แค้น (2566/2023) ปรางทอง ลูกติดที่แม่ของเธอต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของเศรษฐี เธอเกิดมาพร้อมคำดูถูก และถูกปฏิบัติให้เหมือนเด็กรับใช้ในบ้าน ทันทีที่ เหมือนแพร ที่มีศักดิ์เป็นหลาน ลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ ปรางทอง สะสมความแค้น วางแผนทำทุกอย่างเพื่อยึดสมบัติของตระกูลนี้มาเป็นของตัวเอง หลังถูก ปรางทอง หลอกลวง เวลาผ่านไป 14 ปี เหมือนแพรกลับมาอีกครั้งพร้อมชำระความแค้น (Source: ch3plus.com)

คือเธอ 2565

คือเธอ Bad Romeo (2565/2022) สายขิม (อุรัสยา เสปอร์บันด์) คุณหนูผู้อินโนเซนต์ เคยเจอกับ ก้าวกล้า (มาริโอ้ เมาเร่อ) เจ้าของอู่รถฐานะยากจน รู้จักและจากลากันในช่วงเวลาหนึ่ง และเมื่อเวลาผ่านไป 7 ปี สายขิมได้เจอกับก้าวกล้าอีกครั้ง แต่ก้าวกล้ากลายมาเป็น คาร์ล รามาน บุตรบุญธรรมผู้สืบทอดธุรกิจของ เอเชีย (เมทินี กิ่งโพยม) เศรษฐินีที่ช่วยชีวิตเขา ขณะที่สายขิมได้กลายเป็นทายาทธุรกิจโรงแรมของ ทรงศีล (ยุรนันท์ ภมรมนตรี) อย่างเต็มตัว เธอไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาอีกต่อไป สายขิมรู้ว่า พิจิกา (อัญษนา บุรานันท์) พี่สะใภ้ขี้อิจฉาของทรงศีล พ่อของเธอ หวังฮุบธุรกิจให้ พร้อมพัฒน์ (วฤธ หงสนันทน์) และ พริ้มเพรา (ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล) ลูกทั้งสองของเธอที่เกลียดสายขิมเข้าไส้ สายขิมจึงต้องปกป้องทุกอย่างที่เป็นของเธอไม่ให้ใครมาแย่งชิง สายขิมกำลังจะแต่งงานกับ แทนไท (ธัชทร ทรัพย์อนันต์) ลูกชายเจ้าของธนาคารชื่อดัง แต่เมื่อได้พบกับก้าวกล้าอีกครั้ง สายขิมก็ถึงกับเสียศูนย์ ยิ่งเห็นก้าวกล้าควง แคลร์ (รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร) นางแบบชื่อดัง สายขิมก็แอบเจ็บใจ ระริน (รามาวดี นาคฉัตรีย์) แม่ของแคลร์ กลับมาเมืองไทย ทำให้สายขิมมีโอกาสใกล้ชิดและประทับใจในตัวเธอ พริ้มเพรารู้ว่าก้าวกล้ากลายเป็นหนุ่มหล่อรวย เธอก็ทำตัวใกล้ชิดเพื่อมาจับก้าวกล้าทันที เพราะรู้ว่าฐานะของก้าวกล้าในตอนนี้จะทำให้เธอเย้ยสายขิมได้อย่างสะใจ ก้าวกล้ารู้ทันมารยาของพริ้มเพราดี จึงแกล้งปั่นหัวเธอไว้เป็นหนอนบ่อนไส้ เพื่อขับเคี่ยวธุรกิจกับทรงศีลและพร้อมพัฒน์ คือเธอ สายขิมได้เจอกับ ฤกษ์ (วันชนะ สวัสดี) พ่อของก้าวกล้า และ กลอยใจ (มาริลิน เคท การ์ดเนอร์) น้องสาวของก้าวกล้า อีกครั้ง กลอยใจกลายเป็นผู้ช่วยของก้าวกล้า สายขิมไม่นึกเลยว่าน้องสาวที่เธอเคยรักและเอ็นดูก็จะมองเห็นเธอเป็นคู่แข่งไปด้วย ลิตา (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) เพื่อนสนิทของสายขิม ไม่ชอบหน้าแทนไทมานานแล้ว เพราะมองว่าแทนไทคบกับสายขิมเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น ลิตาสงสัยว่าแทนไทกำลังจะจับปลาสองมือ จึงพยายามขวางไม่ให้สายขิมได้แต่งงานกับแทนไท เรื่องราวกลับตาลปัตร เมื่อคาร์ลได้ค้นพบหลักฐานบางอย่างมาข่มขู่สายขิมเรื่องแต่งงานกับแทนไท สายขิมกับก้าวกล้าทะเลาะกันจนทำให้ทั้งคู่พลั้งปากพูดเรื่องในอดีตออกมา สายขิมไปคาดคั้นจนลิตาสารภาพเรื่องสลับจดหมาย ทำให้สายขิมรู้ความจริงว่าทรงศีลจัดฉากเรื่องทั้งหมด สายขิมยอมรับผิดและขอชดใช้ให้ก้าวกล้า ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกัน สายขิมต้องคอยสับรางระหว่างก้าวกล้ากับแทนไท จนแทนไทเริ่มสงสัย ลิตายอมมารับหน้าแทนไทให้สายขิมเพื่อไถ่โทษที่เคยทำผิดกับสายขิม แต่กลายเป็นว่าลิตาเริ่มเห็นใจแทนไท และรู้ใจตัวเองว่าที่จริงแล้วเธอแอบชอบแทนไทมาตลอด การได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้งของก้าวกล้าและสายขิมทำให้ทั้งคู่เริ่มหวั่นไหว ซึ่งนั่นไม่อาจรอดสายตาเอเชียไปได้ เอเชียเริ่มออกอาการหวงก้าง จึงยืมมือแคลร์ทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองคน จนเป็นเหตุให้สายขิมเกิดอุบัติเหตุ โชคดีที่ เข้ม (ศุภชัย สุวรรณอ่อน) ลูกน้องคนสนิทของก้าวกล้า มาบอกก้าวกล้าทัน ก้าวกล้าจึงมาช่วยชีวิตสายขิมได้ทันเวลา พอก้าวกล้ารู้ว่าเอเชียอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุก็ไปจัดการกับเอเชียทันที อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้แทนไทรู้ความจริงในอดีตของสายขิมกับก้าวกล้า เขารู้สึกเสียใจมาก ลิตาได้แต่ปลอบใจ ส่วนก้าวกล้าและสายขิม แม้จะรู้ใจตัวเอง แต่ต่างคนต่างก็ยังปากแข็ง ทั้งคู่จะกลับมาใช้ชีวิตคู่กันใหม่อีกครั้งเพื่อลบความเคลือบแคลงใจที่เคยมีต่อกัน และจะกลับมาเชื่อในกันและกันอีกครั้งได้หรือไม่ ติดตามชมความสนุกกันต่อได้ในละคร คือเธอ

อกเกือบหักแอบรักคุณสามี 2563

อกเกือบหักแอบรักคุณสามี (2563/2020) เมย (มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน) มัณฑนากรสาวของบริษัทแฮมม็อค รู้สึกมีความสุข เหมือนฝันเป็นจริง เพราะกำลังจะได้เข้าพิธีแต่งงานกับเธียร(หมาก-ปริญ สุภารัตน์) สถาปนิกหนุ่มบริษัททีพีซี ซึ่งเมยแอบหลงรักมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ยิ่งเมื่อคุณศจี (ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี) แม่ของเธียร เอ็นดูเมย จนขอเมยจากประภา ( หมวย-อัญษนา บุรานันท์) เพื่อนสนิทมาเลี้ยงเหมือนลูกสาว ทำให้เมยได้ใกล้ชิดอยู่บ้านเดียวกับเธียร แต่เธียรเห็นเมยเป็นเพียงน้องสาวเท่านั้น ยิ่งกับการแต่งงานครั้งนี้อยู่ในภาวะจำยอม เพราะเธียรพลั้งเผลอไปมีสัมพันธ์กับ ญาดา(ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ) โดยไม่รู้ว่าญาดามีสามีอยู่แล้วคือพลเดช(ภูมิ-ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) นักการเมืองผู้มีอิทธิพล ก็เลยโดนพลเดชตามขู่อาฆาตจะฆ่าให้ตาย ดีที่รอดมาได้ คุณศจีรู้เรื่อง เป็นห่วงลูกชาย จึงบังคับให้เธียรจดทะเบียนแต่งงานกับเมย เพื่อแสดงให้พลเดชเห็นว่าไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับญาดาอีกแล้ว เมยเองก็ไม่ปฏิเสธคำขอของศจี ผู้มีพระคุณ เพราะเมยเองก็อยากปกป้องเธียรอยู่แล้ว เธียรจำใจแต่งงานกับเมยเพราะญาดาและพลเดชยังตามราวีไม่เลิก ญาดาเศร้าเสียใจมากเพราะคิดจริงจังกับเธียร ก็เลยโดนพลเดชทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแสนสาหัส วันแต่งงานของเธียรกับเมย จัดขึ้นอย่างกระทันหัน ริ (โย่ง-อนุสรณ์ มณีเทศ) พี่ชายเธียร และ ม่น(สายไหม-มณีรัตน์ ธรรมมณีวงศ์)พี่สะใภ้ ร่วมกับแม่แม่ ศจี และ ประภา จัดงานแต่งงานอย่างเรียบง่ายภายในครอบครัว เธียรและเมยเริ่มชีวิตแต่งงานด้วยกัน โดยเธียรขอสัญญาจากเมยว่าห้ามบอกเรื่องแต่งงานกับใครที่บริษัท เธียรยังคงทำตัวเย็นชากับเมย ขนาดไปทำงานบริษัทใกล้กัน ยังไม่ยอมให้เมยนั่งรถไปด้วย แต่เมยก็พยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดี ทำอาหารให้ทาน ดูแลเสื้อผ้าทุกอย่าง รวมทั้ง สโนว์ แมวตัวโปรดของเธียร แม้ว่าเจ้าสโนว์ชอบจะมีเรื่องทะเลาะจิกกัดกับเจ้าโอยัวะ หมาของเมย จนทำให้เมยโดนเธียรดุตลอด ญาดายังไม่ยอมตัดใจจากเธียร ทำให้ธาดา(สุรศักดิ์ ชัยอรรถ) พ่อของเธอไม่พอใจ เพราะพลเดชมาฟ้อง ญาดาโกรธพ่อที่ทำให้ชีวิตคู่ของเธอไม่มีความสุขเลย ด้านแฮมม็อค ชาติ (บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ ) แจ้งกับทุกคนในฝ่าย คือ ตุ่ม(คณิตกุล เนตรบุตร) , กั้ง (ลลนา ก้องธรนินทร์) , กบ(คณิน สแตนลีย์) และเมย ว่าแฮมม็อคจะย้ายบริษัท ไปรวมกับบริษัททีพีซี ทำให้เมยเครียดเพราะต้องไปเจอกับเธียร จะต้องมีปัญหาแน่นอน ซึ่งเมื่อวันย้ายบริษัทไปรวมกันวันแรก เธียรก็สั่งเรียกประชุมทันที ทุกคนโอดโอยกับความโหดของเธียร ขณะเดียวกันญาดาก็ตามมาตอแยเธียรอีก มาเฝ้ารอทั้งวัน เธียรไล่ให้กลับก็ไม่ยอม แถมประชดด้วยการมากอดจูบเธียรถึงลานจอดรถอีก ดีที่เมยตามมา และปะทะกับญาดาจนเธอต้องยอมกลับไป เธียรตัดสินใจให้เมยลาออกจากงาน เพราะห่วงว่าญาดาจะตามมาราวีอีก และอาจเปิดเผยเรื่องการแต่งงานของเธียรกับเมย แต่เมยยืนยันไม่ยอมลาออกเพราะรักงานที่นี่ เธียรทำอะไรไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจเมยหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่หนุ่มๆในบริษัทตามจีบเมย ทั้งกบ และ ชาติ แต่เมยไม่ได้สนใจใคร แต่สำหรับเธียรมีสาวๆสนใจเยอะมาก หนึ่งในนั้นคือ ข้าวฟ่าง(พิชชาภา พันธุมจินดา) พนักงานบัญชีที่แอบชอบเธียร พอเห็นเมยใกล้ชิดเธียรก็หาเรื่องแล้วยังคอยส่องคอยสืบพฤติกรรมเมยอีกด้วย เธียรเห็นเมยใส่แหวนแต่งงานก็โกรธว่าเมยตั้งใจประกาศให้คนรู้ แม้ว่าเมยจะบอกว่าถอดไม่ออก เธียรก็ไม่เชื่อ ทะเลาะกันวุ่นวาย ญาดาตัดสินใจหย่ากับพลเดช แล้วรีบมาบอกเธียร แต่เธียรไม่สนใจ เพราะยังไงก็ไม่คิดยุ่งกับญาดาอีก ญาดาก็เลยป่าวประกาศเรื่องเธียรแต่งงานกับเมยให้ทุกคนรู้ ทำเอาเพื่อนสนิทอย่างเบียร์(ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ ) ตูน(ธนากร ชินกูล) น็อต (โม วิศรุต หิมรัตน์) อึ้งกันไปเลย ด้านเชษฐ์ (เตชินท์ พลอยเพชร) หัวหน้าแผนกสถาปนิกก็พลอยรับรู้ไปด้วย เชษฐ์รีบไปแจ้งเรื่องนี้ให้ บารมี (ชัชวรินทร์ คล้ายนาค) ประธานคณะกรรมการบริหารทีพีซีทราบ เพราะเกี่ยวพันกับเรื่องที่ธาดา พ่อของญาดามาซื้อหุ้นบริษัทด้วย เธียรกับเมย จะไปต่อยังไง เรื่องรัก เรื่องงาน วุ่นวาย ตามลุ้นตามเชียร์ว่าความรักของคู่นี้จะลงเอยกันได้อย่างไร...ติดตามชมได้ใน " อกเกือบหักแอบรักคุณสามี "

