มหันไปเห็นเมียรักยืนตัวสั่น ก็ตกใจ นึกว่าผีเข้า เลยถูกแม่วรรณาเบิ้ดกะโหลก บอกว่า เป็นผีอยู่แล้ว ผีที่ไหนจะมาเข้าได้ยังไง และสาเหตุที่เธอตัวสั่น ก็เป็นเพราะโกรธที่พ่อเพิ่มไม่จัดการลูกเขยหลายใจอย่างไตรเสียที พ่อเพิ่มได้ยินก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ จะจับไตรหักคอคืนนี้ซะเลย

ทว่า มัจฉาเห็นแก่ไตรที่ตกที่นั่งลำบาก เลยตัดสินใจจะพาครอบครัวของตัวเองกลับบ้านโคกอีเห็น ทำเอาพ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เซ็งกันหมด มีเพียงสุดที่รักคนเดียวเท่านั้นที่ลั้ลลาดีใจเป็นที่สุด ที่จะได้กลับบ้านไปดูแลมัจฉาในถิ่นของตัวเองเสียที

การกลับไปของครอบครัวมัจฉา สร้างความงุนงงสงสัยให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะ “เสี่ยแสน” และ “สร้อย” พ่อกับแม่ของสุดที่รัก ที่ได้ยินชาวบ้านนินทามัจฉาและครอบครัวว่า มีอะไรผิดปกติหลายอย่าง อีกทั้งหมอผีประจำหมู่บ้านยังยืนยันฟันเฟิร์มอีกว่า ครอบครัวนี้คือ อดัม แฟมิลี่อย่างแน่นอน

เสี่ยแสนและสร้อยพยายามเตือนสุดที่รัก ไม่ให้ยุ่งกับครอบครัวมัจฉา หากแต่สุดที่รักก็ยังยืนกรานว่ามัจฉาไม่ใช่ผีอย่างที่ใครนินทา ทำเอาสองสามีภรรยาที่รักลูกชายอย่างสุดที่รักยิ่งดวงใจ ต้องหางพิสูจน์ให้ได้ ว่าความจริงแล้ว ครอบครัวของมัจฉาเป็นผีจริง ตามที่ชาวบ้านพูดหรือเปล่า

ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น ไตรที่เห็นภรรยาสุดที่รักหนีกลับบ้านนอก ก็น้อยใจ คิดว่ามัจฉาหมดรักเขาจริงๆ เลยเอาแต่ดื่มเหล้า ส่วนเอื้อมพรก็ย้ายข้าวของมาอยู่ในคฤหาสน์ฐากูรเรืองวิริยา ในฐานะภรรยาคนใหม่

นิสัยชอบดูถูกคนและจิกหัวคนรับใช้อย่างกับทาสของเอื้อมพร ทำให้ พิศ น้อย และคนรับใช้ในคฤหาสน์ ฐากูลเรืองวิริยา ไม่ชอบเอื้อมพร ทุกคนต่างนึกถึงตอนที่มัจฉาอยู่ เพราะมัจฉาชอบมาช่วยพวกตนทำงาน ส่วนพวกแม่วรรณาก็ชอบตำส้มตำปลาร้าให้พวกพิศกินอย่างไม่ถือตัว หรือถือเรื่องที่เคยผิดใจกัน

นอกจากคนรับใช้จะเริ่มไม่ชอบเอื้อมพร คุณหญิงตรีทิพย์ก็ชักเริ่มอยากจะอัปเปหิเอื้อมพรไปจากคฤหาสน์ เพราะเอื้อมพรมีนิสัยฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย แต่ที่คุณหญิงตรีทิพย์ไม่ชอบอย่างแรงก็คือ เอื้อมพรพูดต่อว่ากฎประหยัดต่างๆ ในคฤหาสน์ ว่าคนคิดประสาทบ้างเอย สมองแร้งทึ้งบ้างเอย ต้องเป็นพวกชอบข่มเหงลูกและสามี ฯลฯ โดยหารู้ไม่ว่า คนที่ตั้งกฎก็คือคุณหญิงตรีทิพย์นั่นเอง

เวลานี้ คุณหญิงตรีทิพย์เริ่มคิดถึงมัจฉา ภาพที่มัจฉาคอยช่วยทำงานบ้าน ทำกับข้าว ค่อยๆ ผุดมาเปรียบเทียบกับเอื้อมพร ที่วันๆ ตื่นมาก็บ่ายคล้อย แต่งหน้ากว่าจะเสร็จก็เย็น งานการก็ไม่ทำ เอาแต่ช้อปปิ้ง ดริ๊งค์แอนด์แดนซ์ถึงเที่ยงคืน ยามนี้ คุณหญิงตรีทิพย์เลยคิดถึงมัจฉา โดยเฉพาะหลานตัวน้อยๆ ที่อยู่ในท้องของมัจฉา