ลิขิตรัก The Crown Princess 2561

ลิขิตรัก The Crown Princess (2561/2018) นาวาตรี “ดวิน” (วิน) (ณเดชน์ คูกิมิยะ)นายทหารนาวิกโยธินประจำหน่วยรบพิเศษ ชายหนุ่มผู้มีความศรัทธาในความรัก และตั้งปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่า ชีวิตนี้จะรักเดียวใจเดียว และแต่งงานกับผู้หญิงเพียงคนเดียว ดวินจึงเป็นหนุ่มโสดสุดฮอตที่สาวๆ ต่างหมายปอง แต่ไม่มีใครได้เป็นเจ้าของซ้ากกกกที ไม่ว่าคุณหญิงเสาวนี (แม่)(อารียา สิริโสภา) จะพยายามหาผู้หญิงที่สุดแสนจะเพอร์เฟกต์มาให้ แต่ดวินต้องหาข้อเสีย และจุดบกพร่องของผู้หญิงคนนั้นได้ทุกที จนทุกคนสงสัยว่าผู้หญิงในฝันของเขาต้องเพียบพร้อมขนาดไหน ถึงจะเอาชนะใจผู้ชายช่างเลือกอย่างดวินได้ นอกจากความช่างเลือก ดวินยังมีความเนี้ยบ กริบ ในการทำงานอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เขารักอาชีพทหารสุดหัวใจ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดอยากเป็นอย่างอื่น ด้วยความเป็นคนมุ่งมั่นและฝึกหนักดวินก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญอย่างรวดเร็ว เป็นหัวหน้าทีมเฉพาะกิจชื่อ D-Team ทำหน้าที่ปฏิบัติการลับสุดยอด โดยเฉพาะการอารักขาบุคคลสำคัญระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเทศ กษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ประเทศต่างๆ เมื่อเดินทางมาประเทศไทย D-Team ประกอบไปด้วยดวิน (ทำหน้าที่หัวหน้าทีม) “กรรณ” (นิธิชัย ยศอมรสุนทร) อายุมากสุดในทีม นักแม่นปืนเงียบขรึม พูดน้อย แต่พูดแล้วช่างบาดลึก “ลิง” (ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์) นายทหารหนุ่มรูปร่างเพรียว ปราดเปรียว เคลื่อนไหวได้รวดเร็วถนัดต่อสู้ด้วยมือเปล่า กะล่อน กวน “หิน” (ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์) นายทหารร่างใหญ่ กล้ามแน่น แรงเยอะ และมีความสามารถเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทุกชนิด หน้าตาคมเข้ม หล่อ ล่ำ แต่มักจะพูดจาเชยๆ โดยเฉพาะเวลาจีบหญิง คนสุดท้ายของทีมคือ “ดานิกา” หรือ “แพน” (ณัฐฐชาช์ บุญประชม) ผู้หญิงคนเดียวของทีม เป็นลูกพี่ลูกน้องของดวิน ดานิกาเป็นคนช่างสังเกตและเป็นคนที่เก็บรายละเอียดได้เป็นอย่างดี เป็นเหมือนคลังข้อมูลของทีม .. ดวิน , กรรณ , ลิง , หิน และ แพน .. คือสุดยอดทีมอารักขาที่สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุด ไม่ว่าพวกเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายและล่อแหลมแค่ไหนก็ตาม ดวินสามารถวางแผนและดึงศักยภาพของลูกทีมออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ด้วยความเทพของทีม ทำให้ดวินมีภารกิจมาให้ทำตลอดเวลา ไม่เคยได้พักมาเป็นเวลาหลายปี...แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้พักร้อนเป็นเวลา “5 วัน” !!!! 5 วันที่แสนมีค่าดวินไปพักที่เกาะแห่งหนึ่งอันแสนห่างไกล เกาะที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น นอกจากธรรมชาติอันแสนสงบและสวยงาม เดิมกองทัพเรือเคยใช้เกาะนี้สำหรับฝึกหน่วยรบพิเศษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วินชอบมากที่สุด ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เขาจึงมักมาพักที่เกาะนี้ เพื่อทบทวนสิ่งที่เคยได้ฝึก ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำลึก ปีนหน้าผา วิ่งขึ้นเขา หรือการเอาตัวรอดในป่า ดวินมีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับมาใช้ชีวิตแบบบู๊สุดๆโดยไม่มีใครมายุ่งวุ่นวาย แต่....ดวินหารู้ไม่...การมาพักครั้งนี้ เขาจะต้องพบกับ “ความวุ่นวาย” ที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตอย่างที่สุด !! ความวุ่นวายที่จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาเขา...ความบังเอิญของชะตาชีวิตที่เขาไม่ได้ลิขิต และไม่มีวันจะคิดไปถึง !! ณ อีกด้านของฟากฟ้าอันไกลโพ้น...ดินแดนแห่ง “ฮรีสอซ” ประเทศเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม “ฮรีสอซ” ปกครองด้วยระบบกษัติรย์มาช้านาน ประชาชนส่วนใหญ่ทำการเกษตร และมีสินค้าออกสำคัญคือ “ทองคำ” ประชาชนทุกคนให้ความเคารพกษัตริย์และราชวงศ์มายาวนาน แต่แล้ว...เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ “เจ้าหญิงอลิซ” (อุรัสยา เสปอร์บันด์)องค์รัชทายาทที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งไม่นาน ถูกลอบทำร้ายระหว่างเดินทางไปพักผ่อน คนร้ายบุกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว โชคดีที่ “อลิซ” ใช้ความสามารถทางการต่อสู้ที่ได้ฝึกฝนมาอย่างดี ตอบโต้และ เอาตัวรอดหลบหนีมาได้อย่างหวุดหวิด อลิซรีบกลับเข้าวัง และพุ่งตรงไปต่อว่า“โมนา” (สิรินยา บิชอพ) แม่เลี้ยงของอลิซ ที่ตอนนี้แต่งงานกับ “ลุง” เจ้าชายอังเดร(ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือ “อลัน”(อินทัช เหลียวรักวงศ์) ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชายต่างพ่อของเธอ แต่โมนากลับตอกกลับให้อลิซไปลองคิดทบทวนดูดีๆ เพราะตอนนี้ .. มีหลายคนที่อยากให้เธอตาย ศัตรูของอลิซไม่ใช่แค่เธอคนเดียว !! คำย้อนของโมนาทำให้อลิซถึงกับจุก...เพราะมันคือความจริง ทั้งอังเดรและโมนาต่างคิดว่าอลิซไม่เหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาท ว่าที่ราชินีแห่งฮรีสอซ แต่ที่เธอได้ตำแหน่งเพราะประจบ “เฮนรี่”(นิรุตติ์ ศิริจรรยา) คุณปู่ที่เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบัน พวกเขาคิดแบบนี้เพราะไม่ยอมรับความเป็นจริง ความจริงที่ว่า เจ้าชายอังเดร (ลุงของอลิซ) .. ไม่เหมาะจะเป็นองค์รัชทายาทเพราะแต่งงานกับน้องสะใภ้ตัวเอง ถึงแม้น้องชาย (พ่ออลิซ) จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่สังคมภายนอกยังไม่ยอมรับ “เจ้าหญิงเคธ” (ซาร่า เล็กจ์) มีศักดิ์เป็นพี่สาวของอลิซ เป็นลูกสาวของอังเดรที่เกิดจากภรรยาคนก่อนที่เสียชีวิต ถ้านับกันตามศักดิ์ เคธคือคนแรกที่ควรจะได้ตำแหน่ง แต่เคธก็ถูกมองว่าไม่เหมาะสมเพราะพ่อของเธอทำตัวไม่เหมาะสม (เป็นเหตุผลที่เคธรับไม่ได้อย่างรุนแรง อีกทั้งพ่อและแม่เลี้ยงก็มองไม่เห็นหัวเธอ เธอจึงอยู่ในวังนี้เหมือนเจ้าหญิงที่ถูกลืมเสมอ) แต่เคธเป็นพี่สาวคนเดียวที่ดูรัก เป็นห่วง และคอยอยู่ข้างอลิซ แตกต่างไปจากคนอื่นๆในครอบครัว ส่วนเจ้าชายอลันนั้นไม่ต้องพูดถึง... เขาดูไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงเป็นเจ้าชายรักสนุก ชอบปาร์ตี้ ถึงแม้พ่อและแม่ของเขาจะทำตัวไม่เหมาะสม แต่อลันไม่เกลียดพ่อกับแม่ แค่ไม่เห็นด้วย และโดนเป่าหูจากคนรอบข้าง เลยพาลไม่ชอบหน้าอลิซทั้งที่เคยสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะฉะนั้น...คิงเฮนรี่จึงเห็นแล้วว่าคนที่เหมาะสมมากที่สุดในตอนนี้คือ “อลิซ” แต่ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งทำให้อลิซตกอยู่ในอันตรายทุกย่างก้าว เธอไม่รู้เลยว่าใครกันแน่ที่อยากให้เธอตาย เจ้าชายอังเดร (ลุง) โมนา (แม่เลี้ยงที่ตอนนี้ไปแต่งงานกับลุง) ทั้งสองคนต่างเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น คนที่อลิซไว้ใจนอกจากพี่เคธพี่สาวที่แสนดี เธอก็มี “วิล” (แมทธิว ฉันทวานิช) เจ้าชายต่างเมือง ว่าที่คู่หมั้นที่คิงเฮนรี่หมายตาไว้ให้เพราะทั้งสองประเทศผูกพันกันอย่างใกล้ชิดมาช้านาน วิลเป็นเจ้าชายรูปงาม หล่อ สมาร์ท ฉลาด (แอบเจ้าเล่ห์) ปากหวาน และถนัดหว่านเสน่ห์กับหญิงสาวรอบตัว อลิซรู้สึกดีที่ได้วิลปลอบใจ แต่ลึกๆแล้วเธอรู้ว่ามันไม่ใช่ความรัก วิลไม่ใช่ผู้ชายที่เธออยากฝากชีวิตไว้ในมือของเขา จะว่าไปอลิซไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะมีผู้ชายคนนั้นอยู่บนโลกใบนี้ ผู้ชายที่เธอรักและไว้ใจเขามากพอที่จะฝากทั้งหัวใจและชีวิตให้เขาดูแล ผู้ชายคนนั้นคงอยู่บนโลกใบอื่น โลกที่เธอไม่มีวันไปถึง ภารกิจมากมายตรงหน้าทำให้อลิซวางเรื่องหัวใจไว้ไกลตัว สิ่งที่เธอต้องสนใจมากที่สุดตอนนี้คือ หาตัวศัตรูให้เจอและกำจัดให้สิ้นซากก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายถูกกำจัดเสียเอง หลังจากเกิดเหตุ คิงเฮนรี่เริ่มเป็นห่วงอลิซมากขึ้น เมื่ออลิซต้องมาปฏิบัติภารกิจที่ประเทศไทย อลิซตั้งใจที่จะเสด็จมาแบบเงียบๆ มีเพียง “เภตรา” (ญาณิน วิสมิตะนันทน์) และ “เจซี” (ปฤสยา เจริญเนติศาสตร์) บอดี้การ์ดสาวคู่ใจ ที่ทำหน้าที่ทุกอย่าง ดูแลจัดการในทุกๆเรื่อง รวมทั้งการอารักขาและรักษาความปลอดภัย แต่คิงเฮนรี่แอบติดต่อให้ “นายพลศักดิ์ชาย” (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) พระสหายที่รักใคร่ชอบพอกันมานานเป็นผู้ดูแลนายพลศักดิ์ชายเป็นหัวหน้าโดยตรงของดวิน ทำหน้าที่ควบคุมหน่วยปฏิบัติการพิเศษอยู่อย่างลับๆ ศักดิ์ชายส่ง D-Team มาดูแลอลิซ แต่ในทีมไม่มีดวิน เพราะเขากำลังพักร้อนอยู่ที่เกาะ และสั่งห้ามไม่ให้ใครติดต่อไปเด็ดขาด แต่อลิซกลับไล่ทุกคนกลับเพราะต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่ชอบที่มีคนไม่รู้จักมาอยู่รอบๆตัว เธอมั่นใจว่าแค่เภตรา กับเจซี สองคนก็ “เอาอยู่” ไม่ต้องมีคนมาอารักขาเพิ่ม ทำเอานายพลและ D-Team งง อึ้ง แต่แล้วก็ต้องยอมกลับไปแต่โดยดี นายพลรีบแจ้งไปทางคิงเฮนรี่ ทั้งสองฝ่ายต่างไม่สบายใจในความปลอดภัยของอลิซ แต่ก็ต้องยอม เพราะความดื้อรั้นของนาง หลังจากหงายเงิบไปเพราะลูกน้องโดนไล่กลับ ศักดิ์ชายก็ตั้งหลักรับมือกับความดื้อของอลิซ และเตรียมจัดงานเลี้ยงเล็กๆเพื่อต้อนรับเป็นการภายใน มีเพียงนายทหารชั้นสูงไม่กี่คน รวมทั้งนักธุรกิจระดับแนวหน้าจำนวนหนึ่งที่ต้องการเข้ามาทำความรู้จักกับราชินีองค์ต่อไป ก่อนงานเลี้ยงจะเริ่มเภตราและเจซีเตรียมชุดราตรีให้อลิซอย่างสวยหรู อลิซสวยสง่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ยังไม่ทันจะได้โชว์ความอลังให้แขกในงานได้เห็น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อคนร้ายได้แฝงตัวเข้ามาอย่างแนบเนียนและแอบลักพาตัวอลิซไปอย่างอุกอาจ เพียงกระพริบตา อลิซก็ถูกพาตัวออกไปจากที่พักอย่างไร้ร่องรอยคนร้ายพาตัวอลิซลงเรือ หวังจะฆ่าและทิ้งลงทะเลอันเวิ้งว้างและห่างไกล แต่อลิซรู้สึกตัวก่อน และใช้ไหวพริบหาทางหนีออกมาได้ บวกกับความสามารถในการต่อสู้ สุดท้ายเธอก็กระโดดลงจากเรือหนีมาได้ ร่างของอลิซหมุนคว้างอยู่กลางทะเล ซัดเซ ไปตามกระแสคลื่น และแล้ว เหมือนคนบนฟ้าที่ใดที่หนึ่งได้ขีดเส้นชีวิตให้ร่างของอลิซถูกพัดพามาที่หาด บนเกาะร้างที่ดวินพักร้อน ดวินเห็นร่างหญิงสาวในชุดราตรีแปลกตาขาดวิ่น ด้วยสัญชาตญาณเขารีบเข้าไปช่วย ด้วยทักษะการช่วยชีวิตที่ฝึกฝนมาช้านาน ร่างไร้สติของอลิซก็ฟื้นขึ้นมาราวกับปาฏิหาริย์ ทันทีที่สมองเริ่มทำงาน เหตุการณ์สุดท้ายยังค้างอยู่ในสมองทำให้เธอคิดว่าดวินคือหนึ่งในคนร้าย เธอจึงรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี และเหวี่ยงฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าดวินอย่างแรง เพียะ!! นี่คือการโดนตบครั้งแรกในชีวิต! ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยโดนผู้หญิงคนไหนตบมาก่อน แต่วันนี้ผู้หญิงที่เขาช่วยชีวิตกลับตบเข้าอย่างจัง ดวินถึงกับจี๊ด ทนไม่ได้ เขารวบตัวหมายจะจับตัวอลิซเพื่อสอบสวน หาที่มาที่ไป ก่อนจะทำร้ายเขามากไปกว่านี้ แต่อลิซกลับเข้าใจผิดคิดว่าจะเข้ามาทำร้าย เลยรวบรวมแรงทั้งถีบ ทั้งเตะ ทั้งต่อย สารพัดจะทำได้ ไม่ให้ดวินจับตัวเธอ ยิ่งเธอต่อสู้ ดวินยิ่งไม่ยอม ต้องรวบตัวไว้ให้ได้ (ผู้หญิงคนนี้อันตรายจริงๆ) การต่อสู้อย่างทุลักทุเลของสองคนเกิดขึ้นริมชายหาด จนสุดท้ายดวินสามารถรวบตัวอลิซไว้ได้ด้วยฝีมือที่เหนือชั้นกว่า อลิซถูกดวินมัดมือมัดเท้า และนั่งสอบปากคำ ไม่ว่าจะคาดคั้นอย่างไร อลิซก็ไม่เอ่ยปากว่าเธอเป็นใคร และโดนใครทำร้ายมา ดวินเหนื่อยใจยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ และประกาศกร้าวกับอลิซว่า บนเกาะนี้มีเพียงเขาและเธอเท่านั้น เพราะฉะนั้นจงอยู่ให้รอดและอย่าตาย บนเกาะนี้ไม่มีใครนอกจากดวิน!! ซึ่งแปลว่าเธอจะต้องอยู่บนเกาะตามลำพังกับผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยโชคชะตาที่ใครบนฟ้าลิขิต หรือเพราะกระแสคลื่นที่แปรปรวน แต่ตอนนี้ดวิน และอลิซได้มาพบกันอย่างไม่คาดฝัน และเรื่องราวอีกมากมายกำลังจะตามมา ติดตามชมเรื่องราวชะตาชีวิตลิขิตรักของเจ้าหญิงอลิซและดวิน ว่าจะลงเอยอย่างไร...

เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ 2559

เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ (2559/2016) เรื่องราวของสาวเซเลบริตี้ทายาทมหาเศรษฐีรายใหญ่ของไทยที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ว่าที่นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพล อนุศนิยา(คิมเบอร์ลี่) และ โสมมิกา(น้ำชา ชีรณัฐ) ทายาทพันล้านที่ฉีกตัวเองในฐานะคาสโนวี่คู่แข่งตั้งแต่อนุบาลเธอคืออดีตแฟน ชยากร(ป๊อป ฐากูร) และเป็นอาแท้ๆ ของ อนุศนิยา ทั้งสามคนมาเจอกันในงานเปิดตัวโรงแรมชื่อดังบนเกาะ อนุศนิยา เธอโดนวางยาโดยโสมมิกาจนพลัดตกจากเรือ ศตวรรษ (เจมส์ มาร์) ช่วยเธอขึ้นมาได้ และตั้งแต่นั้นเขาก็รู้เลยว่าเธอคือเจ้าหนี้รายใหญ่ของเขา พ่อของเธอคือคนไข้ของศตวรรษ ซึ่งนั่นทำให้อนุศนิยากลัวว่าศตวรรษจะเอาชีวิตพ่อเธอเป็นประกัน แต่ใครจะรู้ว่าพ่อของอนุศนิยากลับต้องการให้ศตวรรษแต่งงานกับลูกสาวเพื่อแลกกับข้อเสนอยกหนี้ 60 ล้านบาทให้ฟรีๆ ในระยะเวลาสามปี และหากศตวรรษมีลูกกับอนุศนิยาได้เขาจะได้โบนัสก้อนโตอีกหลาย 10 ล้าน! ศักดิ์ศรีที่มาพร้อมกับหัวใจที่เริ่มพองโตจะจบอย่างไร ห้ามพลาด “เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ”