คุณอดิศรรู้เรื่องคุณหญิงตรีทิพย์เริ่มไม่โปรดเอื้อมพร ก็หัวเราะสะใจเป็นการใหญ่ เพราะเขาละหน่ายกับนิสัยมองคนแต่เปลือกของภรรยาอย่างมาก ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์ไม่พอใจ ขู่จะตัดเงินรายวัน คุณอดิศรเลยต้องแอบไปหัวเราะนอกบ้านดังๆ คนเดียว

ทว่า พอคุณอดิศรมาเห็นสภาพของไตร ที่เมาหัวราน้ำกลับมาบ้านแทบทุกวัน ก็ทนเห็นสภาพของลูกชายไม่ไหว เลยตัดสินใจพูดเตือนสติไตร โดยขอให้ไตรนึกถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับมัจฉาในวันแต่งงาน และเมื่อคนสองคนได้สัญญาจะแก่ตายไปด้วยกัน หากมีปัญหาที่คับข้องใจกัน ถ้าเบาก็ให้อภัย แต่ถ้าหนักก็ไม่ควรจะเก็บไว้แล้วคิดฟุ้งซ่านคนเดียว แต่ควรจะหันหน้าคุยกัน เพราะความจริงอาจจะไม่ใช่อย่างที่ไตรคิดก็เป็นได้ คำเตือนของพ่อ ทำให้ไตรตัดสินใจจะเดินทางไปบ้านโคกอีเห็น

โดยช่วงเวลาเดียวกันนั้น เสี่ยแสนและสร้อยเห็นว่า สุดที่รักและไตรกำลังตกอยู่ในวังวนของครอบครัวผี เลยหาทางแฉครอบครัวมัจฉาทุกคนด้วยสารพัดวิธี ทั้งหาหมอผีไทย เขมร มอญ ฝรั่ง มาทำพิธีปราบ แต่ทุกครั้งกลับเจออิทธิฤทธิ์ของอดัมแฟมิลี่ จนพากันหนีเตลิดเปิดเปิง

ภาพของไตรที่หอบหิ้วกระเป๋ามาที่บ้านของมัจฉา เป็นภาพที่มัจฉาคิดว่าฝันไป แค่อ้อมกอดของไตรที่โผเข้ามากอดเธอ พร้อมทั้งพูดขอโอกาส มัจฉาจึงรู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป ด้วยใจที่รักมั่น กอปรกับรู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์อีกไม่นาน ทำให้มัจฉาพร้อมจะให้อภัยไตรทุกอย่าง ไตรกับมัจฉาปรับความเข้าใจกันและกัน ไตรยอมเปิดเผยความรู้สึก ตั้งแต่หึงมัจฉาที่มีสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่า อยู่เคียงข้าง หรือแม้แต่การปรับตัวเข้าไม่ได้กับวิถีชีวิตอีสานของครอบครัวมัจฉา ซึ่งมัจฉาบอกกับไตรว่า คิดมาก เธอกับสุดที่รักเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก และจะเป็นตลอดไป เพราะเธอได้มอบใจให้กับไตรไปจนหมดแล้ว ส่วนการปรับตัวเข้ากับครอบครัวเธอนั้น มัจฉาอยากให้ไตรเป็นตัวของตัวเอง อย่าฝืน เพราะไตรจะไม่มีความสุข ซึ่งนั้นคือสิ่งที่มัจฉาไม่ต้องการให้เกิดกับคนที่เธอรัก....

ยมบาลเจ้าขา 2556

เรื่องย่อ : ยมบาลเจ้าขา (2556/2013) ในแดนนรกภูมิ ท้องฟ้าอันเป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับแดนนรก เกิดวิปริตผิดอาเพศ พญายมราชได้เล็งทิพยเนตรดูจึงรู้ว่า บัดนี้นอกจากสมดุลธรรมชาติของโลก จะถูกมนุษย์ทำลายลงแล้ว ศีลธรรมก็กำลังจะสูญหายไปจากสังคม ทำให้คนตกนรกกันมากแต่สวรรค์กลับว่างเปล่า สมดุลแห่งโลกวิญญาณก็กำลังวิกฤติเช่นกัน หากนรกแตกลงเมื่อใดบรรดาสัตว์นรกจะหนีไปเกิดเป็นมนุษย์ จะได้ครอบครองอำนาจ สุดท้ายก็จะเป็นผู้ทำลายโลกมนุษย์จนพินาศไปในที่สุด ชุมชนใกล้ ๆ อพาร์ทเม้นท์ของลลิต ก็เกิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย โดยมีต้นเหตุสำคัญมาจากการที่อพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ มีลิฟต์ที่สร้างทับประตูทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และแดนนรก ทำให้ลิฟต์นี้กลายเป็นทางผ่านที่ยมทูต ผู้ที่ได้รับคำบัญชามาจากท่านพญายม ให้นำดวงวิญญาณที่ทำกรรมดีและกรรมชั่วทั้งหลายลงไปฟังคำตัดสินพิพากษา ในแดนนรก ท่านพญายมนอกจากจะมีสุวานและสุวรรณ ที่ทำหน้าที่เลขานุการควบคุมบัญชีบาปบุญแล้ว ท่านพญายมยังได้แต่งตั้งดวงวิญญาณของเด็กน้อย ที่ถูกทำแท้ง แต่มีความกตัญญูสูงให้เป็นยมทูตพิเศษ ชื่อยมทูตกุมารทองอีกด้วย ซึ่งกุมารทองหรือยมทูตหนูทองนี้สามารถท่องไปโลกมนุษย์และสวรรค์ได้ตามคำบัญชา เพื่อภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือคนดี และเปลี่ยนใจคนหลงผิดให้กลับใจ เพื่อจะได้ไม่ต้องลงมาในแดนนรก ด้วยความที่ประตูทางเชื่อมยมโลกอยู่ที่ลิฟต์ของอพาร์ทเม้นท์นี้ ทำให้ยมทูตกุมารทองต้องเข้ามาคลุกคลีกับคนในอพาร์ทเม้นท์ของลลิตอยู่เสมอ ลลิต สาวสวยเจ้าของอพาร์ทเม้นท์เจ้าปัญหา เพิ่งจะสูญเสียบิดาไปไม่นาน จึงต้องมารับหน้าที่เป็นผู้สืบทอดธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ของครอบครัว โดยมีพระเอกคือ ผู้กองมนัส นายตำรวจหน่วยสืบสวนคดีพิเศษ หรือตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่ได้รับการมอบหมายให้มาแฝงตัวเพื่อสืบข่าวท้องที่ จนมีเหตุจำเป็นให้มาอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของลลิต การทำงานของมนัสคือการแฝงตัวมาสืบข่าว ทำให้ต้องเจอกับคดีต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความฟอนเฟะของสังคม ทั้งคดีฆาตกรรม คดีทำแท้ง คดียาเสพติด และเรื่องราวการทำดีทำชั่วของคนในสังคมรอบข้าง ไปจนถึงกระแสวัฒนธรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาจนบดบังความดีงามของวัฒนธรรม รวมไปถึงค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ยึดติดอยู่กับวัตถุ แม้กระทั่งกิเลสตัณหา รัก โลภ โกรธ หลง หรือความอยากได้ใคร่มี หวังไปให้ถึงเป้าหมายสูงที่สุดของชีวิต โดยไม่คำนึงถึงวิธีการที่ให้ได้มา แต่สุดท้ายแล้วบาปนั้นก็จะย้อนกลับมาทำลายชีวิตพวกเขาในที่สุด ทั้งหมดทั้งมวลมาจากต้นเหตุของศีลธรรมอันดีงามของมนุษย์ได้เสื่อมถอยลงไปนั่นเอง เหตุการณ์ทั้งดี ทั้งชั่ว เรื่องราวที่นำมาซึ่งความสุขความเจริญในชีวิต และเรื่องราวที่เป็นเหตุนำพาให้ชีวิตตกต่ำลงต่าง ๆ มากมายได้เข้ามาพัวพันข้องเกี่ยวกับชีวิตของลลิต และมนัส ไม่รู้จักจบสิ้น จนดูเหมือนว่าลลิต และมนัส จะกลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดเรื่องราวทั้งดีและร้ายต่าง ๆ เข้ามาโดยไม่รู้ตัว เพราะพวกเขาไม่รู้ว่านั่นเป็นเพราะลิฟต์ในอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้เป็นทางเชื่อมยมโลกนั่นเอง ท่ามกลางเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชุมชนทำให้พระเอกและนางเอก ซึ่งปรกติจะเป็นคู่กัดกันอยู่เสมอ ต้องหันหน้าเข้าหากัน ยอมสลบศึกชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้คน โดยมียามปุ๋ยคนงานเก่าแก่ของพ่อนางเอก ผู้กลัวผีเป็นชีวิตจิตใจแต่ก็มักจะต้องมาพบเจอผีอยู่เสมอ เป็นคนคอยสร้างเรื่องราวและความวุ่นวายที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างเสมอ แต่ไม่ว่าเรื่องราวต่าง ๆ จะเกิดขึ้นมากมายอย่างไร มนัสมักจะหาสาเหตุเจออยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งลลิตกลายเป็นผู้ช่วยในการหาสาเหตุได้อย่างไม่ตั้งใจ ถึงแม้บางครั้งการทำชั่วของมนุษย์จะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่เมื่อมนุษย์ที่หมดบุญบนโลกแล้วนั้น ต้องลงไปรับการพิจารณาอย่างเที่ยงธรรมจากท่านพญายมราชอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังคำพูดที่กล่าวว่า "ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ" ติดตามชม ละครยมบาลเจ้าขา ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 18.00 - 18.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครยมบาลเจ้าขา เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2556

กำลังแสดงผลลัพธ์ทั้งหมด 5 รายการ