แอบรักออนไลน์ 2558

แอบรักออนไลน์ (2558/2015) จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ ปราณนต์ (ปริญ สุภารัตน์) หนุ่มหล่อแสนดีวัย 25 ก้าวเข้ามาสมัครงานในแผนกการตลาดของบริษัทหลักทรัพย์นาราภัทร เขาต้องสัมภาษณ์งานกับ อวัศยา (แอน ทองประสม) ผู้จัดการฝ่ายฯ วัยสามสิบนิด ๆ แต่ ด้วยบุคลิกเคร่งขรึม คร่ำครึ คนทั้งบริษัทจึงตั้งฉายาให้ว่า "อสรพิษสี่ตา" และปราณนต์ก็ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่า ฉายาเหล่านั้นไม่เกินจริง แต่ไม่ว่าปราณนต์จะเกร็งสักแค่ไหน ระดับความเกร็งก็ยังไม่เท่าของอวัศยา ที่แม้ภายนอกจะฉาบด้วยภาพความเฮี้ยบโหด แต่ภายในเธอกำลังเกร็งไปทั้งตัวและหัวใจ เพราะปราณนต์คือ เจ้าชายขี่ม้าขาวที่อวัศยาเพ้อหามาตลอดหนึ่งปี เพราะเคยช่วยชีวิตเธอไว้จากการถูกรถชนปราณนต์จำไม่ได้ แต่อวัศยาจำได้แม่นยำและเมื่อปราณนต์มาทำงานในบริษัท ยิ่งทำให้อวัศยาตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ โดยไม่สนใจ ลิปดา (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) เจ้าของบริษัทหลักทรัพย์นาราภัทรที่สาว ๆ กรี๊ดทั้งเมือง แต่สำหรับ อวัศยา ลิปดาก็เป็นแค่เจ้านายเพลย์บอย สุดเจ้าชู้ ชอบยียวนกวนประสาทเธอ ! โดยอวัศยาไม่รู้เลยว่าลิปดาแอบหลงรักมาตลอดเวลาห้าปี แต่ไม่กล้าเอ่ยปาก เรื่องเริ่มยุ่งเมื่อ พริบพราว (คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ) สาวสวยรวยเสน่ห์ จบปริญญาโทด้านการเงินจากบอสตัน เข้ามาสมัครงานในตำแหน่งมาร์เก็ตติ้ง คู่แข่งคนสำคัญของปราณนต์ ลิปดาให้ทั้งคู่แข่งขันกัน ซึ่งพริบพราวมีความรู้ความสามารถเหนือกว่าปราณนต์ทุกอย่าง ทำให้ปราณนต์หนักใจ แต่อวัศยาก็เอาใจช่วยตลอด จนทำให้เขม่นกับพริบพราวอยู่ในที ขณะที่ ศรันยู หรือ รัน (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์) เพื่อนร่วมงานที่รู้ใจอวัศยา คอยสังเกตเพื่อนสาว อวัศยาแอบมองปราณนต์ผ่านโต๊ะทำงานทุกวัน เธอเห็นว่าเขาจะมีอาการซึมเศร้าบ่อย ๆ อวัศยาเป็นห่วง อยากรู้ว่าเขาเป็นอะไร จึงหาทางคุยกับเขาด้วยการคุยผ่านโปรแกรมแชท ในนามแฝงว่า "คุณแอบรัก" อวัศยาหรือคุณแอบรักถึงรู้ว่าปราณนต์เพิ่งอกหักมา คุณแอบรักทำหน้าที่ให้กำลังใจปราณนต์ได้อย่างที่เขาเองก็คงไม่มีวันเชื่อว่าคุณแอบรักเป็นคนเดียวกันกับ เจ้านายสาวสุดเฮี้ยบ ปราณนต์อยากรู้ว่าคุณแอบรักเป็นใคร รุจน์ (บริบูรณ์ จันทร์เรือง) เพื่อนสนิทและเป็นเพื่อนร่วมงานจอมกวนเพ่งเล็งไปที่ พริบพราวเพราะพริบพราวเข้ามาทำงานใหม่พร้อมกับปราณนต์ และพริบพราวก็ยังมีบุคลิกร่าเริงสดใสคล้ายคุณแอบรัก นั่นทำให้เพื่อนร่วมงานในบริษัททั้ง ลิลลี่ (สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย), พีระ (อนันต์ บุนนาค), นิดา (ดีใจ ดีดีดี) และ แสนดี (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) ต่างอยากรู้ว่าใครคือแอบรัก ขณะที่ "คุณแอบรัก" คุยกับปราณนต์ทุกวัน พริบพราวก็หาทางเสนอหน้าไปให้ปราณนต์เห็นทั้งวันเช่นกัน จากที่ต้องการแข่งขันในการหาลูกค้า พริบพราวก็เริ่มชอบความใสซื่อและจิตใจดีของปราณนต์ และแอบหลงรักโดยไม่รู้ตัว อวัศยาได้มีโอกาสรู้จักกับครอบครัวของปราณนต์ ทั้ง ป้าเปรี้ยว (ดารณีนุช โพธิปิติ), แม่ปริม (ปรารถนา บรรจงสร้าง) และ ปริม (สโรชา วาทิตตพันธ์) พี่สาว ก็ยิ่งหลงรักความอบอุ่นน่ารักของครอบครัวนี้ เช่นเดียวกันพริบพราวที่เห็นความเป็นกันเองก็ยิ่งปลื้ม เพราะที่บ้าน พ่อพจน์ (ยอดมณู ภมรมนตรี) และ แม่แวว (พิมลวรรณ หุ่นทองคำ) พ่อแม่ของเธอ ก็เลี้ยงลูกในกฎระเบียบอีกแบบ พริบพราวอยากรู้ว่าใครคือ คุณแอบรัก จึงให้แสนดีช่วยสืบ แต่ก็ยังไม่พบใครเป็นคุณแอบรัก แต่สุดท้ายความลับก็เปิดเผย พริบพราวรู้จนได้ว่าอวัศยาคือแอบรัก เพราะไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดค้างไว้ พริบพราวมั่นใจแล้วว่าอวัศยาเป็นพวกชอบสร้างภาพ ที่แท้ที่อวัศยาชอบใช้งานปราณนต์หนัก ๆ ก็เพราะอยากใกล้ชิดปราณนต์ และที่อวัศยาหักหน้าเธอก็คงเป็นเพราะอวัศยาหึงเธอกับปราณนต์พริบพราวหาทางแก้เผ็ดอวัศยา ด้วยการทำตัวใกล้ชิดปราณนต์ยิ่งขึ้น เพื่อให้อวัศยาเจ็บใจและหึงหวง ขณะเดียวกันลิปดาก็สังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของอวัศยา ก็เริ่มติดตามเข้ามาพัวพัน และเริ่มรู้ว่าอวัศยาหลงรักเด็กหนุ่มอย่างปราณนต์ พยายามคิดหาทางแยกทั้งคู่ ยายอรุณ (สินีนาฎ โพธิเวส) คุณยายของอวัศยามาช่วยชีวิต เมื่อคุณยายมาเยี่ยมหลานสาวที่คอนโด และเห็นว่าลิปดา เป็นเจ้านายหนุ่มนิสัยดี อยู่คอนโดเดียวกัน ก็พยายามจะจับคู่ให้หลานสาว ลิปดาวางแผนพาคุณยายไปเที่ยว เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับอวัศยา แม้จะหลวมตัวหลวมใจไปบ้าง แต่อวัศยาก็ยังใฝ่ใจอยู่กับปราณนต์ และเธอยิ่งโมโหเมื่อรู้ว่าลิปดาใช้ให้ปราณนต์กับพริบพราว ไปทำงานที่ต่างจังหวัดด้วยกัน พริบพราวยังแกล้งถ่ายรูปโชว์ความหวานสวีท ใกล้ชิดกันมาให้ดูอีก ยิ่งทำให้อวัศยาเครียดจนไม่เป็นอันทำอะไร ความใกล้ชิดของปราณนต์กับพริบพราวเริ่มเด่นชัดขึ้นอีกเมื่อปราณนต์ชวนพริบพราวไปงานเลี้ยงวันเกิดของ องศา (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ญาติผู้พี่ของลิปดา ซึ่งเป็นแฟนกับ รุ้งลดา (ปกฉัตร เทียมชัย) แฟนเก่าของปราณนต์ ทำให้ปราณนต์รู้สึกมั่นใจขึ้นเมื่อควงคู่กับพริบพราวและเต้นรำด้วยกัน ยิ่งทำให้อวัศยาที่ไปงานนี้คู่กับลิปดาช้ำใจยิ่งนัก แถมท้ายงานอวัศยายังโดนพริบพราวแกล้งจนหน้าคะมำไปโปะกับเค้กวันเกิด แต่ดีที่ปราณนต์เป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลยกใหญ่ รุ้งลดายังคอยมาตามตอแยปราณนต์ โดยขอให้เขารอเธอในช่วงที่เธอตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ปราณนต์ถึงรู้ว่าแท้จริงแล้วรุ้งลดาเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัวมาก ปราณนต์ตัดความสัมพันธ์กับรุ้งลดาอย่างเด็ดขาด แต่รุ้งลดาก็ยังไม่ยอม พริบพราวเลยจัดหนักไปให้หนึ่งดอก รุ้งลดาหนีไปแทบไม่ทัน ปราณนต์ยังปรึกษาและขอบคุณ "คุณแอบรัก" เรื่องคำแนะนำต่าง ๆ จนทำให้วันนี้เขาเข้มแข็งแล้ว นับวันความสนิทสนมของทั้งสองก็ยิ่งมากขึ้น ถึงขนาดว่าปราณนต์ยอมบอกความลับกับ "คุณแอบรัก" ในทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องที่เขากลัวน้ำทะเล พริบพราวกระตุ้นให้พนักงานทั้งบริษัทอยากรู้ว่าสาวปริศนาที่ปราณนต์แชทด้วยคือใคร อวัศยาจึงเปลี่ยนไปคุยกับปราณนต์ด้วยอีเมลแทนโดยใช้ชื่ออีเมลว่า " love in a mist" หรือ รักในสายหมอกแทน พริบพราววางแผนจะเปิดโปงเรื่องอวัศยาคือแอบรักร่วมกับรุจน์และแสนดี แต่อวัศยาแก้สถานการณ์ได้ทันเสียก่อน อวัศยาสั่งทำโทษรุจน์ ส่วนปราณนต์โดนทำโทษจากคุณแอบรัก เพราะคิดว่าเขาเป็นคนช่วยรุจน์สืบหาว่าเธอเป็นใคร ทั้งที่เคยสัญญากันแล้วว่าจะไม่ทำแบบนี้ อวัศยาตั้งใจจะส่งจดหมายฉบับนี้ทิ้งท้ายให้ปราณนต์แล้วเธอจะไม่ตอบจดหมายเขาอีกหลายวัน แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะอวัศยาดันส่งอีเมลผิดไปให้ลิปดา อวัศยาแน่ใจว่าลิปดาได้อ่านจดหมายของเธอ แต่ลิปดาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และลิปดายังสั่งให้อวัศยากับปราณนต์และพริบพราวไปสัมมนาด้วยกันกับบริษัทอื่นที่พักริมทะเล อวัศยากับปราณนต์จะได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเฉพาะตอนอยู่ในห้องสัมมนา นอกนั้นจะมีพริบพราวติดสอยห้อยตามด้วยตลอด อวัศยาเผลอพูดเรื่องที่ปราณนต์กลัวน้ำทะเล ปราณนต์แปลกใจว่าอวัศยารู้ได้อย่างไร เพราะเขาไม่ได้บอกใครเรื่องนี้นอกจากคุณแอบรัก อวัศยาแถไปจนปราณนต์ไม่สงสัย ขณะเดียวกันนั้น พริบพราวเห็นปราณนต์คุยอยู่กับอวัศยา เธอทนไม่ได้จึงวางแผนแกล้งจมน้ำ ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่แผนดันสมจริงกว่าที่คิด พริบพราวถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดห่างออกไป จากที่แค่จะ "สตอเบอรี่" กลายเป็นว่าเธอจะตายแล้วจริง ๆ โชคดีที่ปราณนต์ช่วยเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย แต่พริบพราวเป็นไข้ ปราณนต์ต้องดูแลเฝ้าไข้ ต่างคนต่างรู้สึกดีต่อกัน ระหว่างเฝ้าไข้ ปราณนต์เปิดโน้ตบุ๊กเช็กอีเมล คุณแอบรักยอมคุยกับเขาแล้วหลังจากเธอไม่ยอมพูดกับเขามาเป็นสัปดาห์ ปราณนต์ตัดสินใจขอพบกับคุณแอบรักในเช้าวันจันทร์ตอนเก้าโมงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาจะเสียบกุหลาบขาวไว้ที่กระเป๋า และขอให้คุณแอบรักถือดอกกุหลาบขาวมาเช่นกัน พริบพราวแอบอ่านอีเมลของเขาจนรู้เรื่องทั้งหมดว่าเขานัดพบกับคุณแอบรักในเช้าวันจันทร์ พริบพราวไม่อยากเสียปราณนต์ไป แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง พริบพราวดูเครียดจนลิปดาต้องบอกให้ปราณนต์พาพริบพราวกลับกรุงเทพฯ ไปก่อน ส่วนเขากับอวัศยาต้องอยู่สัมมนาต่อตอนเย็นถึงกลับ แต่เย็นวันนั้นดันเกิดพายุเข้าอย่างหนัก ลิปดากับอวัศยายังกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้ อวัศยาพยายามหาคอมพิวเตอร์เพื่อส่งเมลบอกปราณนต์ว่าเช้าวันจันทร์เธออาจจะไปตามนัดไม่ทัน แต่ไฟดับทั้งโรงแรม อวัศยาร้อนรนจะกลับกรุงเทพฯ ให้ได้ แต่ลิปดาไม่ยอม เขาบังคับให้เธออยู่ที่นี่กับเขา อวัศยาตัดสินใจจะเปิดตัวว่าเป็นคุณแอบรัก ก่อนที่ตัวเองจะโดนเปิดโปงจากนายลิปดา เธอจะต้องไปตามนัดให้ได้ แต่เช้าวันนั้น พริบพราวที่คิดจะสวมรอยเป็นคุณแอบรักแทนเลยถือดอกกุหลาบสีขาวมาด้วย แต่พอเอาเข้าจริง พริบพราวอายตัวเองที่จะทำแบบนั้นจึงจะกลับ แต่ยัยลิลลี่ดันเข้ามาอ้างว่าตัวเองเป็นคุณแอบรัก ลิลลี่รู้จากรุจน์ว่าปราณนต์มานัดพบกับคุณแอบรักและคุณแอบรักไม่มา พริบพราวทนไม่ได้เข้าไปบอกว่าลิลลี่โกหก ลิลลี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณแอบรักกับปราณนต์นัดกันว่าจะถือดอกกุหลาบขาวมา ซึ่งตอนนั้นพริบพราวถือดอกกุหลาบสีขาวไว้ในมือ ปราณนต์และทุกคนจึงเข้าใจไปว่า พริบพราวคือคุณแอบรัก พริบพราวจำต้องเออออไป ปราณนต์ดีใจมาก มอบดอกกุหลาบ กอดและขอพริบพราวเป็นแฟน อวัศยามาเห็นภาพนั้นพอดี เสียใจมากและพาลโกรธลิปดาที่ทำให้เธอมาไม่ทันนัด อวัศยาอกหักอย่างแรง ยิ่งเห็นความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นของปราณนต์กับพริบพราว ก็ยิ่งเศร้าใจ พริบพราวมาบอกอวัศยาว่าเธอรู้ว่าอวัศยาคือแอบรัก แต่ยังไงปราณนต์ก็ดีใจมากที่แอบรักเป็นพริบพราวแล้ว อวัศยาเสียใจเรื่องปราณนต์มาก แต่ยังไม่เท่ากับความโกรธต่อลิปดา เธอมั่นใจว่าที่พริบพราวรู้ว่าเธอเป็นคุณแอบรักต้องเป็นฝีมือของลิปดา อวัศยากลับไปกินยาแก้ปวดหัวจนเผลอหลับไป ลืมว่าตั้งกาน้ำร้อนไว้บนเตาจนมันระเบิด ไฟไหม้ห้องพัก แต่โชคดีที่ลิปดามาช่วยอวัศยาไว้ได้ทัน ลิปดาบังคับให้อวัศยาไปอยู่กับเขาที่ห้องก่อน ตอนแรกอวัศยาจะไม่ยอม เพราะเกรงใจเผื่อว่าลิปดาจะพา "เพื่อน" มาที่ห้อง ลิปดายืนยันว่าเขาไม่เคยพาใครขึ้นมาบนนี้ยกเว้นอวัศยากับ จารวี (แองจี้ เฮสติ้ง) เพื่อนสนิทของเขาเท่านั้นอวัศยาสามารถพักอยู่กับเขาได้นานเท่าไรก็ได้ พออยู่ใกล้กัน อวัศยาถึงพบว่าลิปดาเป็นผู้ชายมีมุมอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกเช้าเขาจะทำอาหารกินเองและทำเผื่ออวัศยาด้วย ลิปดาขอให้อวัศยาเล่าให้เขาฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ อวัศยายอมเล่า ลิปดายืนยันว่าเขาไม่เคยบอกพริบพราวเรื่องที่อวัศยาเป็นคุณแอบรัก ลิปดาแนะนำให้อวัศยาลุกขึ้นสู้ โดยเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตัวเอง อวัศยาจะไม่ยอม ลิปดาก็เลยขอให้จารวีผู้เป็นกูรูด้านแฟชั่นมาเป็นที่ปรึกษาให้ จารวีพาอวัศยาไปเลือกซื้อเสื้อผ้า แต่งหน้าทำผมใหม่ จารวีบอกอวัศยาว่าลิปดามีบุญคุณกับเธอ เขาคอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง เหตุนี้เองจึงทำให้จารวีเคารพและนับถือลิปดามาก อวัศยาเปลี่ยนแปลงตัวเองกลายเป็นสวยเก๋เป๊ะเว่อร์ ทำเอาลิปดาและคนทั้งออฟฟิศตะลึง นิดาหัวหน้ากลุ่มเม้าท์ตั้งกระทู้ใหม่ว่า "ผีอะไรเอ่ยเข้าสิงครูไหวใจร้าย" คนในออฟฟิศพากันตอบกระทู้อย่างสนุกสนาน และมีบางกระแสออกมาด้วยว่า อวัศยาทำตัวประชดที่ปราณนต์เป็นแฟนกับพริบพราว ลิปดาช่วยคิดแผนแก้เรื่องนี้ด้วยการให้อวัศยาแกล้งเป็นแฟนกับเขา อวัศยาตกกระไดพลอยโจนความใกล้ชิดทำให้อวัศยาเผลอใจรักลิปดาเข้าเต็มเปา ส่วนคู่ของพริบพราวกับปราณนต์น่าจะเป็นไปด้วยดี ความสดใสน่ารักของพริบพราวก็ทำให้ปราณนต์มีความสุขไม่น้อย แต่พริบพราวรู้สึกผิดอยู่ในใจตลอดเวลาเรื่องที่เธอโกหกว่าเป็นคุณแอบรัก พริบพราวอยากจะสารภาพกับปราณนต์แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที แต่การที่พริบพราวไม่รู้จักต้น love in a mist ทั้ง ๆ ที่มันเป็นชื่ออีเมลของคุณแอบรักทำให้ปราณนต์เริ่มสงสัยพริบพราว เป็นเวลาใกล้เคียงกับที่พริบพราวรู้สึกผิดจนทนไม่ไหว เธอกำลังจะบอกความจริงกับปราณนต์แต่ปราณนต์จับได้ก่อนว่าเธอไม่ใช่คุณแอบรัก ปราณนต์ผิดหวังในตัวพริบพราวจึงตัดสินใจบอกเลิกพริบพราว ขณะเดียวกัน อวัศยาเห็นเอกสารใบรับเจมส์ (คอร์เนอร์) ลูกของจารวีเป็นลูกในห้องของลิปดา เข้าใจว่าลิปดาหลอกลวงเธอมาตลอดอวัศยารู้สึกเหมือนตัวเองถูกหักหลังจากคนที่เธอไว้ใจเรื่อยมา เธอวิ่งร้องไห้ออกไปที่หน้าบริษัทจนเกือบจะถูกรถชน แล้วปราณนต์ก็เป็นคนมาช่วยชีวิตอวัศยาอีกครั้ง อวัศยากับปราณนต์ได้มีโอกาสเปิดใจคุยกัน เมื่อทั้งสองเข้าใจความจริงแล้ว ปราณนต์ก็เอ่ยปากขอเริ่มต้นใหม่กับอวัศยา อวัศยาตอบตกลงและสั่งให้ตัวเองดีใจที่ได้เป็นแฟนกับผู้ชายในฝัน อวัศยากลับไปที่คอนโดของลิปดาพร้อมปราณนต์ ลิปดาถึงรู้ดีว่าหมดเวลาของเขาแล้ว เขาไม่รั้งอวัศยาไว้เลยสักนิดแม้ใจเขาจะโหยหาเธอมากแค่ไหนก็ตาม

สามีตีตรา 2557

สามีตีตรา (2557/2014) เธอ...คือผู้หญิงโชคร้ายที่พบกับความผิดหวังในชีวิตแต่งงานครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเขาก้าวเข้ามาเพื่อมอบรักแท้ให้แก่เธอความเชื่อมั่นทั้งหลายที่จมหายไปกับอดีตอันเจ็บช้ำทำให้เธอไม่เชื่อมั่นว่ารักแท้จะมีอยู่จริง เธอจึงเลือกจะตอบแทนความรักของเขาด้วยการ ตีตราจอง และกระทำเหมือนเขาเป็นเพียงวัตถุสิ่งของที่ไร้หัวใจ หากแต่เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะใช้หัวใจรักหลอมละลายหัวใจเธอให้เป็นหนึ่งเดียว

ความตายของ ภูเบศร์ (เพ็ญเพชร เพ็ญกุล) ทำให้ กะรัต (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ที่แม้จะอยู่ในระหว่างประชดหนีความเจ้าชู้ของสามีมาพักใจที่บ้านชายทะเล ตกใจแทบช็อกและรีบบึ่งกลับกรุงเทพฯ ในทันที ระหว่างทางกะรัตโชคร้ายที่รถประสบอุบัติเหตุ ทำให้เธอต้องลงไปโบกรถแต่โชคชะตาก็ทำให้เธอได้พบกับ พิศุทธิ์ (ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) เจ้าของรถที่มีน้ำใจจอดรับเธอ...โดยไม่รู้ว่านับแต่วินาทีนั้น ชีวิตของเขากับเธอจะต้องผูกพันกันอย่างไม่มีวันพรากจาก ความเสียใจกับการตายของสามีผ่านไปไม่ทันข้ามคืน กะรัตก็ต้องเสียใจที่รู้ว่าแม้ในนาทีสุดท้ายที่ภูเบศร์จากเธอไป เขาก็ยังนอกใจเธอ เพราะด้วยสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุชี้ชัดว่าภูเบศร์เพิ่งออกมาจากโรงแรมม่านรูดกับ นิลุบล ผู้หญิงอีกคนที่ต้องมาจบชีวิตลงพร้อมกัน ในงานศพ มีผู้หญิงมากหน้ามาแสดงตัวว่ามีความสัมพันธ์กับภูเบศร์ บางรายถึงกับมาทวงทรัพย์สินเอากับกะรัตในฐานะเมียคนหนึ่ง แต่ไม่มีใครจะช็อกหัวใจกะรัตได้เท่ากับการต้องรับรู้ว่า มีผู้หญิงอีกคนที่เสียใจกับการจากไปของภูเบศร์มากกว่าเธอและผู้หญิงคนไหน ๆ ผู้หญิงคนนั้นคือ สายน้ำผึ้ง (วรัทยา นิลคูหา) เพื่อนรักหนึ่งเดียวของกะรัต เป็นเพื่อนที่กะรัตมอบความรักและจริงใจให้เสมอมาโดยไม่ระแคะระคายเลยว่าเพื่อนรักทรยศเธอได้อย่างเลือดเย็น เพราะขณะนั้นสายน้ำผึ้งกำลังตั้งท้องกับภูเบศร์ และยังมีความจริงอีกสิ่งที่ทำให้กะรัตแทบคลั่ง คือคำบอกเล่าจากปากเพื่อนรักว่าภูเบศร์เพียงใช้เธอเป็นสะพานไปสู่ความมั่งมีเพื่อจะได้ไปมีชีวิตที่มีความสุขกับสายน้ำผึ้ง! เวลาเพียงข้ามคืน...สายน้ำผึ้ง เพื่อนผู้แสนดีของกะรัต สวมวิญญาณซาตานด้วยการนำทะเบียนสมรสมาโชว์ให้แขกทั้งงานรับรู้ว่าเธอเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย และนั่นหมายถึง กะรัต...ผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ ต้องกลายเป็นเมียน้อยไปในทันที! หัวใจของกะรัตแทบแหลกสลาย หญิงสาวกลายเป็นคนมองโลกแง่ร้าย มองความรักเป็นสิ่งจอมปลอม และไม่เชื่อมั่นในความรักอีกต่อไป กันตา (เดียร์น่า ฟลีโป) น้องสาวคนเดียวของกะรัตยุให้พี่สาวมองหาผู้ชายคนใหม่มาชดเชยความรักที่เสียไปต่างกับ กุนตี (พิจิตรา สิริเวชชะพันธ์) พี่สาวที่ชี้ให้เห็นว่าความรักนั้น เป็นทุกข์ และบอกให้กะรัตเลือกที่จะมีชีวิตโสดอย่างเธอ กะรัตที่ทั้งอับอาย ทั้งผิดหวัง และเกลียดชังโลกจนไม่อยากมีชีวิตจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่บ้านชายทะเล โดยมี นวล (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) เด็กรับใช้คนสนิท และ สมหวัง (คิง ก่อนบ่ายฯ) คนขับรถตามไปดูแล ในห้วงแห่งความทุกข์ทำให้หญิงสาวขาดสติ คิดฆ่าตัวตาย โชคดีที่พิศุทธิ์ที่หนีหน้า หม่อมมลุลิ (พิสมัย วิไลศักดิ์) หม่อมย่าของเขาที่คิดจะจับเขาคลุมถุงชน ไปพักที่กระท่อมน้อยชายทะเลใกล้กับบ้านของกะรัตพอดี พิศุทธิ์จึงเข้าช่วยชีวิตกะรัตไว้ได้อย่างหวุดหวิด และที่นั่นเองที่พิศุทธิ์มองเห็นความอ่อนแอ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าท่าทางหยิ่งผยอง ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากเป็นผู้ดูแล ปกป้อง และเยียวยาหัวใจของเธอ ส่วนกะรัตเองก็ไม่ปฏิเสธว่าเธอรู้สึกดีกับพิศุทธิ์มาก เพราะเขาต่างจากผู้ชายทั่วไปตรงที่ไม่ฉวยโอกาส และไม่คิดจะคบกับเธอเพื่อเงิน ความรักของทั้งสองดำเนินไปภายใต้การรับรู้ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคือ บัญชา (สุประวัติ ปัทมสูตร) ผู้เป็นตาของกะรัตที่รักหญิงสาวเหมือนดวงใจ กฤช (ทูน หิรัญทรัพย์) พ่อของกะรัต เนื้อแพร (มยุรา เศวตศิลา) แม่ของพิศุทธิ์ รวมไปถึง หม่อมมลุลีและ ท่านชายอ๊อด (สันติสุข พรหมศิริ) พ่อของพิศุทธิ์ที่เลิกรากับเนื้อแพรมานานหลายปี ทั้งหมดรับรู้ความรักของสองหนุ่มสาวอย่างต่างความรู้สึกโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะ พวงหยก (จริยา แอนโฟเน่) แม่ของกะรัตที่แสดงความรังเกียจพิศุทธิ์อย่างออกนอกหน้า ด้วยเหตุที่พิศุทธิ์คือลูกชายของเนื้อแพร ผู้หญิงที่กฤชหลงรักและยอมรับเป็นเมียลับ ๆ อีกคน เช่นเดียวกับ หม่อมมลุลี และท่านชายอ๊อดที่รับไม่ได้ที่สายเลือดเจ้าจะต้องไปปะปนกับผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานกับผู้ชายมาแล้วถึงสามหน แถมยังได้ชื่อว่าเป็นหญิงกาลกิณี กินผัว ตรงข้ามกับบัญชาที่พอใจที่จะได้คนดีอย่างพิศุทธิ์มาเป็นหลานเขย ส่วนเนื้อแพร แม้จะไม่สบายใจนักเพราะเกรงว่าลูกชายจะต้องมีอันเป็นไปเหมือนสามีคนก่อน ๆ ของกะรัต แต่ด้วยความรักลูก จึงไม่กล้าขัดขวาง แต่ศัตรูหัวใจคนใดก็ไม่ร้ายกาจเท่าศัตรูคนเดิมของกะรัต...เพราะทันทีที่สายน้ำผึ้งรู้ว่ากะรัตกำลังคบหาอยู่กับพิศุทธิ์ สายน้ำผึ้งก็วางแผนจะทำให้กะรัตได้รู้สึกถึงการต้องเสียคนรักไปเหมือนที่เธอเคยเป็นทั้งที่กำลังตั้งท้อง แต่สายน้ำผึ้งก็ยังกล้ายั่วยวนพิศุทธิ์ และยั่วโทสะให้กะรัตแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาได้ทุกครั้ง โชคดีที่พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งอย่างรู้ทัน จึงไม่เพลี่ยงพล้ำไปกับเกมที่สายน้ำผึ้งตั้งใจก่อขึ้น ความรักที่จริงใจเปิดเผยของพิศุทธิ์และความกล้าออกโรงปกป้องเธอจากทุก ๆ สถานการณ์ทำให้กะรัตหลงรักพิศุทธิ์มาก...และด้วยความรัก ทำให้กะรัตหวาดกลัวว่าจะต้องเสียพิศุทธิ์ไป เธอจึงเปรยเรื่องแต่งงานกับพิศุทธิ์ ขณะที่พิศุทธิ์เองก็ไม่ลังเลด้วยใจรักที่มีให้กับกะรัตอย่างเต็มเปี่ยม ท่านชายอ๊อดที่ขณะนั้น กำลังตกอยู่ในสภาพยํ่าแย่เพราะธุรกิจล้มเหลว คิดหาผลประโยชน์จากการแต่งงานของลูกชาย ขอร้องให้หม่อมมลุลีเข้าพบกับบัญชา อ้างบุญคุณที่เสด็จในกรม ผู้เป็นสามีเคยเอื้อเฟื้อต่อบัญชาจนได้ดิบได้ดีขอเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับการที่หลานชายที่มีสายเลือดเจ้าจะต้องตกล่องปล่องชิ้นกับผู้หญิงสามผัวอย่างกะรัตซึ่งบัญชาก็ตกลงโดยง่ายดาย ส่วนเนื้อแพรด้วยความรักลูกไม่อยากให้ลูกถูกครหา จึงตัดสินใจบอกเลิกกับกฤช โดยเหลือไว้เพียงสถานภาพของคู่ธุรกิจที่ทำร่วมกันเท่านั้น งานแต่งงานถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นข่าวดังไปทั่วเมืองว่า กระดังงาลนไฟกำลังจะได้ครองใจชายหนุ่มเชื้อเจ้า ไฟริษยาลุกท่วมใจสายน้ำผึ้งทันทีที่ได้รู้ข่าว แม้จะอยู่ในสภาพท้องแก่ใกล้คลอด สายน้ำผึ้งก็ไม่หยุดยั้งการตามล่าตามล้าง ไปยั่วกะรัตกลางงานแต่งงานจนกะรัตฟิวส์ขาดผลักสายน้ำผึ้งล้มลง เป็นเหตุให้สายน้ำผึ้งต้องคลอดก่อนกำหนด กะรัตต้องกลายเป็นข่าวทำร้ายคนท้องให้ได้อับอายอีกครั้ง โชคดีที่พิศุทธิ์เข้าใจและเข้าข้างเธอ ทำให้กะรัตยิ่งรักและหวงพิศุทธิ์มากขึ้นไปอีก สายน้ำผึ้งทำตัวเองให้กลับมาสวยสดใสในเวลารวดเร็วเพื่อเป้าหมายคือแย่งพิศุทธิ์มาเป็นของตัว แม้จะได้รับคำตักเตือนจาก รสสุคนธ์ (ปวีณา ชารีฟสกุล) น้าสาวให้คิดถึงความผิดชอบชั่วดี แต่ด้วยมิจฉาทิฏฐิทำให้สายน้ำผึ้งไม่คิดจะล้มเลิกแผนการ ยังเดินหน้าทำทุกทางเพื่อสร้างความร้าวฉานให้กะรัตและพิศุทธิ์ เพราะสายน้ำผึ้งนั้นรู้ดีว่ากะรัตเป็นคนร้ายแต่ภายนอก แต่ข้างในอ่อนปวกเปียกและไม่มีทางทันเกมเธอ ความหน้าด้านหน้าทนของสายน้ำผึ้งเหนือชั้น แม้กันตาที่ว่าร้ายยังไม่ทันเกม กุนตีเตือนกันตาว่าอย่ามัวแต่ห่วงเรื่องคนอื่น เพราะกุนตีแอบไปเห็น ศิวา (จรณ โสรัตน์) คนรักของกันตาควงกับผู้หญิงอื่นโดยบังเอิญ แต่ไม่กล้าบอกน้อง ได้แต่เอ่ยเตือนศิวา ศิวากลัวจะเสียคนรักไป จึงรีบขอกันตาหมั้น จังหวะที่สายน้ำผึ้งพลาดหวังจากการบ่อนทำลายครอบครัวของกะรัต จึงเบนเข็มคิดแย่งศิวามาจากกันตา เพื่อทำร้ายกะรัตทางอ้อมและหวังประโยชน์ด้านการเงินจากศิวา พิศุทธิ์เตือนศิวาฐานะเพื่อนว่าให้ระวังสายน้ำผึ้ง แต่ศิวาที่เชื่อมั่นในตัวเองมากจนประมาท คิดว่าสายน้ำผึ้งเป็นแค่ศาลาริมทางที่ตนแค่มาพักเหนื่อยแล้วก็จากไป แต่สายน้ำผึ้งฉลาดเกินกว่าที่ศิวาคิด ในวันหนึ่งศิวาจึงรับรู้ว่าสายน้ำผึ้งตั้งท้อง และลูกในท้องก็เป็นลูกของเขา สายน้ำผึ้งขู่ศิวาว่าให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับและให้ร่วมมือกับเธอชี้ตัวว่าพ่อของเด็กคือพิศุทธิ์ จากนั้นสายน้ำผึ้งก็วางแผนหาโอกาสใกล้ชิดกับพิศุทธิ์ ซึ่งทั้งเวลาและเหตุการณ์ตามแผนของสายน้ำผึ้งก็ทำให้กะรัตหลงเข้าใจผิดพิศุทธิ์ แม้พิศุทธิ์จะยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวหรือคิดนอกใจกะรัตเลย แต่ด้วยภาพอดีตที่ตามหลอกหลอน และความร้ายกาจของสายน้ำผึ้ง ทำให้กะรัตเดินหลงเข้าไปในเกมของผู้หญิงจิตใจร้ายอย่างสายน้ำผึ้งอย่างไม่ทันตั้งหลัก เหตุการณ์ยิ่งเลวร้าย เมื่อกะรัตได้รับรู้เรื่องที่บัญชาต้องจ่ายเงินให้กับพ่อของพิศุทธิ์ คำพูดกรอกหูจากสายน้ำผึ้งที่นำเรื่องนี้มาบอกกับเธอและคำเย้ยหยันว่าที่แท้ กะรัตก็ต้องใช้เงินซื้อผู้ชาย ทำให้กะรัตหน้ามืด มองไม่เห็นความรักของพิศุทธิ์ที่มีต่อเธอ เหตุการณ์บานปลาย เพราะสายน้ำผึ้งยังยืนยันว่าลูกในท้องเป็นลูกของพิศุทธิ์และเธอยินดีจะตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ ศิวาเองที่กลัวว่าจะมีภัยมาถึงตัว ก็เก็บปากคำเงียบเมื่อถูกกะรัตซักไซ้ ยิ่งย้ำความเข้าใจของกะรัตว่าพิศุทธิ์แต่งงานกับเธอเพื่อเงินและยังนอกใจเธอไม่ต่างกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านมา ความเจ็บช้ำซ้ำ ๆ ทำร้ายหัวใจกะรัต จนในที่สุด เธอก็ประกาศขอหย่าจากพิศุทธิ์! เนื้อแพรที่รู้ว่าลูกยังรักกะรัตมาก พยายามมาไกล่เกลี่ยอ้างว่า ไม่อยากให้กะรัตต้องเสียใจไปตลอดชีวิต แต่ความรู้สึกของกะรัตในยามนี้ แตกแยกเกินกว่าจะต่อติดเสียแล้ว เมื่อพิศุทธิ์ตามมาปรับความเข้าใจครั้งสุดท้าย คำพูดจากกะรัตที่ทำร้ายจิตใจเขาให้ยับเยิน ไม่ต่างกันคือการเผยใจจากกะรัตว่าไม่เคยรักเขาเลย ที่ผ่านมาเขาเป็นเพียงคนที่เธอแต่งงานด้วยเพื่อรักษาหน้าเท่านั้น พิศุทธิ์เสียใจมาก...จึงตกลงใจยอมหย่าให้กะรัตแต่โดยดี หลังจากการหย่า พิศุทธิ์ก็แสดงความรับผิดชอบโดยยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กะรัตด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดแทบจะไม่พอค่ารองเท้าของกะรัตด้วยช้ำ และยังคำเตือนของบัญชา คำพูดของเนื้อแพร และพฤติกรรมของพิศุทธิ์ ที่เธอได้รับฟังจากทั้งกันตาและกุนตีว่า ไม่เคยเห็นพิศุทธิ์ไปมาหาสู่สายน้ำผึ้งเลยทำให้กะรัตเริ่มใจแกว่ง แต่ความที่ยังปล่อยให้ทิฐิครอบงำจิตใจแน่นหนา กะรัตจึงไม่แม้แต่จะยอมรับความจริงว่าตัวเองตัดสินใจพลาดไป ยังเดินหน้าทำท่ามั่นใจ ทุกครั้งที่ได้พบกับพิศุทธิ์ก็จะเชิดใส่ ทำเหมือนไม่เสียใจ แต่พอกลับมาอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ก็ต้องเสียน้ำตา จนแม้กระทั่งนวลยังอดไม่ไหว กล้าฝ่าด่านฝ่ามืออรหันต์ เอ่ยเตือนว่ากะรัตกำลังเป็นเหยื่อของสายน้ำผึ้ง กันตาที่ทนเห็นพี่สาวหลอกตัวเองต่อไปไม่ไหว เริ่มตามจับตาดูพฤติกรรมของสายน้ำผึ้ง แล้วในที่สุด กันตาก็ได้รู้ความจริงว่า สายน้ำผึ้งมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับ ศิวา กันตาแม้จะเสียใจ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงที่ถือเรื่องสิทธิสตรีเป็นใหญ่ กอปรกับนิสัยที่รักตัวเองเกินกว่าจะยอมฟูมฟายกับเรื่องแบบนี้ กันตาจึงร้องไห้เพียงครั้งเดียวให้กับผู้ชายทรยศ กะรัตเสียใจมากที่รู้ว่าเธอเข้าใจผิดพิศุทธิ์มาตลอด กระทั่งบัญชาและกุนตีต่างเตือนให้กะรัตถอดวางทิฐิ แต่กะรัตกลับตอบในสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากคนที่เอาแต่ใจตัวอย่างกะรัต...กะรัตบอกว่า เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเธอรักพิศุทธิ์มาก...เป็นรักแท้ที่บริสุทธิ์เสียจนเธอไม่อาจจะดึงพิศุทธิ์ให้มาจมอยู่กับผู้หญิงผิดพลาดอย่างเธอได้อีก... แล้วจากนั้นกะรัตก็ลาทุกคนไปยังบ้านพักชายทะเล... เพื่อระลึกถึงฉากรักที่เธอกับพิศุทธิ์เคยมีต่อกันเป็นครั้งสุดท้าย ศิวาเอะใจในความเหินห่างของกันตา จึงตัดสินใจขอกันตาแต่งงาน แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นความจริงว่ากันตารู้เรื่องระหว่างเขากับสายน้ำผึ้งแล้ว โดยกันตาแกล้งบอกว่าสายน้ำผึ้งเป็นคนมาบอก ศิวาโกรธสายน้ำผึ้งมาก ตามไปทำร้ายร่างกายจนสายน้ำผึ้งแท้งลูก และกลับไปสารภาพผิดกับกันตาเพื่อขอเริ่มต้นใหม่ แต่กันตาปฏิเสธ เพราะไม่อาจทำใจยอมรับผู้ชายเลว ๆ อย่างศิวาได้ สายน้ำผึ้งที่สิ้นท่าหมดทาง เพราะพิศุทธิ์ก็ไม่มีท่าทีว่าจะใจอ่อน ซ้ำยังมองเธออย่างดูถูกเหมือนไส้เดือนกิ้งกือ จึงระแวงว่าสักวันพิศุทธิ์จะกลับไปคืนดีกับกะรัต ซึ่งก็เท่ากับว่าเธอคือผู้แพ้และเป็นการพ่ายแพ้อย่างที่แทบไม่มีที่ยืนในสังคม เพราะกันตาขู่ว่าจะเอาเธอออกจากงานถ้ายังวุ่นวายกับชีวิตของกะรัตอีก เหมือนคนเลือดเข้าตา...สายน้ำผึ้งตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าถ้าเธอจะต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นกะรัตก็ไม่ควรจะอยู่ดีมีสุข...สายน้ำผึ้งสะกดรอยตามกะรัตไป เมื่อเห็นว่ากะรัตอยู่คนเดียว สายน้ำผึ้งที่แอบซุ่มอยู่ก็ดำน้ำออกไปแล้วทำทีเหมือนคนกำลังจะจมน้ำอยู่ในทะเล กะรัตเห็นตกใจ ร้องให้คนช่วยก็ไร้เงาผู้คนจึงตัดสินใจว่ายน้ำออกไป ขณะกะรัตดึงร่างสายน้ำผึ้งขึ้นมา จึงพบแต่รอยยิ้มอาฆาต และคำพูดแสดงความเกลียดชัง คลั่งแค้น กะรัตที่ไม่ทันระวังตัว ถูกสายน้ำผึ้งกดน้ำอย่างแรงจนกะรัตจมดิ่งลงไป สายน้ำผึ้งยิ้มสะใจก่อนว่ายน้ำหนีจากเหตุการณ์ จึงไม่ทันเห็นพิศุทธิ์ที่รู้ความจริงจากบัญชาว่ากะรัตนั้นรักเขาด้วยหัวใจ จึงตามมาเพื่อปรับความเข้าใจ ทำให้พิศุทธิ์มาเห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยกะรัตไว้ แต่พิศุทธิ์ก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อพบว่ากะรัตไม่หายใจเสียแล้ว พิศุทธิ์รีบพาตัวกะรัตไปโรงพยาบาล ระหว่างทาง เขาร้องขอชีวิตของกะรัตคืนมา พรํ่าบอกรักกะรัตเป็นร้อยครั้ง พิศุทธิ์เหมือนตายทั้งเป็นเมื่อคิดว่าจะต้องสูญเสียกะรัตไป แต่แล้วโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายกับเขาจนเกินไปนัก ขณะที่เขาบอกรัก และขอคำรักจากกะรัต กะรัตก็ตื่นลืมตา พ้นจากอาการหยุดหายใจชั่วขณะ พิศุทธิ์กอดกะรัตไว้แนบอก ร้องไห้ดีใจที่ได้กะรัตกลับคืนมา กะรัตเองที่ผ่านความตายและความสูญเสีย รู้สึกตื้นตันที่เกิดมาได้รับความรักจากผู้ชายแสนดีอย่างพิศุทธิ์ งานฉลองการเริ่มต้นขึ้น ชีวิตคู่ของทั้งสองถูกจัดขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความยินดีของทุกคน พร้อม ๆ กับการรับรู้ว่าสายน้ำผึ้งถูกจับตัวไปดำเนินคดีฐานพยายามฆ่า ส่วนลูกชายคนเดียวของสายน้ำผึ้ง ก็อยู่ในความอุปการะของรสสุคนธ์ โดยมีกะรัตและพิศุทธิ์คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ พิศุทธิ์และกะรัตจดทะเบียนสมรสกันอีกครั้ง...แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างจากครั้งแรก... เพราะการจดทะเบียนครั้งนี้ เป็นการจดทะเบียนเพื่อแสดงว่าทั้งสองคือบุคคลคนเดียวกัน มิใช่การตีตราแสดงความเป็นเจ้าของเหมือนที่ผ่านมา ติดตามชม ละครสามีตีตรา
ปัญญาชนก้นครัว 2555

ปัญญาชนก้นครัว (2555/2012) งานเทศกาล “ปล่อยของ” เป็นงานก่อนปิดภาคเรียน...ที่จัดขึ้นทุกปี เพื่อให้นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้มีโอกาสปล่อยของที่ตัวเองเรียนมาอีกทั้งยังเป็นการเก็บคะแนน ซึ่งจะมีทั้งวงดนตรี การแสดงละครเวที เดี่ยวไมโครโฟน การเต้นแบบต่างๆ เป็นต้น นงลักษณ์(เวธกา ศิริวัฒนา) ปองเทพ (ธนากร ชินกูล) ชัยพร(ศิระ รัตนโภคาสถิต) และเพื่อนเอกการแสดงกำลังรอว่าเมื่อไหร่ เอมิกา (คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ)จะมา เพราะใกล้เวลาแสดงมิวสิเคิลของกลุ่มพวกเธอแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แววของเอมิกา ป่องโทรตามเอมิกาที่กำลังหลับฝันหวานรีบบึ่งออกจากบ้านมาทันที เพื่อนพากันเครียด แต่ในที่สุดเอมิกาก็มาถึงทันเวลาแสดงพอดี ดร.เพี้ยน(สมพล ปิยะพงศ์สิริ) พอใจมาก ผิดกับอภิเชษฐ์(โชคชัย บุญวรเมธี) คู่ปรับของเอมิกาที่โมโหหัวฟาดหัวเหวี่ยง ดร.เพี้ยนชมเอมิกาไม่ขาดปาก อภิเชษฐ์เข้ามาขัด และบอกว่ายังไงตัวเองต้องได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่นิวยอร์คแน่นอน เอมิกาไม่ยอมแพ้ เธอต้องการทุนนี้มากเพราะมันจะเป็นใบเบิกทางให้เธอได้ไปฮอลลีวู้ด แล้วโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อเอมิกาเห็นมีการรับสมัครโคโยตี้ เอมิกาตัดสินใจจะเข้าไปเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างโคโยตี้เพื่อที่จะได้ประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น เพื่อการเขียนบทละครส่งดร.เพี้ยน จากเอมิกาจึงเป็นเอมี่ โคโยตี้เซ็กซี่แสนซน แล้วคืนแรกของเอมี่ก็มาถึง และคืนๆ นั้นก็ดั๊นเป็นคืนเดียวกะที่ วเรศ (ปริญ สุภารัตน์)ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หนุ่มหล่อไฟแรง เซเลบรุ่นใหม่ที่สาวๆจับตามอง มาปาร์ตี้สละโสดของเพื่อน เอมิกาวาดลวดลายลีลาสะเด็ดสะเด่าเร้าใจ จนทำให้วเรศตาค้าง และเพราะความเป็นคนซุ่มซ่ามของเอมิกา ทำให้เธอตกเวที ลูกค้าแตกตื่นตกใจ แต่เอมิกาแก้ไขสถานการณ์เอาไว้ได้ทัน ก็เลยตัดสินใจกระโดดนั่งตักวเรศ ทันทีที่เห็นหน้าวเรศใกล้ๆ ก็ทำให้เอมิกาตะลึงในความหล่อที่ทะลุเข้าเต็มเบ้าตา ถึงกับเคลิ้มฝัน แต่แล้วป่อง ซึ่งแต่งมาเป็นโคโยตี้เหมือนกัน โดนเสี่ยลวนลามและควักปืนยิง ทำให้ป่องกับเอมิกาวิ่งหนีกับกระเจิดกระเจิง เอมิกาตั้งหลักใหม่ ลองเปลี่ยนอาชีพไปเรื่อย ตั้งแต่เป็นคนส่งพิซซ่า , แม่ค้าขายส้มตำ , คนขับรถเมล์ แทนที่จะได้ประสบการณ์ชีวิต กลับได้ประสบการ์ณเลวร้ายมาแทน เพราะ “ไปที่ไหน หัวหน้าตายเรียบ” เอมิกาปรึกษากับเพื่อนๆ ป่องไม่อยากให้เอมิกาทำแบบนี้อีก ความจริงเอมิกาก็มีฐานะดี ถ้าอยากไปเรียนนอก บอกพ่อกับแม่ก็ได้แล้ว แต่เอมิกาไม่ต้องการ เพราะเธอต้องการเอาชนะอภิเชษฐ์ให้จงได้ แล้วโชคก็เข้าข้างเมื่อเอมิกาดูทัดดาวบุษยาแล้วก็เห็นนางเอกของเรื่องปลอมตัวเข้าไปเป็นคนงานบ้านพระเอก เอมิกาตัดสินใจว่าเธอจะสมัครเป็นคนใช้ทันที เอมิกาให้ชัยพรซึ่งรู้จักกับสุวิทย์(สมเกียรติ คุณานิธิพงศ์)ที่อยู่สำนักจัดหางานให้หางานคนใช้ให้ เพียงไม่นานเอมิกาก็ได้งานทำ เพื่อนๆ จึงจัดการเปลี่ยนลุคให้เอมิกาดูเป็นคนใช๊คนใช้ แต่เอมิกาทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง ถึงแม้เธอจะอยู่คอนโดเพียงลำพังเพราะพ่อไปรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ทำให้แม่ต้องตามไปอยู่ด้วย แต่ที่คอนโดก็มีแม่บ้านทำทุกอย่างให้ เอมิกาจึงต้องเข้าคอร์สการเป็นคนใช้ฉบับเร่งรัด โดยมีนงลักษณ์คอยสอนทุกขั้นตอน เอมิกาทำจานแตกหลายใบ รีดผ้าไหม้ก็หลายชุด แต่เอมิกาก็สามารถจบหลักสูตรการเป็นคนใช้ไปได้แบบงูๆปลาๆ แล้วในที่สุดนางสาวชะเอมก็ถือกำเนิดขึ้น!!! ที่บ้านนุศาเจริญ ซึ่งมีเนื้อที่หลายไร่ และมีบ้านสามหลังที่ปลูกในบริเวณเดียวกัน นั่นคือ บ้านของ กิจจา(สมบัติ เมทะนี) และ ศรีโพยม (วิยะดา อุมารินทร์) ประมุขใหญ่ของบ้าน ชื่นฤทัย (ดารณีนุช โพธิปิติ)ลูกสาวคนโต กับ พีรพล(เพ็ญเพชร เพ็ญกุล) สามีอายุอ่อนกว่า และอรวิลาส(สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย) ลูกติดชื่นฤทัยกับสามีคนแรก และ หนูอ้อย(ด.ญ.นภัสธนันท์ นิมจิรวัฒน์) ลูกสาวที่เกิดกับพีรพลวัย 7 ขวบ และเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอรวิลาส บ้านหลังที่สองเป็นของ อรทัย(อาภาพร นครสวรรค์) น้องสาวของชื่นฤทัยที่มีนิสัยขี้หึงผัวจนโอเวอร์ อาศัยอยู่กับ อเนก(ยิ่งยง ยอดบัวงาม) สามีจอมกะล่อน และบ้านหลังที่สาม เป็นของ ปิยะ หรือ แป๊ะ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์)น้องชายคนเล็กที่มีลักษณะตุ้งติ้งเกินชาย เจ้าของห้องเสื้อแป๊ะดีไซน์ ไม่เพียงแค่เจ้านายจอมเรื่องมากเรื่องเยอะแล้ว ชะเอมยังต้องมาเจอกับ ป้าสมพิศ(ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) แม่บ้านเก่าแก่ที่ทั้งเค็มทั้งชอบเอาเปรียบ บรรจง (วิรากานต์ เสณีตันติกุล))คนใช้อีสาน ขี้อิจฉา ปากเสีย บ้าเกาหลี จุ่น(บริบูรณ์ จันทร์เรือง) คนสวนพม่า กิ๊กบรรจง ที่มั่นใจว่ากูหล่อที่สุดในสามโลก และ นาก (ศรีพรรณ บุนนาค)สาวใช้ทอมบอยชาวเหนือ ปากว่ามือถึง ปิ๊งชะเอมตั้งแต่แรกเห็น ตัวละครในบ้าน แทนที่จะทำให้ชะเอมปวดหัว แต่ชะเอมกลับแฮปปี้มากๆ เพราะคนพวกนี้จะทำให้เธอได้เรียนรู้มนุษย์ในหลายๆ ด้าน แต่แค่คืนแรกที่อยู่ชะเอมก็หนาวๆร้อนๆซะแล้ว เพราะจุ่นบุกเข้ามาปลุกปล้ำชะเอม โชคดีที่ชะเอมเรียนศิลปะป้องกันตัวมาบ้างเลยทำให้ไอ้จุ่นล่าถอยไป ไม่เพียงแค่นั้นชะเอมต้องนอนห้องเดียวกับนาก ซึ่งพยายามจะถึงเนื้อถึงตัวชะเอมตลอดเวลา จนชะเอมชักสยอง ต้องหาอะไรมากั้นระหว่างเธอกับนาก ป้าสมพิศให้ชะเอมไปรับใช้อรวิลาส ที่นากเม้าท์ให้ฟังว่าเป็นตัวแม่เรื่องความเอาแต่ใจอย่างไร้เหตุผล และพวกเราคนใช้จะเรียกอรวิลาสว่า ”อรวิปลาส” อรวิปลาส เอ๊ย! อรวิลาส เรียกใช้ชะเอมแบบจิกหัว และให้ชะเอมรับผิดชอบการจัดงานฉลองวันเกิดของเธอซึ่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า งานนี้อรวิลาสตื่นเต้นมากมายเพราะคนพิเศษของเธอจะมาด้วย จึงกำชับชะเอมว่าห้ามพลาดเด็ดขาด! โอยยย!..ชะเอมเครียด ชะเอมตั้งใจจัดงานวันเกิดเต็มที่เพราะกลัวโดนด่า แล้วงานวันเกิดของอรวิลาสก็มาถึง เพื่อนๆของอรวิลาสทยอยกันมา หนึ่งในนั้นมีวเรศมาด้วย ชะเอมผงะจำได้ ชะเอมเข้าใจว่าวเรศเป็นแฟนอรวิลาส และได้รู้ว่าวเรศเป็นญาติสนิทกับพีรพล วเรศเห็นหน้าชะเอมก็รู้สึกคุ้นหน้าชะเอมแต่ยังนึกไม่ออก ชะเอมพยายามหลบหน้าจนดูมีพิรุธ วเรศถามอรวิลาสเรื่องคนใช้คนใหม่ แต่อรวิลาสก็ตอบอะไรไม่ได้มากนัก วเรศหาโอกาสเข้าไปคุยกับชะเอม ชะเอมเลยพ่นภาษาพม่าใส่ วเรศอึ้งๆแล้วก็ยอมปล่อยชะเอมไป งานวันเกิดดำเนินไปด้วยความสนุกสนาน หนูอ้อยที่อิจฉาอรวิลาสเพราะจัดงานวันเกิดใหญ่กว่าตัวเองเลยป่วน!!!! โดยใช้ชะเอมเป็นเครื่องมือ ทำให้เละไปทั้งงาน ชะเอมรับเคราะห์แทนหนูอ้อยเต็มๆ ทั้งโกรธทั้งแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นกับการเป็นนส.ชะเอม หลังจากวันนั้นชะเอมยังได้เจอแรงหึงยิ่งกว่าสึนามิของอรทัย เพราะอเนกมาแต๊ะอั๋งชะเอม อรทัยก็อาละวาดบ้านแตก คิดว่าชะเอมมาให้ท่าผัวตัวเอง ชะเอมแทบบ้าที่มีเรื่องไม่เว้นแต่ล่ะวัน ชะเอมโดนใช้ให้ทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูพื้น ล้างจาน ซักผ้า รีดผ้า ล้างห้องน้ำ ล้างรถ ชะเอมยอมทำเพราะไม่อยากมีปัญหา ป้าสมพิศ บรรจง ได้ทีใช้ชะเอมไม่หยุด นากกับจุ่นจะช่วยก็เจอป้าสมพิศกับบรรจงด่า บอกว่านี่เป็นการรับน้อง ชะเอมทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยและรวดเร็วเพราะนงลักษณ์แอบส่งคนใช้ที่บ้านมาช่วย วเรศที่มาเยี่ยมพีรพล เห็นชะเอมพาคนแปลกหน้าเข้าๆออกๆหลังบ้านก็สงสัย เข้าไปซักไซร้ไล่เอาความจริงจากชะเอม ชะเอมโกหกว่าญาติมาเยี่ยม วเรศไม่เชื่อและคิดว่าชะเอมเป็นสิบแปดมงกุฎ อรวิลาสก็ ไม่ชอบชะเอม เพราะเห็นวเรศดูสนใจเป็นพิเศษ ป่องเป็นห่วงชะเอม ก็เลยสมัครเป็นคนใช้บ้านแป๊ะ แป๊ะปิ๊งป่องทันทีตั้งแต่แรกเห็นก็เลยถึงเนื้อถึงตัวตลอดตลอดจนป่องทั้งสยิวและสยอง ยิ่งกว่านั้นป่องรู้สึกยังแย่ที่ลูกนายพลอย่างเขาต้องมาเป็นคนใช้ โดนคนอื่นจิกใช้ โดยเฉพาะอรวิลาสที่ดูถูกดูแคลนหาเรื่องตลอด แต่ก็ยอมอดทนเพราะห่วงชะเอม ชะเอมตกใจมากที่เห็นป่อง และพยายามให้ป่องลาออก แต่ป่องยืนยันถ้าชะเอมไม่ลาออก เค้าก็ไม่ลาออก หลังจากป่องเข้ามาทำงานในบ้าน ก็พยายามปกป้องชะเอมจนออกนอกหน้า ให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง จนทำให้แป๊ะไม่ชอบขี้หน้าชะเอม เพราะตัวเองอยากสอยป่อง และความสนิทสนมของชะเอมกับป่องก็ทำให้วเรศและใครๆ เข้าใจว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน ความวุ่นวายในบ้านนี้ยังไม่หมด เมื่อชะเอมต้องเข้าไปยุ่งกับปัญหาของครอบครัวต่างๆ และแก้ปัญหาให้ เริ่มจากหนูอ้อยที่คิดว่าแม่ไม่รัก เพราะวันๆ แม่เอาแต่ทำสวย และไปร้องเพลง อรวิลาสก็เกลียดน้อง พ่อก็ไม่มีปากมีเสียง ไม่แสดงออก หนูอ้อยจึงทำตัวก้าวร้าวแกล้งชะเอม แต่ชะเอมรับมือได้ทุกกระบวนท่า จนทำให้ชะเอมได้ใจหนูอ้อยไป ด้านชื่นฤทัยก็มีปัญหากลัวคนไม่รัก เลยทำตัวมั่นใจ และหาจุดเด่นให้ตัวเองจนละเลยคนอื่น ด้านอรวิลาสมีลักษณะคล้ายๆแม่ ขี้ฟ้อง ชอบให้คนรัก คิดว่าตัวเองรักวเรศเพราะภายนอกวเรศดูเหมาะสมกับตน ทั้งๆที่ไม่รู้จักความรัก ไม่ให้ความสำคัญเพราะเห็นแก่เงินมากกว่า ส่วนพีรพล...ผู้ชายที่ถูกกดจนไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจอะไร ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่ชอบปัญหา เลยยอมชื่นฤทัยทุกอย่าง เป็นคนอ่อนแอ ส่วนอเนกก็ชอบฉวยโอกาสกับชะเอมตลอดเวลา และคิดว่าตัวเองหล่อซะเต็มประดา จนทำให้ชะเอมเกือบถูกอรทัยตบหลายครั้ง!! แต่ชะเอมก็เอาตัวรอดไปได้ อุทยาน(รอน บรรจงสร้าง) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กับ อัมพร (พิมลวรรณ หุ่นทองคำ)ภรรยา พ่อและแม่ของชะเอมต้องมาราชการที่กรุงเทพ ชะเอมจำต้องลางานโดยอ้างว่ายายไม่สบายมาก ชะเอมกลับไปอยู่คอนโดกับพ่อและแม่ ระหว่างนั้นอัมพรที่กลัวว่าชะเอมจะไม่มีแฟน เพราะกับป่อง...ชะเอมก็ไม่เคยบอกเต็มปากเต็มคำว่าเป็นแฟน อัมพรเลยวางแผนให้ชะเอมมาดูตัว แต่ความมีพิรุธของแม่ ทำให้ชะเอมสงสัย และเดาได้ไม่ยากว่าแม่คิดจะทำอะไร จังหวะที่ชะเอมไปห้องน้ำ วเรศมาถึง วเรศคือผู้ชายที่แม่จะให้มาดูตัวชะเอม วเรศเป็นลูกชายของแม่คือคุณวิชัย(บัญชา ชุมชัยเวทย์) และวิยะดา(ปุณยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์) ชะเอมกลับมาที่โต๊ะ เห็นวเรศก็แทบช็อค ชะเอมรีบหลบหน้าหลบตา แต่สุดท้ายก็เจอวเรศเข้าจนได้ วเรศแปลกใจที่เจอชะเอมที่ร้านอาหารหรู ชะเอมโกหกว่าป้าทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่ แล้วก็รีบชิ่งหนีไป โดยโทรบอกพ่อกับแม่ระหว่างทางว่าปวดหัวมากขอกลับบ้านไปก่อน อุทยานกับอัมพรขอโทษวเรศยกใหญ่ อุทยานกับอัมพรกลับเชียงใหม่ ชะเอมกลับมาทำงานแล้วก็มีเรื่องจนได้ เมื่ออรวิลาสต้องไปร้องเพลงรายการการกุศล โดยมีดร.เพี้ยนมาเทรนแอคติ้งให้ ดร.เพี้ยนเจอกับชะเอม ชะเอมทั้งขอร้องทั้งขู่ไม่ให้ดร.บอกใคร อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด...โดยเฉพาะพ่อกับแม่ ดร.จำยอม งานนี้วเรศต้องร้องเพลงคู่กับอรวิลาส แต่ถึงเวลาเสียงไม่มี ชะเอมต้องแปลงโฉมแต่งสวยขึ้นไปร้องเพลงแทน วเรศต้องไปสัมมนาที่เชียงใหม่ อรวิลาสอยากตามไปด้วยเลยขอชื่นฤทัย ชื่นฤทัยอนุญาตแต่ให้พาชะเอมไปด้วยเพราะเป็นห่วงลูก อรวิลาสฮึดฮัดแต่ก็จำต้องยอม ด้านชะเอมแทบช็อคที่รู้ว่าต้องไปเชียงใหม่เพราะอุทยานเป็นผู้ว่าอยู่ที่นั่น ป่องหวงชะเอม ก็เลยขออรวิลาสตามไปด้วย ด้านอุทยานมาต้อนรับคณะจากกรุงเทพด้วยตัวเอง และให้ความสนิทสนมกับวเรศมาก อีกทั้งยังพร่ำพูดถึงยัยเอม หรือเอมิกาลูกสาวอยู่บ่อยครั้ง วเรศก็มีอาการแปลกใจที่ชื่อดันไปคล้ายกับชะเอมสาวใช้จอมแสบ แต่ชะเอมก็สามารถหลบหลีกไม่เจอกับพ่อแม่ตัวเองจนได้ ชะเอมกลับมาถึงกรุงเทพโดยปลอดภัย แต่ชีวิตก็สงบได้ไม่นานเพราะแป๊ะที่กำลังจะจัดงานเดินแฟชั่นกลับโดนออร์กาไนซ์เซอร์ที่จัดงานโกงเงิน ชะเอมเลยช่วยแป๊ะ ทำให้งานออกมาดูดีมากๆๆ จนแป๊ะเริ่มรู้สึกดีกับชะเอม และเหตุการณ์นี้ทำให้วเรศมั่นใจว่าชะเอมต้องไม่ใช่คนใช้ธรรมดาแน่นอน ชะเอมเจอบัญชา เพื่อนพ่อ วเรศเห็นชะเอมพูดคุยกับบัญชาเลยแอบฟัง จากการพูดคุยของชะเอมกับบัญชา ทำให้วเรศเข้าใจว่าชะเอมเป็นเมียเก็บท่านผู้ว่าราชการเชียงใหม่ซึ่งก็คือพ่อของเธอ!! วเรศผิดหวังอย่างแรงเพราะกำลังรู้สึกดีกับชะเอม วเรศเรียกชะเอมมาสอบปากคำ ซักถี่ยิบ แล้วก็โพล่งออกไปเรื่องที่เธอเป็นเมียน้อยท่านผู้ว่าฯเชียงใหม่ ชะเอมเหวอพูดอะไรไม่ออก พยายามปฏิเสธ และรีบบอกว่าเธอเป็นลูกสาว แต่วเรศไม่ฟัง และไม่เชื่อ แถมยังพูดทำร้ายจิตใจ ดูถูกเธอสารพัด ทำให้ชะเอมโกรธมาก หลังจากนั้นชะเอมไม่ยอมพูดกับวเรศอีก ป่องสังเกตเห็นท่าทางของชะเอมกับวเรศก็ชักใจคอไม่ดี รู้สึกว่าสองคนนี้มีบางอย่างต่อกัน ป่องเลยไปบิ้วให้ อรวิลาสหาทางทำให้วเรศชอบตัวเองให้ได้ เพราะป่องกลัววเรศจะชอบชะเอม ณ.จุดๆนี้...ป่องกับอรวิลาสเลยได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเก่าแต่ก็เป็นไปในแบบคู่กัด!! ด้านบรรจงแอบนอกใจจุ่นไปนัวเนียกับ ไอ้มดแดง (พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา)หัวหน้าวินหน้าปากซอย มดแดงมักหาของมาปรนเปรอบรรจง ทำให้บรรจงเลิฟมั่กๆ มดแดงเป็นหัวหน้าแก๊งโจรที่เป็นเพื่อนสนิทกับ ตี๋ใหญ่(ธนากร ชินกูล)จอมโจรที่หาตัวจับได้ยาก บรรจงชอบเอาเรื่องในครอบครัวนุศาเจริญออกมาเม้าท์ ทำให้มดแดงสนใจรีบโทรบอกตี๋ใหญ่ให้วางแผนปล้นบ้านนุศาเจริญ ขณะที่ชะเอมยังไม่ยอมพูด และไม่ยอมเจอวเรศ ทำให้วเรศอึดอัดใจเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความที่ฟอร์มจัดทั้งคู่เลยทำให้ทะเลาะกันมากขึ้นไปอีก ชีวิตการเป็นคนใช้ของชะเอมจะจบลงเมื่อไหร่ วเรศ ซึ่งคอยจับผิดชะเอม จะลงเอยรักกับชะเอมได้อย่างไร เรื่องวุ่นๆ ของคนใช้ปัญญาชน จะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ใน " ปัญญาชนก้นครัว "

กำลังแสดงผลลัพธ์ทั้งหมด 8 รายการ